ลมตะวันออกพัดแรง!! วิกฤตยูเครนทำอินเดียสนิทรัสเซียปึ้ก ประธานบริกส์ฟอรัมยัน ต.ต.จะพ่ายแพ้เอเชีย-อาฟริกา

0

วิกฤตการณ์ในยูเครนได้เปิดเผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในโครงสร้างของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นปัจจัยเร่งความเร็วของการเปลี่ยนแปลงอำนาจเศรษฐกิจ จากตะวันตกไปสู่เอเชียและเปิดโปงความแตกต่างของผลประโยชน์ของมหาอำนาจเก่าที่ครอบงำโลกว่ายึดถือความต้องการของตนฝ่ายเดียวมากเพียงใด

ประเด็นนี้ประธานฟอรัม BRICS ได้ตอกย้ำว่าตะวันตกกำลังดิ้นรนเพื่อแข่งขันกับเอเชียและแอฟริกาแต่ในที่สุดจะพ่ายแพ้  นอกจากนี้ยังกล่าวถึงผู้คนในภูมิภาคเหล่านี้ได้เริ่มเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเพื่อยืนหยัดด้วยตนเองอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ ๙ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า  สภาวะการณ์โลกหลายขั้วอำนาจในปัจจุบัน ผลักดันให้อินเดียและรัสเซียใกล้ชิดยิ่งขึ้น แม้ว่า ‘มิตรภาพนิรันดร์’ จะไม่มีอยู่ในนโยบายต่างประเทศ แต่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันได้

วิกฤติในปัจจุบันได้เร่งช่องว่างที่กว้างขึ้นและความเข้าใจผิดที่เพิ่มขึ้นระหว่างตะวันตกและตะวันออก  ภูมิทัศน์ใหม่จำเป็นต้องมีการไตร่ตรองตนเองและการประเมินค่านิยมและหลักการของความร่วมมือในระดับต่างๆ อีกครั้ง อย่างน้อยผู้นำที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญครั้งนี้คือรัสเซีย

สุบรามันยัม ไจชังการ์(Subrahmanyam Jaishankar) รัฐมนตรีกระทรวงกิจการต่างประเทศของอินเดีย ให้สัมภาษณ์นอกรอบการเจรจา Raisina เมื่อเร็วๆนี้ ตอบโต้ที่ตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์จุดยืนของนิวเดลี เขาเน้นย้ำว่าวิกฤตในปัจจุบันอาจเป็น “การปลุกให้ตื่น” เพื่อให้ยุโรปสามารถพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในเอเชียมาเป็นเวลาสิบปีแล้ว นี่เป็นภาพสะท้อนของภาวะหลับไหลของตะวันตก ซึ่งมีลักษณะที่ละเลยวิกฤตการณ์ในเอเชีย และการเข้าใจผิดในผลประโยชน์ของชาติอื่นๆนอกเหนือจากตนเอง

ดูเหมือนว่าทัศนคติของตะวันตกแสดงให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจในบทบาทของอินเดียในเวทีระหว่างประเทศและประวัติศาสตร์ของการพัฒนาประเทศ 

บทบาทของรัสเซียต่ออินเดีย เป็นไปอย่างเปิดเผย ต่อเนื่องและจริงใจ ฟังจากรัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) กล่าวถึงอินเดียวันนี้ว่า “สำหรับอินเดีย เราสนับสนุนแนวคิดของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เรื่อง ‘Make in India’ เราเริ่มเปลี่ยนการค้าอย่างง่ายด้วยการผลิตในท้องถิ่น โดยเปลี่ยนการผลิตสินค้าที่อินเดียต้องการในอาณาเขตของเขาเอกและเราให้การสนับสนุนทุกด้าน”

โดยสรุปแล้วในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความสามารถในการค้นหาความสนใจร่วมกันและการพัฒนาโครงการที่มุ่งเน้นการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ร่วมกันนั้นมีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษ เป็นการทดสอบมิตรภาพอย่างแท้จริง และนี่คือเหตุผลที่อินเดียเลือกเคียงข้างรัสเซียเมินคำขู่ของสหรัฐและตะวันตกอย่างสิ้นเชิง

ในอีกด้านของการประชุมร่วมกลุ่มสตรีแห่งตะวันออกในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เปอร์นิมา อะนันท์(Purnima Anand) ประธานฟอรัมนานาชาติ BRICS กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำบทบาทของรัสเซียและพันธมิตรในกลุ่มประเทศเอเชียและอาฟริกาว่าแข็งแกร่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น เธอกล่าวว่า “ฝ่ายตะวันตกพบว่าการแข่งขันกับประเทศในเอเชียและแอฟริกายากขึ้น เนื่องจากผู้คนในภูมิภาคเหล่านี้เริ่มเข้าใจและเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติของตนเอง”

อานันท์ตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นเวลานานแล้วที่ชาติตะวันตกพยายามสร้างอำนาจสูงสุดของเงินดอลลาร์สหรัฐโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศและทวีปอื่น เมื่อระดับการศึกษาเพิ่มขึ้น ผู้คนในเอเชีย แอฟริกา และภูมิภาคอื่นๆ เริ่มเข้าใจคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติของตนเองและศักยภาพในการพัฒนาของตนเอง และตอนนี้กำลังเริ่มแข่งขันกับยุโรปบ้างอย่างมั่นใจ

อานันด์กล่าวว่าสหภาพยุโรปเริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปหลังจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักต่อรัสเซีย

ในความเห็นของเธอ ประเทศในกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ กำลังก้าวหน้า และเป็นเวลา “สูง” ที่พวกเขาสามารถแสดงนโยบายการพัฒนาของตนได้ 

ประธานฟอรัมระหว่างประเทศยังเน้นย้ำว่ากลุ่ม BRICS มีบทบาทสำคัญอย่างมากในช่วงการระบาดใหญ่ของ Covid-๑๙ และขณะนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครน กลุ่มประเทศ BRICS กำลัง”พยายามสร้างสมดุล” ในพลังอำนาจหลายขั้ว

ในหัวข้อของยูเครน อานันด์ตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายต่อผู้คนทั่วโลกและการคว่ำบาตรต่อรัสเซียกำหนดโดยตะวันตกได้ส่งผลย้อนกลับมายังประชาชนและประเทศของพวกเขา

สหภาพยุโรปกำลังใช้นโยบายที่ได้รับจากสหรัฐฯ ซึ่งไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เนื่องจากไม่สอดคล้องความเป็นจริง ซึ่งประเทศต่างๆ ต้องการแนวทางแก้ไขที่แตกต่างกัน 

เธอยืนยัน และเสริมว่า “ทุกประเทศไม่สามารถเหมือนกันได้ ปัญหาของทุกคนต่างไม่เหมือนเดิม แต่ยุโรปคิดเอาเองว่าสิ่งที่ตัดสินใจและดำเนินการคือ สิ่งที่คนทั้งโลกต้องการ  แต่มันไม่เป็นความจริงตะวันตกควรเข้าใจอย่างแท้จริงว่า ปัญหาที่ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญนั้นมีหลากหลาย และสิ่งที่สามารถช่วยพวกเขาได้ อย่างแท้จริง และจับต้องได้เท่านั้นจึงจะได้รับความโปรดปรานจากประชาชน”