แผนการร้าย! นาโตประกาศก้อง จะหนุนลากยาวสงครามยูเครน ลั่นซุ่มจัดงบ-กำลังพลสู้รัสเซีย ตั้งแต่ปี 2014

0

จากกรณีที่นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการ องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ออกมาประกาศเมื่อวันจันทร์ ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า นาโตจะเพิ่มจำนวนทหารในการเตรียมความพร้อมระดับสูงขึ้นมากกว่า 7 เท่าเป็น 300,000 นาย ในขณะที่ชาติพันธมิตรเตรียมใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อรับมือกับรัสเซีย ท่ามกลางนักวิเคราะห์การเมืองชาวอัฟกานิสถาน ก็ได้ออกมาเปิดเผยด้วยว่า นาโตนำความวุ่นวายมาสู่โลกมากขึ้น หลังขยายกองกำลังมากกว่า 300,000 และหลายประเทศไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นแน่นอน

แต่ดูเหมือนว่านาโตจะยังไม่หยุดการเคลื่อนไหวเพียงเท่านี้ เมื่อนาโตยืนยัน ยูเครนจะพึ่งพานาโตไปได้อีกนาน พร้อมยอมรับว่า เตรียมการด้านงบประมาณและกำลังทหาร สำหรับความขัดแย้งกับรัสเซีย มาตั้งแต่ปี 2014

ทั้งนี้นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวหลังการประชุมสุดยอดที่กรุงมาดริด ประเทศสเปนว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกีชี้แจงชัดเจนว่า ยูเครนอาศัยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของเรา ซึ่งยูเครนสามารถวางใจได้ นาโตจะยังคงให้ความช่วยเหลือทางทหารและการเงินที่สำคัญต่อไปกับยูเครน บรรดาผู้นำต่างก็เห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการสนับสนุนของเราด้วยแพคเกจความช่วยเหลือที่ครอบคลุมสำหรับยูเครน

ในระยะยาว เราจะช่วยให้ยูเครนเปลี่ยนจากยุทโธปกรณ์ยุคโซเวียตเป็นยุทโธปกรณ์ของนาโตที่ทันสมัย เพิ่มความสามารถในการทำงาน และเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันร่วมกัน ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราต่ออนาคตของยูเครน และความมุ่งมั่นของเราจะไม่สั่นคลอน ยูเครนที่เป็นอิสระอย่างแข็งแกร่ง กำลังทำงานเพื่อความมั่นคง ของเขตยูโร แอตแลนติก

นาโตได้มีการเตรียมการมานับตั้งแต่ปี 2014 ทั้งเรื่องการใช้จ่ายทางทหารที่เพิ่มขึ้น และมีการเพิ่มกำลังทหารในยุโรปตะวันออก เนื่องจากได้คาดการณ์ว่า จะเกิดความขัดแย้งกับรัสเซีย หลังจากกล่าวหาว่า รัสเซียใช้กำลังในเขตดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนมาตั้งแต่ปี 2014 ทั้งนี้ตามตัวเลขของนาโต สมาชิกของพันธมิตรในยุโรปและแคนาดา ได้เพิ่มรายจ่ายทางการทหารขึ้นระหว่าง 1.2 เปอร์เซ็นต์ ถึง 5.9 เปอร์เซ็นต์ ในทุกปีตั้งแต่ปี 2014

การประชุมสุดยอดครั้งนี้ นาโตได้กำหนดกลยุทธ์ใหม่ที่ชี้ให้เห็นจุดยืนที่ว่า รัสเซียเป็นภัยคุกคามโดยตรงที่สุดของนาโต ซึ่งเรื่องนี้ รัสเซียได้เคยตราหน้านาโตว่า การขยายเข้าสู่อดีตรัฐโซเวียตตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็นต่างหาก ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตนเอง และเนื่องจากนาโตได้เคยกำหนดยูเครนจะให้เป็นสมาชิกในอนาคต รัสเซียก็ชี้ว่า สิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งในปัจจุบัน