ไบเดนเงิบ! เนปาล เท “สหรัฐฯ” ย้ายข้างซบสี จิ้นผิง! ขณะปชช.ฮือ ต้านรับเงินจากอเมริกา หวั่นตั้งฐานทัพติดพรมแดนจีน

0

ไบเดนเงิบ! เนปาล เท “สหรัฐฯ” ย้ายข้างซบสี จิ้นผิง! ขณะปชช.ฮือ ต้านรับเงินจากอเมริกา หวั่นตั้งฐานทัพติดพรมแดนจีน

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาลว่า ชาวเนปาลจำนวนมาก รวมตัวเดินขบวนในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อต่อต้านการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมให้สัตยาบัน รับรองความช่วยเหลือมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,076 ล้านบาท) จากรัฐบาลวอชิงตัน และสถานการณ์บานปลายกลายเป็นการปะทะกันอย่างดุเดือด ระหว่างฝูงชนกับตำรวจปราบจลาจล

ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวเป็นไปตามการลงนามร่วมกับ องค์กรมิลเลนเนียมแชลเลนจ์ (The Millennium Challenge Corporation) หรือ “เอ็มซีซี” ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลวอชิงตัน เมื่อปี 2560 เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงถนนและเสาส่งกระแสไฟฟ้า เป็นระยะทาง 300 กิโลเมตร ในเนปาล

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

แม้รัฐบาลยืนยันว่า เงินช่วยเหลือทั้งหมด “คือของขวัญ” หรือ “เป็นเงินให้เปล่า” ที่จะเป็นประโยชน์กับชาวเนปาลทั้งประเทศ โดยเฉพาะการสร้างงานใหม่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านมองว่า ความร่วมมือที่ว่านี้ “อยู่เหนือกฎหมาย” และจะเป็นการทำให้เนปาล “สูญเสียอำนาจอธิปไตย” เนื่องจากเมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว พบว่าหน่วยงานรัฐของเนปาล “มีบทบาทน้อยมาก” กับการดำเนินงานและการตรวจสอบโครงการทั้งหมด

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นแตกต่างกันไปในเรื่องนี้เช่นกัน โดยเฉพาะพรรคการเมืองสายสนับสนุนอดีตกบฏเหมาอิสต์และพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล ว่าสมควรรับเงินนี้หรือไม่ และวิจารณ์ด้วยว่า อาจเป็น “เจตนาซ่อนเร้น” ของสหรัฐ ในการนำชิ้นส่วนทางทหารเข้ามาติดตั้ง เนื่องจากเนปาลมีพรมแดนติดกับจีน

ล่าสุดทางเพจ World Update ได้ดพสต์ข้อความถึงกรณีที่เนปาล ยกเลิกร่วมมือสหรัฐ ย้ายข้างมาซบจีน โดยอ้างอิงจากSputnikNews ระบุว่า

ด้วยฝ่ายระเบียบโลกเก่าขั้วเดียว ที่นำโดยสหรัฐ นั้นมีหลักคิดสำคัญ คือ “ความไม่มั่นคงของคนอื่น คือ ความมั่นคงของเรา” , “ไปก่อสงครามบ้านคนอื่น จะไม่เกิดสงครามในบ้านเรา ” และ “ไปตกปลาในบ่อเพื่อน จะได้ไม่ต้องตกปลาในบ่อเรา” หลังจากประเมินว่ายุแหย่สมรภูมิยูเครน จนถลำลึกหาทางลงไม่เจอ และยุยง ยุโรปให้คว่ำบาตรรัสเซีย ส่งอาวุธให้ยูเครน จนติดกับดักยากจะถอนตัวแล้ว สหรัฐก็ค่อยๆ ปล่อยมือให้ยุโรปเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจรุนแรงตามลำพัง ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง 1.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ อัตราเงินเฟ้อทั้ง EU พุ่งขึ้นตลอดเวลาไม่หยุด
ไม่สามารถได้พลังงานรัสเซีย มาฟื้นฟูเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ในสหภาพยุโรป (EU) ได้อีกนาน กำจัดคู่แข่งรวดเดียวได้ทั้ง 27 ประเทศ จากนี้จะเป็นช่วงขาลง “เศรษฐกิจถดถอย” ยาวไปอีกหลายสิบปีแข่งสหรัฐ ไม่ได้ไปอีกนาน จึงย้ายเป้าหมายก่อกวนรัสเซีย โดยใช้ยุโรป หันมาก่อกวนจีนในย่านเอเซียต่อ , ปี 2021 จีน เป็นหนึ่งในชาติเบื้องหลังที่หนุนนักรบตอลีบัน รัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลอัฟกานิสถาน ที่สหรัฐหนุนหลังเพื่อบล็อคเส้นทางการค้าจีนกับตะวันออกกลาง พร้อมทำธุรกิจค้าฝิ่นนานถึง 20 ปี โรงงานสกัดฝิ่นเป็นยาเสพติด ที่โจ่งครึ่มก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล ในแลปฐานทัพ NATO ในกรุงบรัสเซลล์ เบลเยียม ที่ตำรวจเพิ่งละลึกชาติใด้ บุกจับในค่ายทหารได้ยาเสพติดเท่ากองภูเขา
นอกจากจะมีรายได้จากธุรกิจฝิ่นในอัฟกานิสถาน ปะทะกับฝ่ายความมั่นคงอิหร่านตามแนวชายแดนขณะขนย้ายฝิ่นมาตลอด 20 ปี และเคืองอิหร่านที่ขัดขวางธุรกิจสีเทามาจนบัดนี้แล้ว ปี 2021 สหรัฐ ยังยึดเงินฝากทุนสำรองระหว่างประเทศ กระทรวงการคลัง อัฟกานิสถาน ที่ยากจนไปมากถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อได้เงินสมใจแล้วก็หักหลังไล่ให้อดีตรัฐมนตรีคลังอัฟกานิสถาน ที่ขอลี้ภัยในสหรัฐ ไปประกอบอาชีพขับรถรับจ้างอูเบอร์ โดยไม่แบ่งเงินโกงชาติให้เลยสักดอลลาร์ , เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.2022 อัฟกานิสถาน ประสบภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว ประชาชนเสียชีวิตกว่า 1,000 ราย บาดเจ็บกว่า 1,600 ราย
ฝ่ายความมั่นคงของอัฟกานิสถาน ก็มัวสาละวนกับการช่วยเหลือประชาชน ส่วนสหประชาชาติ (UN) ช่วงแรกก็อ้างว่าอัฟกานิสถาน ถูกสหรัฐคว่ำบาตรจึงไปช่วยไม่ได้ ให้เป็นหน้าที่ตุรเคีย ที่เป็นมุสลิมด้วยกันไปช่วย ทำให้ UN ถูกนานาชาติประนามจนหูชา และยอมขนของไปให้นิดหน่อยถ่ายรูปแล้วก็กลับ , ส่วน สหรัฐ ก็อมเงินชาวอัฟกันไว้นิ่ง , แต่จีนไม่พูดอะไรมาก ขนสิ่งของบรรเทาทุกข์ใส่เครื่องบินจำนวนมากหลายครั้งไปให้รัฐบาลอัฟกานิสถาน ช่วยเหลือประชาชนผ่อนหนักเป็นเบา
สหรัฐ ถือจังหวะที่รัฐบาลอัฟกานิสถาน กำลังวุ่นวายกระตุ้นให้กลุ่มก่อการร้าย IS ที่ชาติตะวันตกหนุนหลังมาช้านานกว่า 8 ปี ทุกวันนี้มีฐานอยู่ในซีเรีย อิรัก ก่อเหตุระเบิดโจมตีเมืองหลวงกรุงคาบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 คน ได้รับบาดเจ็บอีก 231 คน และกลุ่มก่อการร้าย IS ก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว , สหรัฐ ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังไปวุ่นวายในเนปาล เพราะตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย ติดชายแดนจีนและอินเดีย สถานะทางภูมิรัฐศาสตร์มีความสำคัญมาก สหรัฐ จึงเพิ่มการแทรกแซงและเข้าแทรกซึมกิจการทางการเมืองและความมั่นคงของเนปาล ฝึกฝนกองกำลังติดอาวุธสนับสนุนสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
ภายใต้โครงการหุ้นส่วนของรัฐ (The State Partnership Program หรือ SPP) ของสหรัฐ กดดันเนปาลสู่ปัญหากับจีน โดยมีฉากบังหน้าคือ กรอบเศรษฐกิจอินโด – แปซิฟิก”(Indo-Pacific Economic Framework) ที่ครอบด้วย “ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก” อีกที พยายามก่อกวนความไม่สงบรอบจีน ให้ชาติในเอเชียแปซิฟิกทำหน้าที่เป็น “เบี้ย”ของสหรัฐฯ ในการครองระเบียบโลกเก่า , แต่อิทธิพลของจีนต่อเนปาล ไม่ธรรมดาเช่นกัน ล่าสุดคณะรัฐมนตรีเนปาล มีมติหยุดดำเนินความร่วมมือและแผน The State Partnership Program (SPP) กับสหรัฐ โดยพรรคการเมือง และกองทัพเนปาล แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการลงมติครั้งนี้
ด้วยเหตุผลว่า “การเข้าร่วม SPP ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ และนโยบายต่างประเทศของเนปาลที่มุ่งรักษาความสมดุล จึงจำเป็นต้องมีจุดจบถาวรกับสหรัฐ” เนปาลมองว่าจีนคือ “โอกาสและเพื่อน” จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลมเลิกยุ่งเกี่ยว “ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก” กับสหรัฐ อย่างถาวรไปด้วย แม้ว่าตอนนี้สหรัฐ จะตื้อเนปาล เสนอความร่วมมือทางทหารแบบใหม่แทน SPP แต่สำหรับเนปาลนั้นหมดยุคที่จะก่อสงครามเย็น และสหรัฐ ได้ล้มละลายเครดิตจากชาวเนปาลไปหมดสิ้นแล้ว..เนปาล สู้ต่อไป ชนะพวกยุแหย่แทรกแซงแน่นอน