ตั้งรับหรือจะลุยแก้!?ราคาพลังงานดันเงินเฟ้อมิ.ย.พุ่ง ๗.๖๖% สูงสุดรอบ ๑๓ ปี ตรึงดีเซล ๓๕ บาทอีก ๑ สัปดาห์

0

หลังจากนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง คณะกรรมการ ๒ ชุดดูแลเศรษฐกิจ-พลังงาน คนไทยตั้งตารอ เงี่ยหูฟังว่า รัฐบาลจะออกมาตรการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก และมีโอกาสลามถึงไทยแน่ว่ามีอะไรบ้างนั้น ทางด้านสนค. ได้เปิดเผยเงินตัวเลขเฟ้อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ ว่าพุ่งไป ๗.๖๖% สูงต่อเนื่องในรอบ ๑๓ ปี เหตุหลักยังมาจากราคาพลังงาน-น้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม-ค่าไฟฟ้า ขณะที่ เงินเฟ้อทั้งปีนี้ ยังคงประมาณการณ์เดิม ๔.๕% ในวันเดียวกันทางด้านสบน.ก็ออกมาประกาศข่าวดีว่าตรึงราคาดีเซลยืดไปอีก ๑ สัปดาห์พอได้คนไทยหายใจทั่วท้อง ทั้งรอฟังผลการเจรจาของรมว.พลังงานกับกลุ่มโรงกลั่นว่า จะรีดค่าส่วนต่างกำไรมาโปะกองทุนน้ำมันได้หรือไม่ จำนวนเท่าไรที่ไม่กระทบความมั่นคงพลังงานของประเทศ

วันที่ ๕ ก.ค. ๒๕๖๕ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมิ.ย.๒๕๖๕ เท่ากับ ๑๐๗.๕๘ เทียบกับพ.ค.๒๕๖๕ เพิ่มขึ้น ๐.๙๐% เทียบกับเดือนมิ.ย.๒๕๖๕ เพิ่มขึ้น ๗.๖๖% แต่ก็ยังต่ำกว่าที่หลายสำนักได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง ๘% ส่วนเงินเฟ้อรวม 6 เดือนปี ๒๕๖๕(ม.ค.-มิ.ย.) เพิ่มขึ้น ๕.๖๑% และเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก ดัชนีอยู่ที่ ๑๐๒.๙๙ เพิ่มขึ้น ๐.๒๔% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.๒๕๖๕ และเพิ่มขึ้น ๒.๕๑% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.๒๕๖๔ และเฉลี่ย ๖ เดือนเพิ่มขึ้น ๑.๘๕%

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ทั้งนี้ เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.๒๕๖๕ ที่เพิ่มขึ้น ๗.๖๖% เป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงที่สุดในรอบปีนี้ นับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดในรอบ ๑๓ ปี มาตั้งแต่เดือนก.พ.๒๕๖๕  ที่เพิ่มขึ้น ๕.๒๘% มี.ค.๒๕๖๕ เพิ่ม ๕.๗๓% เม.ย.๒๕๖๕ ชะลอตัวลง แต่ยังเพิ่ม ๔.๖๕% และ พ.ค.๒๕๖๕ เพิ่ม ๗.๑%

สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ปัจจัยหลักยังคงเป็นสินค้ากลุ่มพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ๓๙.๙๗% โดยน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มสูงถึง ๓๙.๔๕% ค่าไฟฟ้า เพิ่ม ๔๕.๔๑% ก๊าซหุงต้ม เพิ่ม ๑๒.๖๓% ส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม ๖.๔๒% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น เช่น เนื้อสุกร ไก่สด ไข่ไก่ และเครื่องประกอบอาหารที่ได้รับผลกระทบจากพลังงานที่เป็นต้นทุนแฝงในกระบวนการผลิต โลจิสติกส์ และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่วนสินค้าอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่ ยาสีฟัน บุหรี่ เบียร์ สุรา และค่าโดยสารสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าสำคัญหลายรายการลดลง เช่น กลุ่มข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ผลไม้สด เช่นเงาะ มังคุด ลองกอง กลุ่มสื่อสาร เช่น ค่าส่งพัสดุไปรษณีย์ และค่าเครื่องรับโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

นายรณรงค์ กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาส ๓ ยังมีแนวโน้มขยายตัวในระดับที่ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่จะเป็นอัตราเท่าใด ยังประเมินไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น และยังมีหลายปัจจัยที่จะกระทบเงินเฟ้อ ทั้งการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ราคาน้ำมัน ผลกระทบจากโควิด-๑๙ ที่ยังมีอยู่ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การส่งออกที่ขยายตัว การท่องเที่ยวฟื้นตัว ที่มีผลต่อกำลังซื้อ ค่าเงินบาทอ่อนก็มีผล ทำให้คาดการณ์ได้ลำบาก ส่วนเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปี ยังคาดการณ์เหมือนเดิมอยู่ที่ ๔-๕% มีค่ากลาง ๔.๕% ส่วนจะปรับหรือไม่ ขอรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อน

สำหรับการหยุดยั้งเงินเฟ้อด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ตามหลักการ ก็ถูกต้อง แต่เงินเฟ้อของไทยในปัจจุบัน เกิดจากปัจจัยภายนอกภูมิภาคที่เข้ามากระทบ ดังนั้น การปรับขึ้นดอกเบี้ย ต้องพิจารณาว่าจะเป็นบวกหรือลบมากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญจะกระทบประชาชนตัวเล็กๆอย่างไร

ล่าสุดทาง กบน.ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ๓๕ บาทต่อลิตรอีก ๑ สัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่ ๓ ต่อเนื่อง หวังแบ่งเบาภาระของประชาชนในช่วงเวลานี้ ซึ่งยืดเวลาของการใจหายใจคว่ำไปได้ระยะหนึ่ง แต่ยังไม่มีนโยบายรูปธรรมที่จะมั่นใจว่าสามารถรับมือกับพายุเศรษฐกิจที่จะถาโถมในวันข้างหน้าหากสถานการณ์สงครามจะยืดเยื่้อและขยายวงกว้างขึ้น ต้องติดตามดูฝีมือคณะกรรมการ ๒ ชุดที่นายกฯแต่งตั้งขึ้นว่าจะคลอดมาตรการเด็ดๆอะไรมานอกเหนือไปจาก การขึ้นดอกเบี้ยและอุ้มราคาพลังงานสะกัดเงินเฟ้อ

นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้พิจารณาทบทวนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลประจำสัปดาห์ โดยมีมติให้คงราคาน้ำดีเซลไว้ที่ลิตรละ ๓๔.๙๔ บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนในช่วงเวลานี้ โดยเป็นการตรึงราคาต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ ๓ 

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังมีความผันผวนค่อนข้างสูง โดยราคาน้ำมันดีเซลเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๑๗๒.๗๗ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากความต้องการมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องจากสหรัฐฯ และการผ่อนคลายมาตรการของจีนที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ในเมืองเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และกลุ่มโอเปกเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันมากกว่าเดิม 

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ราคาน้ำมันดีเซลเริ่มปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๑๕๕.๔๕ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากจากความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว หลังธนาคารกลางทั่วโลกปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อลดความร้อนแรงของอัตราเงินเฟ้อ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงถึง ๓.๔% ในช่วงปลายปี ๖๕ จากปัจจุบันที่ ๑.๕๐ – ๑.๗๕%   

ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน๒๕๖๕ ได้ออกมาตรการลดค่าครองชีพให้กับประชาชนรอบใหม่ โดยในส่วนของราคาน้ำมันดีเซลมีมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลร้อยละ ๕๐ ในส่วนที่ราคาขายสูงกว่า ๓๕ บาทต่อลิตรเป็นเวลา ๓ เดือน (กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๖๕)

สำหรับประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบัน วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ติดลบ ๑๐๗,๖๐๑ ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ ๖๙,๗๑๘ ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ ๓๗,๘๘๓ ล้านบาท