โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!? 3 บิ๊กธนาคารโลก ปาดเหงื่อ เผยชัด เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนทิศ

0

โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!? 3 บิ๊กธนาคารโลก ปาดเหงื่อ เผยชัด เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนทิศ “รัสเซีย” คือตัวชี้วัด!

อย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าในขณะนี้ทั้งโลกกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจเงินเฟ้อครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี และถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ในการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินโลก

ล่าสุดในวันที่ 30 มิ.ย.65 ทางด้านของ เพจสาธารณะ World Maker ได้เปิดเผยรายงานโดยอ้างอิงมาจาก Financial Times ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เห็นพร้องต้องกันของ Jerome Powell, Christine Lagarde และ Andrew Bailey 3 ผู้ว่าการธนาคารกลางระดับ TOP ของโลก เปิดเผยว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม โดยมีรายละเอียดว่า

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ล่าสุดส่งสัญญาณกร้าวกันเต็มที่ !!! ธนาคารกลางชั้นนำของโลก 3 แห่งถึงกับออกโรงเตือนเองว่ายุคอัตราดอกเบี้ยต่ำและอัตราเงินเฟ้อในระดับปานกลางได้สิ้นสุดลงแล้ว ! พร้อมกับความ ‘ตื่นตระหนก’ ทางการเมืองครั้งใหญ่ ! โดยเฉพาะประเด็นสงครามยูเครนและความตึงเครียดในไต้หวัน

โดยล่าสุดนี้ Jerome Powell, Christine Lagarde และ Andrew Bailey 3 ผู้ว่าการธนาคารกลางระดับ TOP ของโลก ล้วนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “จะต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ”

มีการยืนยันไว้ชัดเจนว่าหากธนาคารกลางล้มเหลวจากการไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วพอ นั่นอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อฝังตัวในระยะยาว และท้ายที่สุดก็จะต้องขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงอยู่ดี แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาจสูงกว่าการเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

Powell ยอมรับว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ FED จะสร้างความเจ็บปวดให้เศรษฐกิจบางส่วน แต่เขาย้ำว่าความเจ็บปวดที่เลวร้ายที่สุดคือ ‘ความล้มเหลวในการจัดการเงินเฟ้อ’

นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป้าหมายอันดับ 1 ของธนาคารกลางคือการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ไม่ใช่การอุ้มตลาดหุ้นหรือตลาดการเงิน ดังนั้นเตรียมรับมือแรงกระแทกให้ดี !

ทางฝั่ง Lagarde เองก็ยอมรับว่าเธอ “ไม่คิดว่าโลกจะกลับไปสู่สภาพแวดล้อมแบบดอกเบี้ยและเงินเฟ้อต่ำไปอีกสักระยะหนึ่ง” และย้ำว่าความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ในปัจจุบันไปอีกมาก

ส่วนทาง Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ล่าสุดก็ให้ความเห็นไปในแง่เดียวกับ Powell และ Lagarde โดยกล่าวว่าตอนนี้ ‘คลื่นลมในทะเลกำลังเปลี่ยนทิศ’ (หมายถึงการทำงานของเศรษฐกิจโลก)

มีการขยายมุมมองเพิ่มอีกว่าสงครามในยูเครนจะกระทบยุโรปมากกว่าชาติอื่นใด (กระทบมากกว่าสหรัฐฯ และรัสเซียด้วยซ้ำ แต่ที่หนักสุดคือยูเครนเอง) พร้อมย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและดำเนินไปในสมรภูมิสงครามนี้ จะถือเป็น 1 ในตัวชี้วัดเงินเฟ้อโลกที่สำคัญ

โดยสรุปแล้ว ธนาคารกลางทั้ง 3 แห่งเน้นย้ำว่าจะพยายามป้องกันไม่ให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นแบบไม่มีหยุด ! และจะป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจโลก ต้องได้รับความเสียหายหนัก แต่ยังยืนยันจะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอย่างรวดเร็วในปีนี้

ตอนนี้ทั้ง 3 ธนาคารกลางกำลังอยู่ในโหมดยุติ QE และเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ! มารอดูกันว่า Movement ของธนาคารกลางโลกครั้งนี้จะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้จริงหรือไม่ ?

แต่ที่สำคัญมาก ๆ อย่างหนึ่งคือ ประธานของ ECB ลั่นว่าตอนนี้ธนาคารกลางและรัฐบาลไม่ได้ทำงานแบบ ‘จับมือกัน’ อีกต่อไปแล้ว แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะกำหนดนโยบายเพื่อเป้าหมาย(ของตัวเองในอนาคต)และเพื่อให้มีความยั่งยืนมากขึ้น หรืออาจกล่าวง่าย ๆ ว่าทุกคนเปลี่ยนจากจับมือร่วมนโยบายเดียวกัน เป็นการดำเนินนโยบายที่แตกต่างกันบ้างเพื่อแก้ไขปัญหาของตัวเองก่อน

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าธนาคารกลางจะพูดผิดไปอย่างมากเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ย คงต้องมาดูกันว่าเมื่อพวกเขายอมรับเช่นนี้แล้ว ในอนาคตจะสามารถยกระดับนโยบายมาควบคุมได้จริงหรือไม่ ? เพราะตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลาดการเงินเริ่มไม่ค่อยเชื่อคำพูดของธนาคารกลางเท่าไหร่นัก !

ดังนั้นจึงชัดเจนอย่างมากว่างานสำคัญอีกอย่างก็คงเกี่ยวข้องกับการดึงความเชื่อมั่นในตลาดกลับมา !