ฉีกหน้าบอริสเละ! สกอตแลนด์ไม่จ่ายส่วยอังกฤษจะนำไปให้ยูเครน ลั่นเงินปท.ไม่ใช่เพื่อคนชาติอื่น

0

จากกรณีสกอตแลนด์ ออกมาเรียกร้องพร้อมทำประชามติย้ายออกจากสังกัดสหราชอาณาจักร และด้วยความวุ่นวายที่ส่งผลกระทบจากการคว่ำบาตรของผู้นำชาติยุโรป ทำให้ประชาชนหลายประเทศออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลตนเองด้วย

ขณะที่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจล่าสุด เมื่อเพจ World Update ได้โพสต์ข้อมูลที่สำคัญจากการระบุแหล่งที่มาอย่าง    Telegraph ถึงความสัมพันธ์ของสองประเทศว่า “สหราชอาณาจักร มั่นคงจัด! สกอตแลนด์ แข็งข้อไม่ยอมจ่ายส่วยส่งเงินให้ยูเครน

สกอตแลนด์ เป็นชนชาวสกอต เดิมเป็นราชอาณาจักรสกอตแลนด์ จนถึง ค.ศ. 1603 เมื่อพระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ ทรงได้ครองบัลลังก์อังกฤษ ใช้พระนามว่า พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ จึงมีผลให้ทั้งสองประเทศมีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน เรียกว่า การรวมราชบัลลังก์ (Union of the Crowns)

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของทั้งสองยังคงแยกจากกัน จนกระทั่งปี ค.ศ. 1707 ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีแอนน์ ทั้งอังกฤษ และสกอตแลนด์ ได้รวมตัวกันด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ตามพระราชบัญญัติสหภาพ  มีผลให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร

ระบบกฎหมายของสกอตแลนด์ แยกจากระบบกฎหมายของอังกฤษ เวลส์และไอร์แลนด์เหนือ อยู่ในเขตอำนาจศาลต่างหาก ทั้งในทางกฎหมายมหาชนและเอกชน  การคงไว้ซึ่งสถาบันกฎหมาย, การศึกษา, และศาสนาของตน อย่างเป็นอิสระจากสถาบันของสหราชอาณาจักร ส่งผลให้วัฒนธรรมสกอตแลนด์ และอัตลักษณ์ของชาติสามารถคงความต่อเนื่องไว้ได้

พื้นที่สกอตแลนด์ ครอบคลุม 33% ทางตอนเหนือของเกาะบริเตนใหญ่ มีพรมแดนร่วมกับประเทศอังกฤษ ทางทิศใต้ สกอตแลนด์ มีเกาะอีกกว่า 790 เกาะ น่านน้ำสกอตแลนด์ มีปริมาณน้ำมันสำรองใหญ่สุดในสหภาพยุโรป ทำให้เมืองแอเบอร์ดีน นครใหญ่สุดอันดับ 3 ในสกอตแลนด์ ได้ชื่อว่า “เป็นเมืองหลวงน้ำมันของทวีปยุโรป”

ต่อมาเกิดความขัดแย้งขึ้นมานานกว่า 10 ปี เมื่อรัฐบาลสกอตแลนด์ มองว่าทรัพยากรรายได้ในเขตของตนจากพลังงานน้ำมัน และก๊าซ ถูกรัฐบาลกลางอังกฤษนำไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเหลวแหลก ไม่ก่อประโยชน์แท้จริงต่อชาวสกอตแลนด์ ส่งผลให้พรรคชาติสกอต (Scottish National Party – SNP) ของนายกรัฐมนตรี นิโคลา สเตอร์เจียน แห่งสกอตแลนด์ ชูนโยบาย “แยกเอกราช” ชนะเลือกตั้ง โดยเพิ่งแถลงต่อสมาชิกรัฐสภาสกอตแลนด์ว่าจะจัดทำประชามติรอบ 2 “แยกเอกราชออกจากสหราชอาณาจักร” ในปีหน้าวันที่ 19 ต.ค.2023

ช่วงหลัง ชาวสกอตแลนด์จำนวนมากไม่พอใจ การบริหารของรัฐบาลกลางอังกฤษที่ทำให้เกิดอัตราเงินเฟ้อสูง พลังงานน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า มีราคาแพงมาก กระแสแยกประเทศจึงกลับมาร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุดเกิดความขัดแย้งรัวๆ ขึ้นอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลกลางอังกฤษ ของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน มีคำสั่งให้รัฐบาลในเครือจักรภพแต่ละเขตปกครองของตนเอง จัดงบประมาณ ส่งส่วยบรรณาการพิเศษ รวมกันมากถึง 1,000 ล้านปอนด์ ในจำนวนนี้บังคับ สกอตแลนด์ ส่งเงิน 65 ล้านปอนด์ , รัฐบาลเวลส์ ส่งเงิน 30 ล้านปอนด์ ฯลฯ เพื่อนำเงินส่วยบรรณาการนี้ ส่งต่อให้ยูเครนเป็นค่าซื้ออาวุธจากบริษัทอุตสาหกรรมสงครามอังกฤษ และสหรัฐ

แต่อ้างบังหน้าให้ดูดีว่าเงินส่วยหยาดเหงื่อแรงงานจากภาษีชาวสกอตแลนด์จะ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของยูเครน เพราะปัจจุบันกองทัพอังกฤษกำลังฝึกทหารยูเครน 450 คน ยิงปืนใหญ่บนเกาะอังกฤษ

แต่รัฐบาลสกอตแลนด์ แข็งข้อต่อคำสั่งรัฐบาลกลางอังกฤษ โดยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสกอตแลนด์ ได้ปฏิเสธคำสั่งโดยมิชอบนี้ โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลสกอตแลนด์ วางแผนที่จะใช้จ่ายเงินจำนวนนี้กับ ระบบสาธารณสุข และการศึกษา ของคนสก็อตแลนด์เองไม่ใช่เพื่อคนชาติอื่น

ตามกฎหมาย การใช้จ่ายด้านความช่วยเหลือทางทหารกับต่างประเทศ เป็นบทบาทของรัฐบาลกลางอังกฤษ ไม่ใช่รัฐบาลในเครือจักรภพ  สรุป รัฐบาลกลางอังกฤษ ถังแตกแต่หน้าใหญ่ เลยขอส่วยเพิ่มจากรัฐบาลในเครือ เพื่อรวบรวม 1,000 ล้านปอนด์ ส่งต่อให้ยูเครน ให้วนกลับมาซื้ออาวุธจากบริษัทนายทุนพรรคในอังกฤษ สหรัฐ อีกที”