แนวหน้าการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ..กรณีศึกษาที่ 1 อาลีบาบา

0

แนวหน้าการใช้ปัญญาประดิษฐ์

แปล ดร.วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล, 11 พฤศจิกายน 2562

เขียน เบอร์นาร์ด มารร์ และ แมต วอร์ด, 2019

กรณีศึกษาที่ 1 อาลีบาบา

 

ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ธุรกิจค้าปลีกและการให้บริการแบบธุรกิจกับธุรกิจ

 

Alibaba Group เป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติสัญชาติจีน ที่ดำเนินธุรกิจเครือข่ายอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลกผ่านทาง “เว็บแบบพอร์ทัล” ซึ่งรวมถึง Alibaba.com, Taobao,Tmall และ Ali Express

 

ด้วยยอดขายทั่วโลกที่มากกว่าของ Amazon และ eBay รวมกัน อาลีบาบา ได้สร้างแพลตฟอร์มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ทั่วโลก และนำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้กับองค์กรต่าง ๆ ในเกือบทุกสาขาธุรกิจและเทคโนโลยี ความสำเร็จของอาลีบาบาในการส่งมอบ บริการอีคอมเมิร์ซและค้าปลีก บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึง บริการคลาวด์แบบธุรกิจกับธุรกิจ ได้ทำให้พวกเขามีรายได้มากกว่า 500 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

 

แจ๊ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา

 

ลูกค้าของอาลีบาบา ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยในการค้นพบสิ่งที่พวกเขาต้องการและสั่งซื้อสินค้าในพอร์ทัลออนไลน์ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งรายใหญ่ที่สุดในโลก อาลีบาบาได้อนุญาตให้ธุรกิจอื่น ๆ ได้ใช้เครื่องมือและบริการคลาวด์ของตนเพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จาก AI ได้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนั้น อาลีบาบากำลังขยายการประยุกต์ใช้ AI ไปสู่สังคมที่กว้างขวางขึ้น ด้วยโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็น “เมืองอัจฉริยะ” พวกเขายังวางแผนที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศจีน (และบางทีของทั้งโลก) เพื่อทำให้ภาระในการผลิตอาหารเลี้ยงดูประชากรที่กำลังเติบโตเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

 

อาลีบาบาใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างไร?

 

รัฐบาลจีนได้สนับสนุนให้ธุรกิจมีกานำ AI มาใช้อย่างแข็งขัน โดยเชื่อมั่นว่ามันมีศักยภาพมหาศาลในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ให้กลายเป็นผู้นำในสาขาAl ของโลก ภายในปี 2573

 

บวกกับความจริงที่ว่า ประชากรของประเทศจีนมีจำนวนมหาศาล ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลในการดำเนินชีวิตของลูกค้าจำนวนมาก ทำให้ประเทศนี้นับเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการเติบโตของ AI

 

อีคอมเมิร์ซพอร์ทัลของอาลีบาบาใช้ AI ที่มีความซ้อนในระดับสูง ในการเลือกรายการสินค้ที่จะแสดงต่อลูกค้า ในขณะที่พวกเขาเยี่ยมชมและค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการซื้อ มันทำได้โดยการสร้างหน้าเว็บสำหรับผู้เข้าชมแต่ละคนให้แสดงรายการสินค้าและราคาที่คาดว่าจะเหมาะสมจำเพาะสำหรับคนนั้น ๆ

 

(หมายเหตุผู้แปล: เว็บไซต์รุ่น 1 แสดงเพจเหมือนกันสำหรับทุกคน, เว็บไซต์รุ่น 2 ให้ ลูกค้าใส่ตัวกรองสำหรับการค้นหา, เว็บไซต์แบบ AI หาตัวกรองให้ลูกค้าจากข้อมูลประวัติการซื้อ-การคลิก-และ Big Data)

 

โดยการตรวจสอบการกระทำ(พฤติกรรม)ของลูกค้า -ไม่ว่าจะทำการสั่งซื้อ, เรียกดูรายการอื่น, หรือออกจากเว็บไซต์-มันเรียนรู้แบบเรียลไทม์เพื่อทำการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บเพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นที่การเยี่ยมชมจบลงด้วยการสั่งซื้อ

 

เพื่อฝึกฝนพอร์ทัลอีคอมเมิร์ซ ให้แสดงหน้าเว็บสำหรับผู้เข้าชมแต่ละคนเพื่อให้มีโอกาสปิดการขายได้สำเร็จสูง อาลีบาบาได้นำรูปแบบของ “การเรียนรู้แบบมีการชี้แนะบางส่วน” มาใช้ ซึ่งสิ่งนี้เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “การเรียนรู้แบบมีการเสริมแรง” ใน Taobao Portal

 

เนื่องจาก การรวบรวมข้อมูลผู้ใช้ให้ได้มากเพียงพอที่จะนำมาใช้ฝึก “อัลกอริทึมการเรียนรู้แบบไม่มีการชี้แนะ” จากพฤติกรรมของลูกค้าแบบตามเวลาจริง จำเป็นต้องใช้เวลานานและเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจด้วย, Vitual Toba๐ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้า ที่ถูกจำลองขึ้นจากข้อมูลลูกค้าหลายแสนชั่วโมงในอดีต ข้อมูลจำนวนมากนี้ ช่วยทำให้อัลกอริทึมมีโอกาสได้สัมผัสกับพฤติกรรมของลูกค้าที่หลากหลายรูปแบบอย่างกว้างขวาง โดยใช้ระยะเวลาเรียนรู้ที่สั้นลงอย่างมาก

 

 

อาลีบาบายังมี Dian xiaomi ซึ่งเป็น “แชทบอทแบบ AI” ของตัวเอง ที่ช่วยตอบคำถามของลูกค้ามากกว่า 350 ล้านรายต่อวัน โดยมีอัตราทำให้ลูกค้าเข้าใจได้สำเร็จมากกว่า 90% เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ อาลีบาบาสามารถต่อกรกับลูกค้าจำนวนมหาศาลที่แห่เข้ามา เนื่องในโอกาสพิเศษที่มีการจัดอีเวนท์ต่าง อาทิ “การช็อปปิ้งในวันเดียว (Single Day Shopping

Event)” ที่อาลีบาบาจัดขึ้น หรือ ตัวอย่างการช็อปปิ้งในวันคนโสด (11 November)

 

สร้างเอกสารการขายอัตโนมัติ

 

ด้วยสินค้าที่แตกต่างกันหลายล้านรายการที่วางจำหน่ายทั่วทั้งเว็บไซต์ของตน อาลีบาบาได้ลงทุนใน “การสร้างเอกสารอัตโนมัติ” เพื่อลดภาระในการเขียนคำอธิบายสำหรับทุกสิ่งที่จะขาย เครื่องมือนี้ได้เปิดให้ ผู้ขายซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ใช้งานบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบาได้ด้วย

 

AI Copywriter (นักเขียนบทความที่เป็นปัญญาประดิษฐ์) ของอาลีบาบาใช้”อัลกอริทึมการประมวลผลภาษาธรรมชาติ” ที่ทำงานอยู่บน “เครือข่ายนิวรัลการเรียนรู้ลึก(deep learning neural networks)” ซึ่งสามารถเขียนบทความได้ถึง 20,000 บรรทัดต่อวินาที่

 

ตามธรรมเนียมปฏิบัติ, นักเขียนบทความส่งเสริมการขาย จะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นคว้าคำกุญแจ และอัตราการคลิกผ่าน เพื่อทำความเข้าใจว่า สิ่งใดที่น่าจะทำให้ลูกค้าคลิกลิงก์ที่อยู่ในเพจแสดงผลการค้นหาของพวกเขา AI Copywriter ช่วยให้อาลีบาบาและผู้ขายคนอื่น ๆ ที่ขายผ่านแพลตฟอร์มของอาลีบาบา ใช้ฟังก์ชั่นนี้โดยเพียงการคลิกแค่ปุ่มเดียว

 

AI Copywriter ทำงานโดยการนำคำทั้งหลายที่คาดว่าจะส่งผลให้ลูกค้าคลิก มาผสมผสานกันแล้วสร้างเอกสาร (บทความ) หรือชิ้นงานโฆษณาขึ้นมาหลายๆแบบ แล้วปล่อยให้มันถูกเลือกใช้โดยอัลกอริทึมที่ได้รับการฝึกมาแล้ว ให้ตรงกับข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า

 

บริการคลาวด์

 

เช่นเดียวกับ อเมซอนและกูเกิ้ล อาลีบาบานำเสนอ “บริการ AI ผ่านคลาวด์” ให้กับลูกค้าประเภทองค์กรธุรกิจ ธุรกิจบริการคลาวด์ของอาลีบาบามีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน

 

การนำเสนอบริการ AI ของอาลีบาบาที่เรียกว่า “Machine Learning Platform สำหรับAI” ซึ่งนำเสนอโซลูชั่นสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างความได้เปรียบจากฟังก์ชันการประมวลองค์ความรู้ เช่น การประมวลผลภาษาธรรมชาติ การมองเห็นของคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ด้วยตนเอง

 

เทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติของอาลีบาบา เป็นรายแรกของโลกที่เอาชนะการทดสอบของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ออกแบบมาเพื่อประเมินว่าเครื่องจักรสามารถเอาชนะมนุษย์ ในการอ่านจับใจความได้หรือไม่

 

ในปี 2018 “เทคโนโลยีการประมวลผลภาษาเครือข่ายประสาทลึก” ของอาลีบาบาได้ผ่านการทดสอบคำถาม 100.00 ข้อ ด้วยคะแนน 82.44 เอาชนะมนุษย์ที่ได้คะแนน 82.3.7 ไปอย่างหวุดหวิด

 

เมืองอัจฉริยะ

 

อาลีบาบาได้พัฒนา ชุดเครื่องมือ AI บนคลาวด์ ที่ออกแบบมาเพื่อดำเนินงานที่สำคัญเช่น การจัดการกระแสการจราจร  การควบคุมการส่องสว่าง และ การรวบรวมขยะ ในตัวเมืองด้วยการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานผ่าน สมาร์ก-ออนไลน์-เทคโนโลยี

 

Alibaba City Brain ถูกนำมาใช้แล้ว ในการติดตามและจัดการการไหลของการจราจรในถนนทุกสายของหางโจว เมืองที่มีประชากร 9.5 ล้านคน ตามรายงานกล่าวว่า ระบบนี้ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดลงได้ 15% และคาดว่าจะถูกนำไปใช้ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในไม่ช้า

 

City Brain ติดตามการไหลของการจราจร และสร้างแบบจำลองที่สามารถใช้ในการทำนายได้ว่า เมื่อไรจะมีความแออัดเกิดขึ้น เมื่อมันรับรู้สัญญาณที่แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ มันสามารถปรับเปลี่ยนแบบแผนการเปิดปิดสัญญาณไฟจราจร เพื่อเร่งความเร็วหรือควบคุมการไหลของการจราจร เพื่อให้การติดขัดมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง

 

AI ของอาลีบาบายังช่วยเพิ่มพลังการให้บริการให้แก่ซุ้มขายตั๋วชาญฉลาด ของสถานีรถไฟใต้ดินในนครเซี่ยงไฮ้ ซุ้มให้ข้อมูลเส้นทางลูกค้าเมื่อถูกถาม และตรวจสอบตัวตนของลูกค้าโดยใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า

 

การทำฟาร์มอัจฉริยะ

 

อาลีบาบาได้พัฒนาระบบAI สำหรับติดตามตรวจสอบฝูงสัตว์ในฟาร์ม พืชผล และสวนผลไม้

 

ในฐานะผู้จัดจำหน่ายและผู้บริโภคเนื้อหมูรายใหญ่ที่สุดของโลก เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูชาวจีน มีการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้บันทึกกิจกรรมและสุขภาวะของฝูงสัตว์ และตัดสินใจเพิ่ม-ลดอาหารที่ป้อนโดยอัตโนมัติ หรือกระตุ้นให้สัตว์ออกกำลังกายมากขึ้น

 

ด้วยเผชิญหน้ากับความท้าทายในการเลี้ยงอาหารแก่ประชากรที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ระบบนี้ช่วยให้เกษตรกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการผสมพันธุ์ โดยการเพิ่มจำนวนสัตว์ที่มีสุขภาพดีและลดอัตราการตายของทารกแรกเกิดได้ ระบบยังถูกนำไปใช้ในการปลูกพืชและการจัดการที่ดินอีกด้วย

 

Academy For Discovery, Adventure, Momentum, และ Outlook

 

กลยุทธ์AI ของอาลีบาบามีพื้นฐานมาจากการกระจาย “โซลูชั่นของการเรียนรู้ของเครื่องจักรและการเรียนรู้ลึก” ไปสู่ภาคธุรกิจและลูกค้า โดยส่งผ่านบริการคลาวด์

 

แพลตฟอร์ม AI ของอาลีบาบา ถูกส่งผ่านทางบริษัทลูกที่ชื่อ Alibaba Cloud ซึ่งดำเนินงานศูนย์ข้อมูล 18 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วโลก ศูนย์เหล่านี้เป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์ที่มอบพลังให้แก่ อัลกอริทึม AI และ เทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูล ซึ่งถูกจัดไว้ให้เป็นบริการอย่างหนึ่งของ Alibaba Cloud

 

ในปี 2560 อาลีบาบาประกาศว่จะลงทุน 15 พันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสามปีถัดไปในการขยายเครือข่ายทั่วโลกของสิ่งอำนวยความสะดวกในการวิจัยและพัฒนา AI , อาลีบาบา เรียกโปรแกรมนี้ว่า Academy for Discovery, Adventure, Momentum และ Outlook  DAMO – และจะเกี่ยวข้องกับการสรรหา 100 นักวิจัยสำหรับห้องปฏิบัติการ ในปักกิ่งและหาง

โจวของจีน, San Mateo และ Bellevue ในสหรัฐอเมริกา, เช่นเดียวกับในที่อื่น ๆ เช่น มอสโก เทลอาวีฟ และสิงคโปร์

 

การวิจัยที่ห้องแล็บจะมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้ของเครื่องจักร การประมวลผลของภาษาธรรมชาติ, Internet of Things, การโต้ตอบระหว่างมนุษย์/เครื่องจักร และการคำนวณควอนตัม

 

ความท้าทายหลัก, จุดเรียนรู้ และ Takeaways

 

-อาลีบาบาเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของจีนด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งทำให้พวกเขาเริ่มต้นขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการแข่งขันที่จะกลายเป็นผู้นำของโลกในเรื่อง AI

-ตัวแบบการเปิดตัว AI ไปสู่ลูกค้าหลายล้านคนและธุรกิจหลายแห่ง ด้วยการให้บริการผ่านระบบคลาวด์นี้ ช่วยให้ลูกค้าตัดความเสี่ยงและลดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่เปิดโอกาสให้อาลีบาบาเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล

-โดยการประยุต์ใช้เทคโนโลยีที่ออกแบบมาสำหรับกระตุ้นยอดขายในร้านค้าปลีก ไปใช้แก้ปัญหาอื่น ๆในธุรกิจและในสังคม อาลีบาบาได้ชี้ให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ AI รูปแบบใหม่ๆโดยไม่ถูกจำกัดอยู่เฉพาะภายในกรอบการดำเนินธุรกิจตั้งเดิมของตนเพียงเท่านั้น