คนสนิทนายกฯ ชน “ธรรมนัส” ซัดไม่รู้อยู่ฝ่ายไหน ชี้ใครเล่นการเมืองเพื่อความสะใจ เจอบทลงโทษแน่นอน!

0

คนสนิทนายกฯ ชน “ธรรมนัส” ซัดไม่รู้อยู่ฝ่ายไหน ชี้ใครเล่นการเมืองเพื่อความสะใจ เจอบทลงโทษแน่นอน!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (29 มิถนายน 2565) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) กล่าวถึงทิศทางโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคว่าได้ตัดสินใจไปแล้ว และสมาชิกพรรคก็ตามตนเอง แต่ไม่ใช่ตามเพราะคำสั่ง แต่ตามเพราะเหตุผลที่เห็นหลักฐานหลายอย่างในการทุจริตของรัฐบาล ถ้าหากพรรคเศรษฐกิจไทยยังไปสนับสนุนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเหล่านี้ สมัยหน้าประชาชนเขาไม่เลือกเราหรอก เสียงสะท้อนจากประชาชนที่ไปหาเสียง จ.ลำปางเขารับไม่ได้จากพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีหลายคน

เมื่อถามถึงการโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพรรคเศรษฐกิจไทยตัดสินใจได้หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในส่วนของนายกฯ ขณะนี้ยังไม่เห็นสาระในการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หากรัฐมนตรีหลายรายโดนสอย หรือเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แม้นายกฯ จะยังอยู่ในหน้าที่ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ถามว่าหมายความว่าหากรัฐมนตรีหลายรายถูกโหวตไม่ไว้วางใจ ก็เป็นไปได้ที่จะโหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ ด้วยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รัฐบาลอาจมั่นใจว่าเสียงส่วนใหญ่ยังสนับสนุนในสภา แต่การบริหารราชการแผ่นดิน ที่สภาสะท้อนให้เห็นว่าล้มเหลว หากได้รับเสียงสนับสนุนในสภาน้อย มันก็ควรที่จะต้องพิจารณาตัวเอง

ถามย้ำว่า อาจจะไม่ต้องรอผลโหวต แต่ควรพิจารณาตัวเองเลย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าเป็นตนเอง ถ้าได้ที่โหล่อย่างนั้น ก็คงจะไป

ถามต่อว่าไปหมายถึงลาออกใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ต้องดูว่าขณะนี้บ้านเมืองเป็นอย่างไร ถามว่าประชาชนมีความสุขหรือไม่ ประชาชนเดือดร้อนหรือไม่ ธุรกิจระดับตั้งแต่ฐานรากจนถึงระดับกลางมีความสุขหรือไม่ ข้าวยากหมากแพงหรือไม่ ชาวบ้านบ่นทั้งเมืองแก๊สถังละ 400 บาท ตนเองไปหาเสียงแล้วเจอทุกหลังคาเรือนมีควันไฟหมด เขาหันไปใช้เตาอั้งโล่ เพราะมีความจำเป็นเนื่องจากค่าครองชีพสูง ไม่ใช่ทำตามนโยบายรัฐบาล บ้านเมืองลำบาก อาหารการกินแพง ซบเซา ไม่มีผู้จับจ่าย

“รัฐมนตรีอาจมองว่าทำผลงานสำเร็จ ทำโน่นทำนี่ทำเยอะแยะ แต่ผลของการกระทำของพวกคุณ ประชาชนเขาได้ประโยชน์อะไรบ้าง เขาเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ดังนั้นอย่านั่งในห้องแอร์แล้วมโนเองว่าบริหารบ้านเมืองสำเร็จ ทำอะไรเยอะแยะมันไม่ใช่ มันต้องดูว่าผลของการกระทำเกิดประโยชน์กับชาติบ้านเมือง และประชาชนหรือไม่ ผมไม่ต้องการมานั่งด่าใคร แต่มันเป็นเสียงที่ประชาชนสะท้อนออกมาให้ ส.ส.ตั้งกระทู้ถามในสภาหน่อย” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าว

ล่าสุดวันนี้ (30 มิ.ย.65) ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายหลังเปิดงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 34 (Thailand [email protected] 2022) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามถึงกรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ประกาศจะล้มรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี(ครม.) ยกเว้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวและเดินไปขึ้นรถทันที

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จริงๆ ทางการเมืองให้ไปถามคนที่พูด เพราะทางเราเป็นฝ่ายโดนกล่าวหา ดังนั้นต้องล้างข้อกล่าวหา ซึ่งมั่นใจว่ารัฐมนตรีทั้ง 10 คนและนายกรัฐมนตรี พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว และมองเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย พร้อมอยากให้ประชาชนทั้งประเทศได้ฟังนายกฯและรัฐมนตรี ตอบคำถามว่าเคลียร์หรือไม่เคลียร์ ซึ่งการเป็นผู้แทนต้องชี้แจงและตอบให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ทำมา

“ไม่ได้สนใจในส่วนที่เขาจะพูด ฝ่ายค้านก็ต้องพูดแบบนั้นแต่ เขาเป็นฝ่ายค้านหรือเปล่า ยังไม่รู้ตรงนี้ เขาอาจจะครึ่งๆ เราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร”นายสุชาติ

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการประสานพูดคุยกับพรรคเล็กอื่นๆ เพื่อไม่ให้คล้อยตามพรรคเศรษฐกิจไทยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนฟังพรรคเล็ก ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนเป็นหัวหน้าพรรค มีจุดยืนและมีสมาชิก อีกทั้งหัวหน้าพรรคเล็กทุกคนได้พูดอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐบาลไม่มีเรื่องทุจริต แล้วมีเหตุผลอะไรที่พรรคเล็กจะไม่สนับสนุน ส่วนพรรคอื่นที่ออกมาพูดก็ไปถามดูถึงตรรกะที่เขาคิดอะไรก็แล้วแต่เขา แต่ตนไม่อยากพูดถึงในเรื่องตรงนี้

เมื่อถามย้ำว่า ยังมั่นใจว่าพรรคเล็กไม่คล้อยตามพรรคเศรษฐกิจไทยใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “พรรคเล็กทุกพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ลุงป้อมที่เป็นหัวหน้าพรรคจัดตั้งรัฐบาล เป็นผู้ที่สมานความสัมพันธ์ของพรรคเล็กทั้งหมดอยู่แล้ว ขอถามสื่อมวลชนว่าบารมีลุงป้อมวันนี้ในประเทศไทยมีพรรคไหนเท่าท่าน”

เมื่อถามว่า แสดงว่าเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้วพลเอกประวิตรจะสามารถพูดคุยกับร้อยเอกธรรมนัสได้ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ให้ดูวันที่โหวตงบประมาณ ลุงป้อมนั่งจนโหวตจบ มีคะแนนออกมา 278 คะแนน ขณะที่ฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยเพียง 194 คะแนน สิ่งที่ทุกคนได้เห็นวันนั้นหมดแล้ว และย้ำว่าในเรื่องการชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกคนตอบได้อยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายค้านเองเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญที่มีสิทธิ์ยื่นในการอภิปรายเป็นครั้งสุดท้ายก็ต้องทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน และเรื่องสถาบันการเมืองก็ถือเป็นเรื่องที่ดูดีที่ยื่นตามสิทธิ ขณะที่รัฐบาลก็ต้องตอบ แต่นอกเหนือจากพรรคอื่นที่ออกมาพูดก็ต้องไปถามพรรคนั้น ส่วนได้วิเคราะห์หรือไม่ เหตุใดร.อ.ธรรมนัส จึงออกมาพูดในช่วงนี้นั้น ตนเองไม่สามารถ ตัดสินใจแทนได้

เมื่อถามย้ำว่า สุดท้ายมั่นใจว่าพล.อ.ประวิตร เคลียร์เองใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่เชิงว่าเคลียร์เอง แต่พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ก็รู้อยู่แล้วพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่วันแรก ที่เรามีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านแค่ 1-2 เสียง แต่วันนี้นายกฯได้ทำงานให้ประชาชน จนพรรคบางพรรรกลับมาทำงานให้รัฐบาล หลายพรรคที่มีความคิดตรงข้ามนายกฯ ก็กลับมาช่วยกันหมดให้ประเทศเดินต่อไปได้ เราทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ได้ทำการเมืองเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือทำการเมืองเพื่อความสะใจ ถ้าใครทำการเมืองเพื่อความสะใจไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองบทลงโทษก็จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไปเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า การลงคะแนนในศึกอภิปรายมีผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า
ส่วนนั้นเป็นอำนาจนายกฯ ตนไม่อาจคิดก้าวล่วง แต่เชื่อว่าพรรคร่วมทุกพรรคยังมีความเป็นหนึ่ง มีความรักสามัคคีและมุ่งมั่น ในแนวทางเดียวกันหมด เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองดังนั้นไม่มีเรื่องการต่อรองอะไรทั้งสิ้นเพราะทุกคนดูหน้าที่ตัวเองอยู่

เมื่อถามว่า แสดงว่า 18 เสียงของพรรคเศรษฐกิจไทย ถ้าหายไปรัฐบาลก็ยังอยู่ได้ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “ผมไม่กล้าพูดแบบนี้ว่าเขาจะอยู่หรือเขาจะหายไปเพราะถ้าผมพูดว่าเขาหายไปก็จะหาว่าผมพูดว่าผลักเขาจากการที่สนับสนุนรัฐบาล แต่ถ้าเขาไม่อยู่เองก็ไปถามเขาเอง ว่ามีเหตุผลอะไรในส่วนของเขาซึ่งผมไม่ได้มองตรงนั้นผมมองว่า การโหวตคะแนนเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของเอกสิทธิ์ส.ส. เป็นเรื่องส่วนตัวไม่สามารถบังคับใครได้ แต่ถ้าเราชี้แจงประชาชนบนเวทีสภาได้ประชาชนก็จะตัดสินเองว่าใครเล่นการเมืองอย่างไร ใครตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง หรือใครตั้งใจทำเพื่อตัวเองก็แค่นั้นเอง”