ไบเดนเหวอ!! ๔ ก.ค.วันชาติมืดมน มะกันกว่า๑ใน๔ พร้อมจับอาวุธสู้รัฐบาล ขณะประท้วง-ปะทะสารพัดปัญหาทั่วปท.

0

๔ กรกฎาคม วันประกาศอิสรภาพของอเมริกาถูกบดบังด้วยปัญหาสาหัสภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมอเมริกันที่แตกแยกลึกซึ้ง อัตราเงินเฟ้อกระฉูดคุมไม่ไหว ความโกรธเกรี้ยวของสาธารณชนต่อความไร้ความสามารถของการบริหารผู้นำ บ้านเมืองวุ่นวายพรรคการเมืองใหญ่แตกแยกแข่งขันสูดลิ่ม คนอเมริกันทั้งประท้วง ทั้งปะทะกับเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางอาชญากรรมจากปืนแพร่หลาย

วันที่ ๔ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยนและโกลบัลไทมส์รายงานว่า  เมฆปกคลุมเหนือวันครบรอบประกาศอิสรภาพปีนี้ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการแบ่งแยกที่ลึกล้ำในสังคมอเมริกัน ความล่มสลายทางเศรษฐกิจและความล้มเหลวครั้งใหญ่ในการบริหารปธน.ไบเดน ในขณะที่การสำรวจล่าสุดพบว่าชาวอเมริกันมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๗ ใน ๑๐ คนไม่ต้องการให้ไบเดนลงเล่นในสมัยที่สอง ผู้เชี่ยวชาญชาวจีนเชื่อว่าวิกฤตที่ต่อเนื่องกันที่ฝ่ายบริหารของไบเดนกำลังเผชิญอยู่นั้น ทวีความรุนแรงขึ้น บดบังการเลือกตั้งระยะกลางที่กำลังจะเกิดขึ้นและเสี่ยงภัย ที่จะลากสังคมสหรัฐเข้าสู่ความโกลาหลและภาวะถดถอยที่ยาวนาน 

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า แทนที่มุ่งมั่นในการแก้ปัญหาสาหัสทางเศรษฐกิจซึ่งเกี่ยวโยงกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนอเมริกัน อย่างเช่น อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ฝ่ายบริหารของไบเดนดูเหมือนจะถูกตัดขาดจากความเป็นจริง โดยมีประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยในการตอบสนองต่อความต้องการของสาธารณะ และโทษไปยังรัสเซียและจีนแทน  กระบวนการกำหนดนโยบายที่วุ่นวายและไร้ความสามารถเช่นนี้จะทำให้สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ลง เพิ่มความไม่แน่นอนว่าพรรคเดโมแครตว่า จะรับมืออย่างไรในการเลือกตั้งกลางเทอม และทำให้วาระของปธน.โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังยากลำบากยิ่งขึ้น

ในเท็กซัส ผู้หญิงบางคนใช้วันหยุดวันประกาศอิสรภาพเพื่อประท้วงกฎหมายห้ามทำแท้ง จากการพลิกคว่ำคดีของ Roe v. Wade นักเคลื่อนไหวในรัฐแอริโซนากลุ่มผู้ประท้วงล้วนกำลังสาปแช่งวันประกาศอิสรภาพหลังจากการตัดสินใจของศาลฎีกาที่จะล้มล้างคำตัดสิน และผู้ประท้วงหลายพันคนในรัฐเพนซิลเวเนียประณามการตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมในวันประกาศอิสรภาพ ตามรายงานของสื่อสหรัฐ 

ชาวอเมริกันไม่พอใจไม่เพียงแต่คำตัดสินของการทำแท้ง ซึ่งได้รับการอธิบายอย่างกว้างขวางว่าเป็นการถดถอยทางประวัติศาสตร์ แต่ยังรวมถึงความรุนแรงของปืนที่ไม่รู้จบ แม้ว่าจะมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลกลางเมื่อเร็วๆ นี้ 

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๔ คน และบาดเจ็บอีก ๑๘ คนจากเหตุกราดยิงทั่วชิคาโกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซีบีเอสรายงาน ขณะที่ประเทศประสบเหตุรุนแรงจากปืนเพิ่มขึ้นในปีนี้ ค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันป้องกันเหตุกราดยิงในวงกว้างก็พุ่งสูงขึ้นถึง ๑๐% เช่นกัน

อารมณ์รื่นเริงในวันประกาศอิสรภาพได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากคนอเมริกันทั่วไปต้องใช้จ่ายมากขึ้น กับค่าทำบาร์บีคิว ราคาเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด โซดา และเครื่องเคียงที่เพิ่มสูงขึ้น พวกเขาจะใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อรักษาประเพณีนี้มากกว่าที่พวกเขาทำในปีที่แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญจากปักกิ่งในสหรัฐฯ ที่ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า “วันประกาศอิสรภาพมักเป็นวันหยุดพิเศษเพื่อส่งเสริมขวัญกำลังใจและเอกลักษณ์ประจำชาติ แต่ตอนนี้เนื่องจากความสับสนในค่านิยมในสหรัฐอเมริกา มันจึงเป็นวันที่จะเปิดเผยความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้งของผู้คนจำนวนมาก” 

ชาวอเมริกัน๗ใน๑๐คนกล่าวว่า พวกเขาไม่ต้องการให้ไบเดนลงเล่นในสมัยที่ ๒ ตามผลสำรวจใหม่ที่เกิดขึ้นในขณะที่คะแนนการสนับสนุนไบเดนยังคงต่ำตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

ดร.เตี้ยว แตหมิง(Diao Daming) รองศาสตราจารย์ที่ มหาวิทยาลัยเรนเหมินของจีน (Renmin University of China) กล่าวว่า “ความไม่พอใจของสาธารณชนปรากฏชัดในขณะนี้ เนื่องจากฝ่ายบริหารของไบเดนไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาในการแก้ปัญหาภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งนำไปสู่วิกฤตการณ์ความรุนแรงจากปืนและการเพิกถอนสิทธิในการทำแท้งที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

ในบางเมืองของสหรัฐฯ ท้องฟ้าที่มืดมิดเหนือวันประกาศอิสรภาพจะไม่ถูกจุดด้วยดอกไม้ไฟ เนื่องจากขาดแคลนช่างทำดอกไม้ไฟทั่วประเทศ ในขณะเดียวกัน เที่ยวบินหลายสายการิบน ของนักเดินทางอเมริกันถูกยกเลิก เนื่องจากนักบินจากสายการบินหลักประท้วงที่สนามบินหลายแห่งทั่วประเทศ ท่ามกลางการเจรจาสัญญาในช่วงวิกฤตการจ้างงานและปัญหาผลกระทบจากการฉีดวัคซีน  สื่อสหรัฐฯ รายงาน เที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของสหรัฐฯ กว่า ๔,๕๐๐ เที่ยวต้องล่าช้าในวันศุกร์ อ้างข้อมูลของ FlightAware 

ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ของรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ เช่น ฝ่ายบริหารดูเหมือนจะวุ่นวายมากและไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากกระบวนการตัดสินใจของ Biden อาศัยคนใกล้ชิดที่เขาคุ้นเคย กีดกันผู้เชี่ยวชาญ ไม่รับฟังความเห็นนอกกลุ่ม

ด้านสื่อเดอะการ์เดี้ยนของอังกฤษ รายงานการสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ ที่ลงทะเบียน ๑,๐๐๐ คนเผยให้เห็นว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาล ‘ทุจริตและหลอกลวง’ มีจำนวนมากถึง ๑ ใน ๔ ที่พร้อมจับอาวุธสู้กับรัฐบาลของตัวเองชี้ให้เห็นว่าการแบ่งแยกสุดขั้วกำลังเกิดขึ้นในการเมืองของสหรัฐฯ

ทัศนคติด้านลบสุดโต่งของชาวอเมริกันมากกว่าหนึ่งในสี่ รู้สึกเหินห่างจากรัฐบาลมากจนรู้สึกว่าอาจ “จำเป็นต้องจับอาวุธ” ต่อต้านรัฐบาลในไม่ช้านี้

การสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯซึ่งจัดพิมพ์โดยสถาบันการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก (IOP) ยังเปิดเผยว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่ารัฐบาล “ทุจริตและหลอกลวงประชาชน”  ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการแบ่งขั้วสุดขั้วในการเมืองของสหรัฐฯ และผลกระทบที่มีต่อความสัมพันธ์ของชาวอเมริกันที่มีต่อกันและกัน เป็นไปอย่างลึกซึ้ง สถิติเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการรัฐสภาจัดรับฟัง ความคิดเห็น เกี่ยวกับการจลาจลในวันที่ ๖ มกราคม ปีที่แล้ว

จากการสำรวจพบว่า ๔๙% ของคนอเมริกันเห็นพ้องต้องกันว่าพวกเขา “รู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในประเทศของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ”  ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองที่หนักหน่วง  ความเชื่อมั่นอยู่ที่ ๖๙% ของสมาชิกรีพับลิกัน ๖๕% ของบุคคลที่ “อนุรักษ์นิยมมาก” และ ๓๘% ของ “พรรคเดโมแครต”เองด้วย

จากข้อมูล ๒๘% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่รู้สึกว่าอาจจำเป็นต้อง “จับอาวุธต่อต้านรัฐบาล” ในไม่ช้าซึ่ง ๓๗% มีปืนอยู่ในบ้านของพวกเขาแล้ว

สำหรับพรรครีพับลิกัน เห็นด้วยถึง ๔๕% เกี่ยวกับการจับอาวุธ  นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระเห็นด้วย ๓๕%และ  ของพรรคเดโมแครตถึง ๒๐%ก็เห็นด้วยเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจแสดงความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับพรรคการเมือง ร้อยละ๗๓ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งของพรรครีพับลิกัน ที่อธิบายว่า “โดยทั่วไปแล้วพรรคเดโมแครตมักเป็นคนพาลที่ต้องการกำหนดความเชื่อทางการเมืองของตนกับผู้ที่ไม่เห็นด้วย” และ “ร้อยละ74 ของพรรคเดโมแครต คิดแบบเดียวกันในการต่อต้านพรรครีพับลิกัน”

เนล นิวเฮ้าส์(Neil Newhouse:Public Strategies) บริษัทเอกชนทำการสำรวจทางการเมือง ทำการสำรวจในเดือนพฤษภาคมกล่าวว่า

“ในขณะที่เราได้บันทึกเกี่ยวกับการแบ่งขั้วของผู้สนับสนุนพรรคการเมืองในประเทศมาหลายปี ผลการสำรวจเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ของความแตกแยกในเชิงลึกของทัศนคติของพรรคพวกทางการเมือง ที่แผ่กระจายไปทั่วประเทศอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”