นาโต้-ยูเครน หนีหัวซุกหัวซุน หลัง “รัสเซีย” จัดหนัก ใช้ขีปนาวุธสุดโหด ถล่มกลางเมือง

0

แผนยึดเมืองสุดเฉียบ! กองกำลังนาโต้-ยูเครน หนีหัวซุกหัวซุน หลัง “รัสเซีย” จัดหนัก ใช้ขีปนาวุธสุดโหด เข้าถล่มกลางเมือง!?

ล่าสุดทางด้านเพจสาธารณะชื่อ World Update โดยอ้างอิงมาจาก Reuters , RT news , Sputnik news , CGTN, สาธารณรัฐลูฮันสก์ , กลาโหมรัสเซีย และสื่ออิสระยูเครน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ขณะ รัสเซีย เข้ายึดหัวเมืองสำคัญของยูเครนได้เป็นผลสำเร็จ โดยมีรายละเอียดว่า “NATO ทนอีกนิด รัสเซีย จัดหนักใช้อภิขีปนาวุธสุดโหดปราบไอซิส มาถล่มยูเครน”

กลยุทธ์การทำศึกของรัสเซีย ยังคล้ายมีหลักนิยมคล้ายบรรพบุรุษสหภาพโซเวียติ ที่เคยชนะเยอรมนี อิตาลี ฟินแลนด์ สวีเดน บัลแกเรีย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกว่า 77 ปีก่อน คือ “ปิดล้อมแล้วทำลาย”

โดยการปิดล้อมนั้นใช้ทหารราบที่รบแบบจรยุทธ์นักรบกองทัพลูฮันสก์ โดเนตสก์ ที่เคยเป็นอดีตชาวยูเครน ที่ประกาศแยกอิสระภาพกำลังรบไม่มากไม่เกิน 180,000 นาย แล้วเติมเต็มด้วยนักรบเชเชนสลับผลัดละ 2-3 เดือน ที่ชอบและถนัดทำสงครามกลางเมือง รวมแล้ว 200,000 นาย และเน้นใช้อาวุธปืนไรเฟิลทันสมัย สไนเปอร์ที่ยิงแม่นยำเหมือนจับวางได้หลายกิโลเมตร และที่เปลี่ยนมิติสงครามยุคใหม่คือใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาทุ่นแรง

อากาศโดรนราคาถูกๆ ของรัสเซีย มีประสิทธิภาพดีเกินคาด ใช้สอดแนมบนท้องฟ้าระยะสูงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กล้องถ่ายทอดภาพมาที่จอชัดแจ๋ว นักรบเชเชนเหมือนเล่นเกมส์กด สั่งยิงปืนใหญ่อัตราจร 152 มม. หรือ ปืนยักษ์ 203 มม.ลูกปืนใหญ่นำวิถีด้วยเลเซอร์จากอากาศยานโดรนลงตรงพิกัดเป้าหมายอย่างแม่นยำมาก

สามารถทำลายขบวนยานพาหนะ จุดรวมพล คลังอาวุธ อาคารศูนย์สั่งการได้อย่างเด็ดขาด ผสานกับจรวดหลายลำกล้อง TOS-1 Heavy Flamethrower System
เทอร์โบบาริก ที่แม้แต่อยู่ในบังเกอร์ หรือสนามเพลาะสิ่งมีชีวิตก็เป็นปุ๋ยหมด

ส่งผลให้ฝ่าย NATO และยูเครนในเมืองอุตสาหกรรมเซเวโรโดเนตสก์ เจอความโหดรัสเซียไปเดือนเดียว กลายเป็นปุ๋ยถึง 7,000 ราย , มิคาอิล มซินท์เซฟ หัวหน้าศูนย์ควบคุมการป้องกันประเทศของรัสเซีย ระบุว่ากองกำลังยูเครนในเมืองสูญเสียกำลังถึง 90% มีทหารรับจ้าง Azov ของ NATO ระเหยหายไปในเมืองนี้น้องๆ เมืองท่ามาริอูโปล

ส่งผลให้ฝ่ายกองทัพสาธารณรัฐลูฮันสก์ ยึดเมือง ประกาศปลดปล่อยออกจากการปกครองของยูเครน และสถาปนาการปกครองขึ้นใหม่แต่งตั้งนายกเทศมนตรีจากฝ่ายรัสเซียเรียบร้อยแล้ว ผลก็คือ ทหารยูเครน 1,200 คนของยูเครน และทหารรับจ้าง Azov ของ NATO อีก 800 คน ที่ถูกปิดล้อมในโรงงานเคมี Azot มีความผิดตามกฎหมายของลูฮันสก์ในข้อหาเป็นอาชกรสงคราม “ต้องโทษประหารชีวิต”

ส่วนพลเรือนตัวประกัน 800 รายนั้น ฝ่ายทหารกองทัพเชเชน และลูฮันสก์ช่วยออกไปจากโรงงานแล้ว สภาพจุดจบของทหารรับจ้าง Azov เมืองนี้จะไม่ต่างจากโรงงานเหล็กอาชอฟสตาล คือ “ถ้าไม่ยอมแพ้ ก็ต้องถูกทำลายทิ้งหมด” นี่คือกฎที่รัสเซียยึดถือมาตลอด และไม่เจรจาด้วย ไม่สนชาติใดจะกดดันทั้งสิ้น

ฝ่ายเสนาธิการของยูเครนนั้นนับว่าผิดพลาดมากที่ปล่อยให้ทหารมากกว่า 5 กองพันตกอยู่ในวงล้อมฝ่ายรัสเซีย ดังนั้นเมื่อสังถอยทัพจึงเสียกระบวนมาก ต่องทิ้งอาวุธปืนใหญ่ รถหุ้มเกราะ จรวด ฯลฯ ที่ NATO ส่งมาเพื่อถอยหนี ซึ่งระหว่างถอย ก็กลายเป็นปุ๋ยไปถึง 90% รอดแบบหวุดหวิดแค่ราว 10% ไม่กี่คนเท่านั้น

อเล็กซี่ บับเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารทหารของยูเครน กอร์สกอย ยืนยันว่าเมืองนี้ถูกกองกำลังพันธมิตรรัสเซีย ยึดและปลดปล่อยจากยูเครนสมบูรณ์แล้ว , ถือเป็นความเพลี่ยงพล้ำ สูญเสียฝ่าย NATO ส่งผลร้ายเป็นโดมิโน ไปถึงเมืองคู่แฝดลิซิแชงซ์ค คนละฝั่งแม่น้ำก็โดนฝ่ายพันธมิตรรัสเซียปิดล้อมและทำลาย ยึดโรงงาน เหมืองแร่ไป จนจะแตกอีกเมืองแล้ว

สถานการณ์ยูเครนตอนนี้เสียหาย และเสียขวัญหนักมาก เพราะเมืองซีวีโรโดเนตสก์ถือเป็นปราการด่านสำคัญควบคุมแคว้นลูฮันสก์ทั้งหมด หากเมืองคู่แฝดลีซีชานสก์แตกถูกยึดอีกเมืองก็แทบจะหมดแนวรับที่แข็มแข็งที่สุดแล้ว

ที่ทำให้กลุ่ม G7 ประชุมที่เยอรมนี , NATO จะประชุมที่สเปน และยูเครน ฝันร้ายสุดๆ เมื่อรัสเซีย จัดหนักข่มขวัญยิงจรวดร่อนแบบอากาศสู่พื้น X-101 แต่ละลูกมีน้ำหนัก 2,500 กก. หัวจรวดมีน้ำหนัก 400 กก. ความเร็วราว 1,000 กม./ชม. กองทัพอากาศรัสเซีย เคยใช้ในซีเรีย ทำลายกลุ่มก่อการร้าย IS ที่สหรัฐหนุนในซีเรีย จากเดิม 150,000 คน เหลือ 800 คนในเวลา 10 เดือนเท่านั้น

แต่คราวนี้รัสเซียยิงมาจากป้อมบินยักษ์ Tu-95 และ Tu-160 ที่สามารถติดตั้งขีปนาวุธ X-101 ได้ครั้งละ 8-12 ลูก ยิงจากน่านฟ้าเบลารุส เอาคืนที่ยูเครน กล้ามาแหย่หนวดยึดปุ๋ยเบรารุสไป และยิงจากทะเลแคสเปี้ยน ที่พิสัยไกล 5,500 กม.ถล่มโรงงานผลิตเครื่องจักรทางทหาร Artyom , ที่พักนักรบครูฝึกต่างชาติ ในกรุงเคียฟ ในเวลาเดียวกันเรือรบรัสเซีย ยังปล่อยขีปนาวุธทดลองชนิดต่างๆ มากถึง 50 ลูก

มุ่งใส่เป้าหมายทางทหาร ฐานทัพ คลังอาวุธ NATO ศูนย์สั่งการ ทั่วประเทศยูเครน และรอบกรุงเคียฟ นับเป็นการโจมตีใหญ่ครั้งหนึ่งของรัสเซีย ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักมากให้ NATO และยูเครน

ด้านประธานาธิบดี เซเลนสกี แห่งยูเครน ระบุว่า “เราจะชนะเร็วๆ นี้และจะยึดคืนได้หมดทุกแห่ง ส่วนนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ เตรียมจะส่งผู้อพยพชาวยูเครนที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ราว 80,000 คน ย้ายไปอยู่ที่ประเทศราวันด้า ทวีปแอฟริกา..NATO ทนอีกนิด ยูเครนทนอีกหน่อย ใกล้ชนะมากแล้ว..สู้ต่อไป ชนะป่นปี้แน่นอน