ยูเครนส่อมืดทั้งประเทศ! โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่โดนยึด-อีก3โรงขาดยูเรเนียมต้องซื้อจากรัสเซีย

0

จากที่หลายประเทศในยุโรปได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรรัสเซียเอง ซึ่งทำให้ขาดแคลนพลังงาน ทั้งก๊าซ น้ำมัน วัตถุดิบในการภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคของประชาชนภายในนั้น

ต่อมาวันที่ 2 กรฎาคม 2565 เพจ World Update ได้ระบุที่มาของข่าวทั้งจาก  Reuters , News Voice Of Ukraine และ สาธารณรัฐโดเนสต์ รัสเซีย ว่า “ยูเครน ใกล้ชนะแล้ว! รัสเซีย ยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่อันดับโลก ตัดระบบส่งไฟฟ้า

ยูเครน เดิมมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 5 แห่ง แต่ยังใช้งานอยู่ 4 แห่ง คือ รีฟโน , เคลนิตสกี , เซาท์ยูเครน และ “ซาโปริเซีย” ที่นี่จัดเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ติด 1 ใน 10 โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลก มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบน้ำความดันสูง (Pressurized Water Reactor, PWR) รุ่น VVER-1000 อยู่จำนวน 6 เครื่อง แต่ละเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ที่ 950 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตอยู่ที่ 5,700 เมกะวัตต์/วัน

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

โดยตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศยูเครน ผลิตไฟฟ้าให้กับยูเครน สัดส่วนราว 1 ใน 5 ของทั้งประเทศ และคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่ผลิตได้ทั้งประเทศ ราว 20% ของไฟฟ้าที่ผลิตได้จากที่นี่ถูกส่งไปยังทวีปยุโรป เพียงพอสำหรับบ้านเรือนประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 4 ล้านหลังคาเรือน

ตั้งแต่ มีนาคม 2022 เป็นต้นมาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาโปริเซีย ถูกทหารกองทัพสาธารณะโดเนตสก์ยึดไป ปลดปล่อยดินแดนออกจากยูเครน แล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนในอารักขาและบริหารงานของรัสเซีย จนถึงปัจจุบัน

เดือน มิถุนายน2022 ที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ระบุว่าจะเชื่อมต่อไฟฟ้าจากโรงงานแห่งนี้เข้ากับระบบ Grid ไฟฟ้าของรัสเซีย ดังนั้นรัสเซีย จึงดำเนินการด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนเส้นทางไฟฟ้าตัดขาดจากระบบ Grid ยูเครนไปยังดินแดนสาธารณะโดเนตสก์ เมืองเคอร์ซอน ไครเมีย ทั้งหมด

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังปรมาณูของสหประชาชาติ ต้องการตรวจสอบโรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ในยูเครน แต่ทางรัฐบาลยูเครนคัดค้านและขัดขวางการเยือนดังกล่าว เพราะกลัวว่าจะเป็นยอมรับการปกครองของสาธารณรัฐโดเนตสก์โดยภาระจำยอม

ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส ลดข้อกังวลจากนานาชาติ ตามมาตรฐานสากล รัสเซีย ได้อนุญาตให้เชื่อมต่อข้อมูลการตรวจสอบเฝ้าระวังปรมาณูให้ IAEA ผ่านบริษัท Enerhodar ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยูเครนในการส่งข้อมูลให้กับ IAEA ตามมาตรฐานโลก

โดยฝ่ายรัสเซีย ยินดีให้เฉพาะ ข้อมูลพลังงานนิวเคลียร์ แต่ ไม่ให้พลังงานไฟฟ้า ดังนั้นปริมาณไฟฟ้า 5,700 เมกะวัตต์ หรือ 20% ที่ยูเครนเคยผลิตได้ และเคยเป็นโควตายุโรป จึงตกเป็นของชาวโดเนตส์ไปเรียบร้อย

ส่วนยูเครนนั้นมีศักยภาพผลิตแร่ยูเรเนียมได้แค่ 2% ของทั้งโลก ไม่เพียงพอต่อการใช้ระยะยาวสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เหลืออีก 3 แห่ง แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริเซีย ใช้แร่ยูเรเนียมจากบริษัท Rusatom และบริษัทลูกอีกหลายชาติในสังกัดรัสเซีย ที่มีศักยภาพผลิตราว 50% ของโลก โรงไฟฟ้าแห่งนี้จึงมีเสถียรภาพระยะยาวมากกว่า

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2022 ประธานาธิบดีเซเลนสกี้ แห่งยูเครน ประกาศชัยชนะเริ่มขายไฟฟ้าให้ยุโรป กับโรมาเนีย กำหนดการส่งออกอยู่ที่ 100 เมกะวัตต์ราว 336,260 ดอลลาร์/วัน และฝันอนาคตว่า จะสามารถส่งออกไฟฟ้าถึง 2,350 ล้านดอลลาร์/ปี ผ่านระบบเครือข่ายสายส่งยุโรป ENTSO-E (European Network of Transmission System Operators)

แต่ในข้อเท็จจริงแล้วคงเกิดขึ้นระยะสั้นๆ ชั่วคราวเท่านั้น ระยะยาวจะไม่ง่ายเช่นนั้น เหตุเพราะรัสเซีย คือ เจ้าพ่อแร่ยูเรเนียม สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งโลก

เมื่อรัสเซีย ไม่จำหน่ายให้ชาติที่ไม่เป็นมิตร ยูเครนก็ผลิตเองได้เพียงเล็กน้อยไม่พอใช้ แหล่งกักเก็บกากนิวเคลียร์ก็อยู่ในเขตสาธารณรัฐลูฮันสก์ และโดเนตส์หลายแห่ง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยูเครนที่เหลืออีก 3 แห่งในอนาคตวัตถุดิบมีปัญหาก็จะต้องทยอยปิดกิจการไปเหมือนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล

ส่วนแหล่งก๊าซใหญ่ที่สุดของยูเครนที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในดอนบาส ปัจจุบันถูกปลดปล่อยออกจากยูเครน กลายเป็นสัมปทานของบริษัทรัสเซียเสียบแทนในลูฮันสก์ไปเรียบร้อยแล้ว สรุปช่วงนี้ชาวยูเครน อพยพออกนอกประเทศไปแล้ว 8 ล้านคน จึงพอมีไฟฟ้าเหลือ แต่ระยะถัดไปยูเครน จะขาดพลังงานแค่จะผลิตไฟฟ้าใช้เพียงพอในชาติยังยาก การฝันจะขายส่งไฟฟ้าในระยะยาวให้ยุโรปจึงไม่สอดคล้องความจริง”