จัดหนัก!! รัสเซียสั่งชำระค่าธัญญพืชเป็นรูเบิ้ล ขายเฉพาะปท.เป็นมิตร ข้าวสาลีมีเพียบพร้อมส่ง ๑๓๐ ล้านตัน

0

มอสโกว์ได้ขยายรายการสินค้าธัญญพืชที่ต้องชำระเป็นสกุลเงินรูเบิลของรัสเซีย และขายให้เฉพาะประเทศที่เป็นมิตรเท่านั้น  ขณะที่ตะวันตกโทษมอสโกว์สำหรับ ‘วิกฤตอาหาร’เพราะยึดเมืองท่าทำให้เรือขนส่งไม่ได้ แต่ความจริงคือกองเรือแล่นออกจากท่าเรือ Mariupol ได้ด้วยความช่วยเหลือของมอสโกว์ ในขณะที่ยูเครนกักเรือไว้ในท่าเรือและเป็นฝ่ายวางทุ่นระเบิดไว้จำนวนมากที่กลายเป็นอุปสรรคในการเดินเรือ ซึ่งตะวันตกและสื่อทั้งหลายไม่รายงาน 

วันที่ ๒ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า รัฐบาลรัสเซียได้ประกาศเพิ่มเมล็ดพืช น้ำมันดอกทานตะวัน และอาหารที่สกัดแล้วในรายการการส่งออกที่ต้องชำระเป็นรูเบิล มติที่มีผลนำมาใช้ทันทีในวันศุกร์ที่ ๑ ก.ค.ที่ผ่านมาและเผยแพร่บนพอร์ทัลข้อมูลทางกฎหมายของรัสเซียอย่างเป็นทางการ 

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

นอกจากนี้ ยังขยายเวลาอากรเป็นสกุลเงินประจำชาติสำหรับการส่งออกน้ำมันดอกทานตะวันและอาหารทานตะวันเป็นเวลา๑ ปี จนถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖

กลไกการชำระเงินใหม่นี้ คือ ราคาฐานสำหรับการคำนวณภาษีส่งออกของ ข้าวสาลีจะอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ รูเบิล ประมาณมากกว่า $๒๖๗ ต่อตัน

รัสเซียเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นผู้จัดหาเมล็ดทานตะวันรายใหญ่ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของรัสเซีย ดมิทรี ปาตรัสเชฟ (Dmitry Patrushev) กล่าวในเดือนนี้ว่าประเทศจะส่งออกสินค้าเกษตรไปยัง “ประเทศที่เป็นมิตร” เท่านั้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกล่าวว่า การเก็บเกี่ยวธัญพืชของรัสเซียอาจสูงถึง ๑๓๐ ล้านตันในปีนี้ ซึ่งเพียงพอสำหรับความต้องการภายในประเทศและรับประกันศักยภาพการส่งออก

เรียกว่าดันรูเบิลกันเต็มที่ขณะที่แข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้  อีกด้านหนึ่งเรืองวิกฤตอาหารของโลก ที่สื่อตะวันตกและเจ้าหน้าที่ของรัฐตะวันตกต่างพากันกล่าวโทษรัสเซียเป็นต้นเหตุ เพราะยึดเมืองท่าและปิดท่าเรือ  แต่มอสโกว์แฉว่า รัสเซียเปิดท่าเรือให้เรือขนของได้อยู่แล้ว มียูเครนที่กักเรือไว้และวางทุ่นระเบิดไม่ยอมกู้ต่างหาก

ที่ผ่านมาไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในฝั่งตะวันตกมากนัก เมื่อวันที่ ๒๑ มิ.ย. เรือสินค้าต่างประเทศลำแรกออกจากท่าเรือมาริอูโปล เนื่องจากกองกำลังทหารรับจ้างของยูเครนและต่างประเทศถูกบังคับออกจากดอนบาส โดยสมบูรณ์ตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน เรือของกองทัพเรือรัสเซียต้องคุ้มกันเรือที่ออกเดินทางเมื่อเริ่มกิจกรรมท่าเรือตามปกติ ทั้งไปและกลับจากท่าเรือของมาริอูโปล (Mariupol)

ต่อมาวันที่ ๒๐ พ.ค.กระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้ประกาศการปลดปล่อยโรงงานอซอฟทาล (Azovstal) จากกองพันอซอฟของยูเครน และอีกไม่กี่วันต่อมาก็แจ้งว่าทหารช่างต้องเข้าไปซ่อมพื้นที่  หลังถูกทำลายจากการสู้รบประมาณครึ่งล้านตารางเมตรรอบท่าเรือของเมือง

พอถึงช่วงต้นเดือนมิถุนายน กระทรวงประกาศให้สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมใช้งานอีกครั้ง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเซอร์เกย์ ชอยกู (Sergey Shoigu) กล่าวในขณะนั้นว่า “การรื้อถอนท่าเรือมาริอูโปลเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันทำงานได้ตามปกติ และได้รับเรือบรรทุกสินค้าลำแรกแล้ว”

และในวันที่ ๒๑ มิ.ย.รัสเซียได้รับประกันให้เรือเดินทางได้อย่างปลอดภัยของเรือ อซอฟคองคอร์ด(Azov Concord) ของตุรกี ได้ออกจากเดินทางที่ท่าเรือมาริอูโปลในวันเดียวกันนั้น เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางอย่างเป็นปกติ

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า “เรือต่างประเทศ ๗๐ ลำจาก ๑๖ ประเทศยังคงถูกปิดกั้นในท่าเรือยูเครน ๖ แห่ง ได้แก่ เคอร์ซอน, นิโคแลฟ, เชอร์โนมอร์ส, โอชาคอฟ, โอเดซซาและ ยูซนี( Kherson, Nikolaev, Chernomorsk, Ochakov, Odessa และ Yuzhniy) เพราะภัยคุกคามจากปลอกกระสุนและอันตรายจากทุ่นระเบิดที่วางโดยทางการเคียฟ ทำให้เรือไม่สามารถเข้าสู่ทะเลหลวงได้โดยไม่มีอุปสรรค”

ในขณะที่รัสเซียยืนยันว่าได้เปิดทางเดินเรือเพื่อมนุษยธรรมทางทะเลสองแห่งในทะเลดำและทะเลอาซอฟ แต่ดูเหมือนว่าเคียฟจะไม่มีส่วนร่วมกับตัวแทนของรัฐและบริษัทที่เป็นเจ้าของเรือ เกี่ยวกับการออกเดินทางของเรือต่างประเทศที่จอดเทียบท่าแต่อย่างใด รัสเซียเป็นฝ่ายต้องคอยคุ้มกันให้เรือต่างประเทศเหล่านั้นออกเดินทางได้อย่างปลอดภัย เมื่อเข้าเขตคุ้มครองของรัสเซีย