ปูตินจัดหนัก!!ยุโรป-เมกากระอัก รัสเซียระงับส่งน้ำมันจากคาซัคฯ ลุยแนวหน้าโดเนตสก์หลังเคียฟถล่มชายแดนไม่เลิก

0

เมื่อกระสุนและระเบิดตกลงในพื้นที่ชายแดนรัสเซีย ทุกฝ่ายต่างจับตาอย่างระทึกว่ารัสเซียจะตอบโต้อย่างไร โดยเฉพาะประเทศผู้สนับสนุนเบื้องหลัง ล่าสุดศาลรัสเซียมีคำสั่งระงับส่งก๊าซให้ยุโรปและสหรัฐของท่อแคสเปี้ยนฯในคาซัคสถานฯ แม้จะมีข่าวแย้มว่าในทางปฏิบัติยังมีการลำเลียงอยู่ แต่ผู้บริหารท่อยืนยันแล้วว่า เมื่อศาลรัสเซียสั่งมาก็ต้องตามนั้น สร้างความวิตกต่ออุปทานพลังงานในยุโรปและสหรัฐ  เนื่องจากมันลำเลียงน้ำมันจากคาซัคสถานสู่ทะเลดำผ่านหนึ่งในท่อลำเลียงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกสู่ยุโรปและบางส่วนมุ่งตรงสหรัฐ  ความหนาวสุดขั้วกำลังคืบคลานสู่สหรัฐและยุโรปอย่างไม่อาจห้ามได้ ดูเหมือนรัสเซียไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ก็ตอบโต้ประเทศผู้อยู่เบื้องหลัง สงครามยูเครนได้อย่างแสบสันต์ยิ่งนัก

วันที่ ๗ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์หรือและสปุ๊ตนิกรายงานว่า ศาลมีคำสั่งระงับขนส่งของท่อลำเลียงแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม (Caspian Pipeline Consortium: CPC) เป็นเวลา ๓๐ วัน มีผลทันทีในวันที่ ๖ ก.ค.ที่ผ่านมา แจงมีความจำเป็น สืบเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคที่พบโดยสำนักงานกำกับดูแลสวัสดิภาพและคุ้มครองผู้บริโภคของรัสเซียชื่อหน่วยงานรอสโปเทรบนาดซอร์ (Rospotrebnadzor)

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ผู้บริหารท่อลำเลียงแคสเปียน ไปป์ไลน์ฯ ระบุว่าคำสั่งระงับปฏิบัติการเกี่ยวข้องกับงานเอกสารในด้านการรั่วไหลของน้ำมัน และทาง CPC ต้องปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล ทางบริษัท เน้นย้ำด้วยว่าพวกเขาได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลในเมืองโนโวรอสซีสค์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขอให้เลื่อนบังคับใช้คำสั่งออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของปฏิบัติการ ซึ่งอาจก่อผลกระทบที่ไม่อาจแก้ไขได้กับเครื่องไม้เครื่องมือของท่อลำเลียง

CPC เป็นโครงการลำเลียงน้ำมันระหว่างประเทศ เกี่ยวข้องกับรัสเซีย คาซัคสถานและกิจการค้าร่วมหนึ่งของบริษัทน้ำมันชั้นนำ ส่วนใหญ่แล้วระบบท่อลำเลียงนี้รวบรวมน้ำมันดิบจากบ่อน้ำมันใหญ่ที่สุดในทางภาคตะวันตกของคาซัคสถาน แต่ก็มาจากรัสเซียอีกส่วนหนึ่ง กำลังการผลิตรวมของมันคือมากกว่า ๑.๒ ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็น ๒.๓% ของการค้าน้ำมันดิบทางทะเลทั่วโลก ซึ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯอย่างเชฟรอนและเอ็กซอน โมบิล รวมอยู่ด้วย ท่อลำเลียงนี้จะนำส่งจากคาซัคสถานไปยังยุโรปและสำหรับการจัดส่งไปยังสหรัฐอเมริกาด้วย

 

ท่อส่งน้ำมันโครงการ CPC เป็นหนึ่งในท่อลำเลียงน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนส่งน้ำมันจากคาซัคสถานไปยังทะเลดำ ทั้งนี้มันกลายเป็นที่สนใจมากขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน ซึ่งทำให้สหรัฐและพันธมิตรออกมาตรการคว่ำบาตรจำกัดการส่งออกน้ำมันของรัสเซี

งานนี้ก็อ่วมไปทั้งสหรัฐและยุโรป ในเมื่อเปิดหน้าชนเป็นศัตรูไม่ไว้ไมตรีกันแล้ว รัสเซียต้องตอบโต้กลับเป็นเรื่องธรรมดา  นอกจากสู้กลับทางเศรษฐกิจแล้วทางการทหารก็ดุเดือดไม่น้อย เพราะยูเครนคึกคักโปรโมทจัดทุกวันว่า ถล่มรัสเซียจนชนะ

พื้นที่แนวหน้าของจังหวัดโดเนตสก์ ส่วนที่ยังอยู่ในความควบคุมของยูเครน จึงกำลังกลายเป็นสนามโหดของสงครามอย่างที่ใครก็ช่วย เซเลนสกี้ไม่ได้ ล่าสุดต้องอพยพประชาชนกว่า ๓๕๐,๐๐๐ คน ออกจากพื้นที่เป็นการด่วน เพราะกองทัพรัสเซียรุกคืบอย่างหนักจากรอบทิศทาง

นายพาฟโล คิริเลนโก ผู้ว่าการจังหวัดโดเนตสก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอีกแห่งในภูมิภาคดอนบาส ที่อยู่ทางตะวันออกของยูเครน ประกาศขอให้ประชาชนซึ่งยังคงอยู่ในพื้นที่อพยพออกไปโดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้กองทัพรัสเซียรุกหนักผ่านทางจังหวัดลูฮันสก์ ซึ่งอยู่ติดกัน และอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายรัสเซียแล้วในสัปดาห์นี้

รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ วิพากษ์เคียฟว่าใช้อาวุธของชาติตะวันตกเพื่อกระทำการ “ก่อการร้ายโดยรัฐ” ถล่มพื้นที่ชายแดนรัสเซียต่อเนื่อง

ในระหว่างการแถลงข่าวในเวียดนาม ลาฟรอฟถูกขอให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของเคียฟว่ากองกำลังรัสเซียกำลังโจมตีเมืองของตนเอง เพื่อขัดขวางการจัดหาอาวุธตะวันตกให้กับยูเครน รมว.ต่างประเทศตอบว่า “สรุปก็คือพวกเขาโกหก กระทรวงกลาโหมรัสเซียนำเสนอข้อเท็จจริงจริงทุกวัน และตะวันตกควรยอมรับความรับผิดชอบของตนเอง  ไม่ว่าเซเลนสกี และทีมของเขาจะพูดอะไรก็ตาม” 

ประเทศตะวันตกที่จัดหาอาวุธให้กับยูเครน เคยให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนว่าตกลงกับยูเครนว่ากองทัพยูเครนไม่ควรใช้อาวุธเพื่อโจมตีดินแดนรัสเซีย แต่พฤติกรรมที่แท้จริงตรงกันข้าม เหมือนกันทั้งลูกพี่สหรัฐและลูกไล่อย่างผู้นำยูเครน พูดอย่างทำอีกอย่างมาโดยตลอด

นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวหากันและกันว่ามีเป้าหมายที่พลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน แต่ภายหลังจับโป๊ะได้ตลอดว่าเป็นฝีมือของยูเครนที่ทำพลาดเองหรือไม่ก็ใช้โรงเรียน โรงพยาบาลเป็นที่ซุ่มกำลังต่อสู้กองทัพรัสเซีย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้แถลงว่า ยูเครนได้ปล่อยขีปนาวุธนำวิถีท็อคคา-ยู (Tochka-U) จำนวน ๓ ลูก ซึ่งบรรจุกระสุนลูกระเบิดยิงลงที่เมือง เบลโกร้อด(Belgorod) ของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ๔ ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุ ๑๐ ขวบ มีทั้งภาพและพยานคือผู้เสียหายเผยแพร่ในช่องข่าวสารของรัสเซียซึ่งแน่นอน ไม่มีการกล่าวถึงในสื่อตะวันตก