ไบเดนหน้าหงาย!! ซาอุฯ-ตุรเคีย-อียิปต์ ประกาศเข้ากลุ่มBRICS เทสหรัฐ ทำลายแผนยุให้ต.อ.แตกแยก

0

ท่ามกลางสายตานานาชาติที่จับจ้องไปที่การเดินทางเยือนตะวันออกกลางครั้งแรกของปธน.ไบเดนแห่งสหรัฐขณะเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบีย โลกก็ได้ฮือฮากันอีกครั้งด้วยประธานกลุ่มBRICS แถลงข่าวกับสื่อว่า ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ตุรเคียและอียิปต์ยื่นใบสมัครเข้ากลุ่มบริกส์เป็นทางการและจะมีผลเร็วๆนี้ ทำเอาไบเดนหน้าแตกไม่น้อยที่กำลังจะมาชวนซาอุฯและประเทศกลุ่มอ่าวเข้ากลุ่มทางทหารกับอิสราเอลไปรบกับอิหร่าน  แต่ข่าวนี้ตีแสกหน้ากันชัดๆเพราะ ใครจะคาดถึงว่า ซาอุดิอาระเบียจะเข้ากลุ่มที่มีอิหร่านอยู่ด้วย กลุ่มBRICS คือขั้วอำนาจหลากหลายที่ท้าทายกลุ่มมหาอำนาจเก่าอย่างสหรัฐและตะวันตกอย่างเปิดเผย ปรากฎการซาอุฯร่วมบ้านกับอิหร่านและตุรเคีย เป็นเรื่องที่สหรัฐและอิสราเอลไม่มีวันจินตนาการถึงได้ ประมาณว่าเพื่อนตะวันออกกลางพากันเทสหรัฐอย่างทั่วหน้า 

มาฟังทางด้านเพจสาธารณะ World Maker รายงานเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้:

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ระเบียบโลกใหม่โคตรเดือด !!! ล่าสุดสื่อระดับโลกรายงานว่าซาอุดิอาระเบีย ตุรกี (ตุรเคีย) อิยิปต์ กำลังเจรจาเพื่อหารือในการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS !!! งานนี้บอกเลยว่าถ้าดีลกันสำเร็จจะมีมหาอำนาจน้ำมันโลกมาร่วมกับจีน-รัสเซียเข้าไปอีก ทางพี่เสือไบได้หนาวของแท้แน่ ! หมากการเมืองโลกตอนนี้เข้มข้นเกินพิกัดเหลือเกิน !

จัดไปครับท่านผู้ชม ! เห็นข่าวเงียบไปหลายวัน แต่ไม่ใช่ว่าจะหายไปไหนนะครับ กำลังเป็นคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่เลยทีเดียว ! โดยล่าสุดสื่อระดับโลกอย่าง RT เปิดเผยว่าตอนนี้ซาอุดิอาระเบีย ตุรเคีย และอียิปต์ กำลัง ‘วางแผน’ ที่จะเข้าร่วมกลุ่ม BRICS เพื่อ ‘เสริมทัพระเบียบโลกใหม่’

โดยทางแหล่งข่าวเปิดเผยว่าจะมีการหารือและอาจยื่นข้อเสนอที่เป็นไปได้ต่อกันในการประชุมสุดยอดภายในปีหน้าที่แอฟริกาใต้ ! บอกเลยว่างานนี้ทางพี่เสือไบอาจได้หนาวแน่อย่างแท้จริงหาก BRICS สามารถบรรลุดีลรับสมาชิกใหม่ได้ !

Purnima Anand ประธานขององค์กร BRICS กล่าวกับสื่อรัสเซียในวันพฤหัสบดีว่าตอนนี้ทุกประเทศที่กล่าวมากำลังแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วม BRICS และกำลังเตรียมที่จะสมัครสมาชิก โดยเธอเชื่อว่านี่เป็นก้าวที่ดี เพราะการขยายตัวของ BRICS มักจะถูกมองในแง่ดีเสมอ และมันจะสนับสนุนอิทธิพลระดับโลกของกลุ่มระเบียบโลกใหม่อย่างแน่นอน

ปัจจุบัน BRICS คือชื่อกลุ่มที่แสดงถึง B = Brazil, R = Russia, I = India, C= China และ S = South Africa ซึ่งโดยรวมแล้วแค่สมาชิกดั้งเดิมก็ครอบคลุมราว ๔๐% ของประชากรโลก ! และถ้ารวมซาอุฯ หรือประเทศอื่น ๆ เข้าไปอีก จะถือเป็นการเสริมทัพให้กลุ่ม BRICS อย่างมากเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ทางสื่อของรัสเซียรายงานไว้ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของกลุ่มเหล่านี้คือ

๑. การส่งเสริมสันติภาพโลก

๒. ความมั่นคงของขั่วอำนาจใหม่

๓. การพัฒนาในทุก ๆ ด้าน

๔. ความร่วมมือระหว่างประชาคมโลก

๕. การพัฒนามนุษยชาติ

ที่สำคัญคือประเทศไทยเองก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมครั้งล่าสุดของกลุ่ม BRICS ด้วยและดูเหมือนว่าทางพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำของเราจะให้การตอบสนองในเชิงบวกสำหรับการร่วมอุดมการณ์ของกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นสิ่งที่มองว่าเดินหมากได้ดีทีเดียว ดีกว่าการที่ไทยจะยอมนิ่งเฉยต่อโอกาสนี้เพราะแรงกดดันทางการเมืองจากอีกขั้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ตุรเคียยังถือเป็น ๑ ในสมาชิกของนาโต้ด้วย ดังนั้นการที่ตุรเคียยอมมาเข้าร่วมกลุ่ม BRICS นี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าขั้วอำนาจโลกกำลังถูกโอนถ่าย สลับสับเปลี่ยนกันแล้วจริง ๆ 

ยิ่งสำหรับคนที่สนใจความเป็นพลวัต (Dynamics) และความเคลื่อนไหวทางการเงินโลกที่มีความแปรผันอยู่ทุกวันเช่นนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันถือว่ามองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว

เพราะทางจีนและรัสเซียนั้น ประกาศแล้วว่าตอนนี้ BRICS กำลังสร้างระบบตะกร้าสกุลเงินสำรองใหม่ของโลกขึ้นมา ซึ่งจะใช้เป็นตะกร้าเงินสำรองเพื่อเป็น ‘ทางเลือกอื่น’ นอกจากกองทุนของชาติตะวันตกและระบบ SWIFT

ดังนั้นหากดึง ๓ ประเทศที่มีอำนาจทางทรัพยากรและน้ำมันเข้ามาอีก จึงมีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ในอนาคตเราอาจได้เห็นระบบสกุลเงินทางเลือกอื่นก่อกำเนิดตัวเองขึ้นมา

แต่ถ้าหากทั้งหมดนี้เป็นเพียง ‘การแสดงหลอกลวงชาวโลก’ ก็อาจเป็นไปได้ที่ทุกอย่างจะพลิกกลับไปสู่จุดเดิม ซึ่งหมายความว่าโลกของเราก็จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดที่เกิดขึ้น และความตึงเครียดก็จะหายไป พร้อมกับการที่ทุกคนกับไปใช้เงินดอลลาร์และระบบ SWIFT โดยไม่มีทางเลือกอื่น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘มีโอกาสเป็นเช่นนั้น’ แต่หากดูจากสิ่งที่ผู้นำโลกแต่ละคนแสดงออกมาในช่วงนี้ ทำให้หลายคนไม่กล้าคิดแบบนั้นเท่าใดนัก

และหากโลกของเราดำเนินไปถึงจุดที่เกิดสกุลเงินสำรองใหม่ขึ้นมาจริง ๆ เราจะได้เห็นโลกที่มีการถ่วงดุลทางเศรษฐกิจ การเงิน และเทคโนโลยีกันมากกว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ รวมไปถึงการแข่งขันทางด้านการพัฒนาไปสู่อนาคต โดยเฉพาะในแง่ของเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็จะสูงไปอย่างต่อเนื่องอีกหลายสิบปีเลยทีเดียว !