ใจคนละเบอร์!!รัสเซียคุยตุรเคีย-อิหร่านสำเร็จทะลุเป้า ส่วนไบเดนเหลวเยือนตอ.กลาง ปาเลสไตน์ประท้วง ซาอุฯเท

0

ขณะที่การสู้รบในยูเครนยังดำเนินอยู่อย่างดุเดือด ผู้นำรัสเซียและผู้นำสหรัฐต่างเดินสายเยือนพันธมิตรอย่างคึกคัก ปธน.ปูตินคุยตุรเคียแก้ปัญหาการกีดกันส่งออกธัญญพืชร่วมกับ๔ฝ่าย ประสบผลสำเร็จ เยือนอิหร่านเพื่อเดินหน้าสงบศึกในซีเรีย เพราะงานนี้ตุรเคียและอิหร่านมีบทบาทมากและยอมมาเจอกันเพราะปูติน ส่วนปธน.ไบเดน มุ่งหน้าไปตะวันออกกลางเพื่อรับใช้อิสราเองอย่างเห็นได้ชัด เพราะเป้าหมายสร้างกองทหารร่วมระหว่างประเทศกลุ่มอ่าวกับอิสราเอล ซึ่งจากการที่ ใช้วิธีข่มขู่ซาอุดิอาระเบียทำลายชื่อเสียงผู้นำที่ไม่สยบยอมตนเอง ยิ่งถ่างแผลความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและซาอุฯมากยิ่งขึ้น ระหว่างทางก็โดนประชาชนปาเลสไตน์ประท้วงฉีกหน้า ฟันธงได้ว่าทริปนี้ของไบเดนล้มเหลวอีกแน่นอน

วันที่ ๑๔ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ผลการเจรจาเรื่องการขนส่งธัญพืชระหว่างรัสเซีย-ยูเครน โดยมีตุรเคียเป็นตัวกลางผุ้ประสานงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ฮูลูซี อาการ์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของตุรกี(Turkish Defense Minister Hulusi Akar)กล่าวกับสื่อท้องถิ่นหลังการเจรจา๔ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติด้วย

รัสเซียและยูเครนตกลงที่จะจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกันเกี่ยวกับการส่งออกธัญพืชในอิสตันบูล ซึ่งจะรวมผู้แทนจากทุกฝ่ายเมื่อวันพุธที่ ๑๓ ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้เจรจาจากรัสเซีย ยูเครน ตุรกี และสหประชาชาติ ได้พบปะกันที่ตุรเคียเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับการส่งออกยูเครนที่ถูกระงับไว้ เกิดความกังวลขาดแคลนอาหารในภูมิภาคต่างๆ

รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ดมิทรี คูเลบา(Ukraine’s Foreign Minister Dmitry Kuleba) กล่าวว่า เคียฟและมอสโกว์ใกล้จะ บรรลุข้อตกลงในประเด็นทางเทคนิค เช่น การควบคุมร่วมกันที่จุดปลายทาง และ ความปลอดภัยในการนำทางบนเส้นทางเปลี่ยนเครื่อง”

เขากล่าวว่า คณะผู้แทนรัสเซียและยูเครน“จะพบกันอีกครั้งในตุรกีในสัปดาห์หน้า” พร้อมเสริมว่าทั้งสองฝ่ายจะ“ทบทวนรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง”ในระหว่างการประชุมครั้งต่อไป

ยูเครนเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกธัญพืชชั้นนำของโลก แต่ไม่สามารถส่งออกเมล็ดพืชทางทะเลได้เนื่องจากความขัดแย้งกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เคียฟและชาติตะวันตกกล่าวหามอสโกว่าห้ามการขนส่งธัญพืชของยูเครนออกจากท่าเรือทะเลดำของประเทศ รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และในทางกลับกัน แฉว่าเคียฟเป็นฝ่ายกักเรือนานาชาติ พร้อมวางทุ่นระเบิดไว้ทั่ว 

เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวว่ารัสเซียไม่ได้ขัดขวางการส่งออกและวิพากษ์วิจารณ์ตะวันตกเรื่อง“ทัศนคติเหยียดหยาม”ที่มีต่ออุปทานอาหารของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดจากราคาที่พุ่งสูงขึ้น มอสโกว์พร้อมที่จะให้ทางผ่านฟรีสู่น่านน้ำสากล สำหรับเรือบรรทุกธัญพืช แต่อุปสรรคอยู่ที่ยูเครนต่างหาก

ผลงานความตกลงครั้งนี้ทำให้สหประชาชาติยินดีอย่างยิ่งถึงกับกล่าวว่าเป็น ‘รังสีแห่งความหวัง’ เฉพาะเรื่องแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารแต่ไม่คิดว่าจะแก้ปัญหาการสู้รบได้

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ(UN Secretary-General Antonio Guterres)กล่าวว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับการขนส่งธัญพืชในยูเครนยังคงน่ายินดี แต่สันติภาพยังคงยากเย็นแสนเข็ญ

เท่ากับรัสเซียทำลายการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตะวันตกใส่ร้ายว่า รัสเซียใช้ความอดอยากเป็นอาวุธเพื่อปิดบังต้นเหตุของวิกฤติทุกด้านที่ลามไปทั่วโลกนั้นเพราะสหรัฐและตะวันตกต้องการทำลายล้างศัตรูคู่แข่งในสายตาของตนคือรัสเซียและจีนนั่นเอง

ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปูตินจะเยือนอิหร่านต้นสัปดาห์หน้าเพื่อเจรจายุติสงครามซีเรีย โดยปูติน-แอร์โดกันและไรซี จะพบกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลางเพื่อขับเคลื่อนขั้นตอนที่เรียกว่า ‘กระบวนการสันติภาพของอัสตานา’ มีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามในซีเรีย ทำเอาสหรัฐผวาเพราะหากสำเร็จ คู่ต่อสู้ของอิสราเอลและสหรัฐจะแข็งแกร่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อตะวันออกกลางเลิกแตกแยกสหรัฐและอิสราเอลย่อมนั่งไม่ติด

มาดูผลงานของปธน.โจ ไบเดนครั้งแรกในการเยือนตะวันออกกลาง ก็เลือกไปอิสราเอลก่อน ประกาศจุดยืนเอาใจอิสราเอลเต็มที่ ปากบอกมุ่งมั่นเจรจาอิหร่านเพื่อปลดล็อกนิวเคลียร์ แต่ไม่ยอมเลิกคว่ำบาตรแบบนี้รู้อยู่แล้วว่า อิหร่านไม่มีทางยอม การเจรจาครั้งล่าสุด ที่ยูเออีเป็นกาวใจก็ล้มเหลว ถึงขนาดตัวแทนอิหร่านวอล์กเอ้าเพราะสหรัฐจะเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว

การเดินทางทริปนี้ของไบเดนจะเป็นผลงานล้มเหลวอีกครั้งของเขา เพราะระหว่างเยือนกาซาซึ่งอิสราเอลยึดครองอย่างผิดกฎหมาย ประชาชนปาเลสไตน์ออกมาประท้วงความสองมาตรฐานของอเมริกา แต่มีหรือไบเดนจะสนใจ แม้อิสราเอลสังหารนักข่าวอัลจาซิราเชื้อสายปาเลสไตน์ยังไม่สนใจสืบหา  ในขณะเดียวกันก่อนไปถึงซาอุดิอาระเบีย  สมุนบริวารสหรัฐก็ออกมาโจมตีเจ้าชายซาอุฯอย่างกว้างขวางเรื่องเก่าที่กล่าวหาว่าสั่งสังหารนักข่าวสายซีไอเอ โดยให้อดีตคนในรัฐบาลซาอุฯมากล่าวหาว่า เจ้าชายโหดเหี้ยมบ้าง โรคจิตบ้าง  เท่ากับเป็นการข่มขู่หรือรู้อยู่แก่ใจว่า  ผู้นำซาอุดิอาระเบีย เจ้าชายซาลมานจะไม่ยอมทำตามคำสั่งของวอชิงตัน เรื่องนำกลุ่มอ่าวร่วมกองทัพกับอิสราเอล ข้อประณีประนอมที่จะเป็นไปได้มีแค่ ๒ เรื่องคือ สั่งซื้ออาวุธของเมกาเพิ่ม และสูบน้ำมันเพิ่มส่งให้ตะวันตกซึ่งเรื่องนี้ก็ประกาศออกไปแล้วในนามโอเปคพลัส

ประเด็นน้ำมันยิ่งน่าจับตามอง เพราะการที่ซาอุดิอาระเบียยอมให้ซื้อน้ำมันด้วยเงินหยวนของจีน ทำให้ขัดใจมหาอำนาจเก่าอย่างสหรัฐเพราะเท่ากับเป็นการกบฎต่อเปโตรดอลลาร์ ไปหนุนเปโตรหยวน โศกนาฎกรรมของซัดดัม และกัดดาฟี่ก็เกิดขึ้นเพราะต้องการกบฏต่อเปโตรดอลลาร์นั่นเอง

 

คงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของมหาอำนาจทั้งสหรัฐ และรัสเซียในตะวันออกกลางต่อไปอย่าได้พลาด  จะได้ประเมินได้ชัดว่าสงครามใหญ่ที่ไม่อาจประณีประนอมของคู่ต่อสู้จะส่งผลลามเป็นสงครามโลก ๓ จะเกิดได้หรือไม่ และจะปะทุขึ้นที่ใด!!