ประกันสังคม ประกาศเพิ่มสิทธิผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยงโควิด-19

0
นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน,สำนักงานประกันสังคม,กระทรวงแรงงาน,โควิด–19,โควิด19
ประกันสังคม ประกาศเพิ่มสิทธิผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยง สถานการณ์โรคติดต่อโควิด-19 พร้อมย้ำผู้ประกันตน ที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีประวัติอยู่ในพื้นที่เกิดโรคโควิดอย่าละเลย ให้ไปเข้ารับการตรวจรักษา ซักประวัติในโรงพยาบาล ตามสิทธิการรักษาพยาบาล

ประกันสังคม ประกาศเพิ่มสิทธิผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยง สถานการณ์โรคติดต่อโควิด-19 พร้อมย้ำผู้ประกันตน ที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีประวัติอยู่ในพื้นที่เกิดโรคโควิดอย่าละเลย ให้ไปเข้ารับการตรวจรักษา ซักประวัติในโรงพยาบาล ตามสิทธิการรักษาพยาบาล

นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด–19 ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและระบาดไปทั่วโลกว่า สำนักงานประกันสังคม ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนในระบบประกันสังคม ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

พร้อมย้ำผู้ประกันตน ที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีประวัติอยู่ในพื้นที่เกิดโรคโควิด อย่าละเลย ให้ไปเข้ารับการตรวจรักษา ซักประวัติในโรงพยาบาล ตามสิทธิการรักษาพยาบาล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และต้องให้ข้อมูลตามความเป็นจริงว่ามีประวัติไปต่างประเทศหรือไม่ หรือมีญาติป่วยเป็นไข้หวัดหรือไม่ เพื่อแพทย์ประเมินอาการได้ถูกต้องหากแพทย์สงสัยว่าจะเข้าข่ายโรคโควิด-19 แพทย์จะส่งตรวจเพาะเชื้อทางห้องแล็บ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายค่าตรวจหรือค่ายาใดๆ หากอาการไม่เข้าข่าย ไม่แนะนำให้ไปขอตรวจเอง

1.กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลของรัฐ

ประเภทผู้ป่วยนอก จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ ดังนี้ ค่าตรวจวินิจฉัยโรคโควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดและค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)สำหรับบุคลากรห้องปฏิบัติการในอัตราไม่เกินครั้งละ 3,000 บาท และจ่ายค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) สำหรับบุคลากรเพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ครั้งละไม่เกิน 540 บาท

ประเภทผู้ป่วยใน จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ ดังนี้

  • ค่าห้องพักสำหรับควบคุมดูแลรักษาตามมาตรฐานและค่าอาหารไม่เกินวันละ 2,500 บาท
  • ค่าบริการทางการแพทย์คำนวณตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRG)ในอัตรา 12,000 บาท ต่อหนึ่งน้ำหนัก          สัมพัทธ์ปรับตามวันนอน (AdjRW)
  • ค่ายาต้านไวรัสไม่เกิน 7,200 บาท ต่อราย
  • ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่เกินครั้งละ 2,500 บาท
  • ค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล(PPE)ตามอาการของผู้ป่วย กรณีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง จ่ายไม่เกิน 15 ชุดต่อวัน อัตรา 740 บาทต่อชุด กรณีอาการรุนแรงจ่ายไม่เกิน 30 ชุดต่อวัน อัตรา 740 บาทต่อชุด
นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน,สำนักงานประกันสังคม,กระทรวงแรงงาน,โควิด–19,โควิด19
ประกันสังคม ประกาศเพิ่มสิทธิผู้ประกันตน

2.กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลเอกชน สำนักงานฯจ่ายค่าบริการทางการแพทย์กรณีการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ประกันตนที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข และไม่ได้เป็นผู้รับสิทธิจากหน่วยงานภาครัฐอื่น รวมถึงค่าบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยสำนักงานฯ จ่ายให้สถานพยาบาลเอกชนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

3.ค่าพาหนะ ในกรณีจำเป็นต้องส่งต่อภายในจังหวัดเดียวกันจ่ายตามจริง ไม่เกิน 500 บาท กรณีต่างท้องที่จังหวัดอื่นจ่ายเบื้องต้น 500 บาท และจ่ายเพิ่มกิโลเมตรละ 6 บาท ทั้งยังจ่ายค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล(PPE)และค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อยานพาหนะไม่เกิน 3,700 บาทต่อครั้ง

4.กรณีที่สำนักงานฯ เห็นว่าผู้ประกันตนสมควรได้รับค่าบริการทางการแพทย์นอกเหนือจากที่กำหนด สำนักงานฯ จะต้องจ่ายภายใต้คำแนะนำของคณะกรรมการการแพทย์

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ประกันตนมีอาการป่วย มีไข้ เจ็บคอ ไอหรือมีอาการอื่นๆ ร่วม ในเบื้องต้นขอแนะนำให้เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลตามสิทธิที่เลือกไว้ เนื่องจากหากไม่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคโควิด-19 หรือไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะสามารถ รักษาอาการ ของโรคที่เป็นได้เลย แต่หากผู้ประกันตนไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิที่เลือกได้ ผู้ประกันตนสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่สะดวกได้ทั้งรัฐและเอกชน และหากพบว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็สามารถรักษาต่อ ณ โรงพยาบาลนั้นได้เลย โดยไม่ต้องแจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิ และไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสถานพยาบาลที่รักษา จะเบิกค่าใช้จ่ายจากสำนักงานประกันสังคมได้ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น

ดังนั้นควรเฝ้าระวังตนเอง สังเกตอาการตนเองอยู่ในบ้าน ใช้อุปกรณ์ป้องกัน สวมหน้ากากอนามัย ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น และรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ ออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อสร้างภูมิต้านทาน กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อับอากาศ และหากมีอาการ มีไข้ ไอ มีน้ำมูก ให้รีบเข้าโรงพยาบาลตามสิทธิ แต่แรกที่เริ่มมีอาการ เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย และคัดกรองโรค เพื่อมิให้เป็นโรคลุกลาม และแพร่เชื้อต่อผู้อื่นต่อไป

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สารนิเทศ สายด่วนประกันสังคม 1506www.sso.go.th

ข้อมูลจาก : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน