จีนเย้ยG7!! โลกยอมรับ BRICS เหนือกว่า ทั้งปริมาณและคุณภาพใส่ใจแก้วิกฤติศก.โลก ไม่บ้าสงคราม

0

เมื่อคนทั้งโลกจับตามองการประชุมกลุ่มจี ๗ ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำที่มีอิทธิพลต่อโลกมาหลายทศวรรษ ปักกิ่งได้เปรียบเทียบให้เห็นชัดว่า คู่แข่งสำคัญที่กำลังท้าทายตะวันตกคือกลุ่ม BRICS  ซึ่งได้รับการตอบรับเข้าร่วมจากนานาชาติ มีปริมาณประชากรรวมกันมากอย่างชัดเจน ทั้งยังได้ขยายสมาชิกและสร้างสรรค์บทบาทครอบคลุม เพื่อแก้ไขปัญหาของนานาชาติที่กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งมโหฬารอย่างจริงจัง  ทั้งๆที่ปัญหาวิกฤตินั้นเกิดจากความผิดพลาดของตะวันตก ที่มุ่งมั่นล้มล้างรัสเซียและเบียดขับจีนอย่างหัวปักหัวปำมากกว่าดูแลประชาชนในประเทศของตน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความเสื่อมของอิทธิพลตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ

วันที่ ๒๙ มิ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และโกลบัลไทมส์รายงานว่า ท่ามกลางการประชุมที่มีชื่อเสียงของผู้นำ จี๗ และนาโต้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนจ้าว ลีเจี้ยน (Zhao Lijian) ได้โพสต์ภาพเมื่อวันอังคารโดยชี้ให้เห็นว่าแม้จะถูกเรียกว่า”สังคมระหว่างประเทศ”แต่ประเทศจี๗ มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของประชากรโลก เมื่อเทียบกับประชากรในกลุ่ม บริกส์และบริกส์พลัส

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ภาพที่แสดงให้เห็นผู้นำของประเทศ G7 ควบคู่ไปกับผู้นำของกลุ่มประเทศ BRICS ภาพดังกล่าวระบุว่าประชากรในกลุ่มจี ๗ มีจำนวน ๗๗๗ ล้านคน ในขณะที่กลุ่มประเทศ BRICS มีประชากร ๓,๒๐๐ ล้านคน 

จ้าวกล่าวว่า“ครั้งต่อไปที่พวกเขาพูดถึง ‘สังคมนานาชาติ’ คุณคงรู้ว่ามันหมายถึงอะไร…”

หลังจากการประชุมสุดยอดในเยอรมนีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำ จี๗ ได้เดินทางไปมาดริด ซึ่งกลุ่มพันธมิตร นาโต้ ที่นำโดยสหรัฐฯ กำลังประชุมกันเพื่อร่างแนวคิดเชิงกลยุทธ์ใหม่ ซึ่งเป็นเอกสารที่สรุปภารกิจและจุดยืนต่อผู้ที่ไม่ใช่สมาชิก ในการอัปเดตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ เอกสารดังกล่าวจะกล่าวถึงจีนว่าเป็น”ความท้าทาย”และตามที่เลขาธิการของน่าโต้ เยนส์ สโตลเลนเบิร์ก ( Jens Stoltenberg) จะชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “พันธมิตรต่างๆ ถือว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของเราที่สำคัญและสำคัญที่สุด”

ทาทีเช่นนี้สำหรับจีนไม่ถือว่าเป็นการถอยแต่อย่างใด แต่คือเป้าหมายหนึ่งที่จะปิดล้อมทำลายจีนไม่ต่างไปจากที่รัสเซียถูกกระทำ

เพียงไม่กี่วันก่อนการประชุมสุดยอด จี๗ ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง และผู้นำของบราซิล อินเดีย และแอฟริกาใต้ ได้พบกันสำหรับการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศ BRICS ที่ไม่ค่อยมีรายงานจากสื่อตะวันตก  กลุ่มนี้ใช้อักษรย่อที่ประกอบด้วยอักษรตัวแรกของชื่อประเทศสมาชิก ประกอบด้วย ๕ ประเทศผู้ก่อตั้งจาก ๑๐ อันดับแรกของโลก และคิดเป็นประชากรมากกว่า ๔๐% ของประชากรโลกและ ๓๐% ของจีดีพี

แม้ว่ากลุ่ม BRICS จะไม่ใช่พันธมิตรอย่างเป็นทางการในแง่ของการทหารหรือทางเศรษฐกิจ แต่สมาชิกของกลุ่มนี้มักรวมตัวกันเพื่อต่อต้านฉันทามติของตะวันตกษที่ไม่ยุติธรรม ตัวอย่างเช่น นอกจากบราซิลแล้ว ไม่มีชาติใดในกลุ่ม BRICS ที่โหวตให้สหรัฐฯ และพันธมิตรของตนประณามการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ที่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือนมีนาคม เป็นต้นมา จีนและอินเดียก็ได้เพิ่มความสัมพันธ์ทางการค้ากับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาโดยไม่ประณามไม่คว่ำบาตรตามวาระวอชิงตัน

กลุ่มบริกส์กำลังขยายตัวเร็ว ๆ นี้ด้วยเช่น  อาร์เจนตินาและอิหร่านสมัครเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านอธิบายว่ากลุ่ม BRICS เป็น“กลไกที่สร้างสรรค์มากและมีแง่มุมเปิดกว้าง” และประธานาธิบดีอาร์เจนตินาอัลเบอร์โต เฟอร์นานเดซ (Alberto Fernandez) กล่าวว่าแพลตฟอร์มกลุ่มบริกส์สามารถ“ดำเนินการตามวาระเพื่ออนาคตที่จะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และในเวลาที่เหมาะสมกว่า”

นอกจากนี้ กลุ่มประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ได้แสดงความสนใจที่จะเชื่อมต่อสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญอีก ๑๓ ประเทศในนาม บริกส์พลัส(BRICS+)

ในระหว่างการประชุมสุดยอด BRICS เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปธน.ปูตินกล่าวว่าสมาชิกทั้ง ๕ ประเทศกำลังดำเนินการจัดตั้งสกุลเงินสำรองทั่วโลกใหม่“ตามตะกร้าสกุลเงินของประเทศของเราเอง” ในระบบร่วม MIR ที่ไม่ต้องง้อ SWIFT ของตะวันตก ในธุรกรรมทางการเงิน-การค้าทั้งระดับบุคคลและระดับองค์กร

การขยายตัวของ BRICS เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในหมู่ผู้เข้าร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากนอกกลุ่ม ผู้สังเกตการณ์เชื่อว่าหากมีประเทศเข้าร่วม BRICS มากขึ้น โปรไฟล์ทั่วโลกของกลุ่มเศรษฐกิจจะได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไม่ต้องสงสัย สมาชิกจำนวนมากขึ้นจะนำทรัพยากรและความได้เปรียบทางอุตสาหกรรมมารวมกัน ส่งผลให้เกิดโอกาสในการร่วมมือมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความสมบูรณ์ทางเศรษฐกิจของเครือข่าย BRICS อย่างมีนัยสำคั

ยิ่งไปกว่านั้น ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของความร่วมมือของ BRICS จะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาจัดการกับความสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกิดจากอำนาจอธิปไตยฝ่ายเดียวของประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำหนดนโยบายต่างประเทศโดยประมาท ตลอดจนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศที่ขาดความรับผิดชอบและกำลังก่อให้เกิดความหายนะ เกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วย

แม้ว่า BRICS จะประกาศเจตจำนงค์ไม่ใช่ค่ายต่อต้านตะวันตก และไม่ใช่กลุ่มที่จะต่อสู้กับตะวันตก คำหลักของการประชุม BRICS ประจำปีนี้คือ “การพัฒนา” “ความร่วมมือ” “ความมั่นคง” และ “สันติภาพ” ซึ่งมุ่งหวังที่จะนำโลกกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่าสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกจะไม่ได้มองเช่นนั้น!!

Trade War