ศรีลังกาวิกฤตหนัก! ศก.ประเทศ ล่มสลายโดยสมบูรณ์! จัดทหารเฝ้าปั๊มน้ำมัน 24 ชม. หลังผู้ประท้วงก่อจลาจล!

0

ศรีลังกาวิกฤตหนัก! ศก.ประเทศ ล่มสลายโดยสมบูรณ์! จัดทหารเฝ้าปั๊มน้ำมัน 24 ชม. หลังผู้ประท้วงก่อจลาจล!

จากกรณีที่ประเทศศรีลังกาเผชิญวิกฤตต่อเนื่องยาวนาน ประชาชนขาดแคลนอาหาร รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิง ยารักษาโรค และสินค้านำเข้าที่จำเป็นต่างๆ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อรอเข้าใช้บริการของสถานีน้ำมัน

ในขณะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยื่นมือมาช่วยเหลือ โดยสั่งบริษัทพลังงานรัฐวิสาหกิจของรัฐ ขนน้ำมันดิบใส่เรือมาเทียบท่าศรีลังกา โดยให้ติดหนี้ไว้ก่อนมีเมื่อไรค่อยมาใช้ ในขณะที่ จีน ได้ขนส่งเวชภัณฑ์ ข้าว และสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อมนุษยธรรมฉุกเฉินและมอบเงิน 500 ล้านหยวน แถมจีนจะช่วยศรีลังกาจัดการกับภาระหนี้สินที่มีต่อจีน และหนี้กับประเทศอื่น รวมทั้งหนี้กับองค์กรระหว่างประเทศ ( IMF , World bank) อีกด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 นายรานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีศรีลังกาแถลงต่อรัฐสภา เศรษฐกิจศรีลังกาได้ล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว และการทำข้อตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้ศรีลังการอดพ้นวิกฤต ปัจจุบันศรีลังกาเผชิญกับสถานการณ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าการขาดแคลนเชื้อเพลิง ก๊าซ ไฟฟ้า และอาหาร เพราะไม่สามารถซื้อเชื้อเพลิงนำเข้า และไม่มีแม้แต่เงินสด เนื่องจากบริษัทปิโตรเลียมของรัฐบาลมีหนี้สินจำนวนมาก

Ranil Wickremesinghe
โดยรัฐบาลศรีลังกากำลังเจรจากับ IMF เพื่อทำข้อตกลงกู้ยืมเงินล็อตใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยศรีลังกาจำเป็นต้องใช้เงิน 6 พันล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เพื่อเพิ่มเงินทุนสำรอง, ชำระหนี้สินค้านำเข้ามูลค่ามหาศาล และสร้างเสถียรภาพให้กับค่าเงิน นอกจากนี้ ศรีลังกายังวางแผนที่จะจัดการประชุมเพื่อขอความช่วยเหลือด้านสินเชื่อร่วมกับชาติพันธมิตร ซึ่งรวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น และจีน
ในขณะที่สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า กองทัพของศรีลังกาเปิดฉากปรามปราบจลาจลที่สถานีบริการน้ำมัน เนื่องจากมีการต่อคิวซื้อน้ำมันเบนซินและดีเซลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
โดยตำรวจยิงกระสุนจริงในเมืองวิสุวามาดู ห่างจากโคลัมโบไปทางเหนือ 365k (227 ไมล์) ในคืนวันเสาร์หลังจากที่ปั๊มน้ำมันหมด และการประท้วงโดยผู้ขับขี่ที่โกรธจัดก็ทวีความรุนแรงขึ้นและนำไปสู่การปะทะกับทหาร โดยกลุ่มคน 20 ถึง 30 คนขว้างก้อนหินและสร้างความเสียหายให้กับรถบรรทุกของกองทัพบก
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ ตำรวจกล่าวว่า พลเรือน 4 คนและทหาร 3 คนได้รับบาดเจ็บเมื่อกองทัพเปิดฉากยิง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่กองทัพใช้ปืนเพื่อระงับความไม่สงบอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายลง

สำหรับศรีลังกากำลังประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราช โดยประเทศนี้ไม่สามารถหาดอลลาร์เพื่อนำเข้าสิ่งของจำเป็น ซึ่งรวมถึงอาหาร เชื้อเพลิง และยารักษาโรค ซึ่งประชาชน 22 ล้านคนในประเทศจำนวนมากต้องต่อคิวที่ปั๊มน้ำมันเป็นเวลาหลายชั่วโมง และต้องทนกับการตัดไฟเป็นเวลานานหลายเดือน ทั้งหมดนี้มีส่วนทำให้เกิดการประท้วงหลายเดือน ซึ่งบางครั้งก็รุนแรง โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโคตาบายา ราชปักษาลาออก นอกจากนี้ ศรีลังกาได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังติดอาวุธเพื่อปกป้องสถานีบริการน้ำมัน

ทั้งนี้ ยังมีรายงานว่า ตำรวจกล่าวว่าการปะทะกันเกี่ยวกับผู้ขับขี่รถยนต์ปะทุขึ้นที่สถานที่ 3 แห่งในช่วงสุดสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 6 นายได้รับบาดเจ็บจากการปะทะหนึ่งครั้ง ขณะที่ผู้ขับขี่รถยนต์ 7 รายถูกจับกุม

ในขณะที่ สื่อต่างประเทศรายงานว่า ชาวศรีลังกาแห่ทำพาสปอร์ต หวังไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในต่างประเทศ หลังประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี จนขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำมันเชื้อเพลิง และยารักษาโรค

โดยชาวบ้านที่เดินทางไปยังทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการย้ายถิ่นฐานมีทั้งแรงงาน เจ้าของร้าน เกษตรกร ข้าราชการ และแม่บ้าน โดยบางคนต้องไปตั้งแคมป์ค้างคืนกันที่หน้าสำนักงาน เนื่องจากคิวยาวมาก ซึ่งข้อมูลของรัฐบาลศรีลังกาพบว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้เจ้าหน้าที่ออกพาสปอร์ตแล้ว 288,645 เล่มเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 91,331 เล่ม
เอช.พี. จันดราลัล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และการย้ายถิ่นฐานเผยว่า เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน 160 คนต้องทำงานกันอย่างหนักจนเหนื่อยล้า เนื่องจากมีการขยายเวลาการทำงาน และเพิ่มจำนวนการออกพาสปอร์ตขึ้นเป็น 3 เท่า โดยแต่ละวันมีผู้คนมียื่นคำขอกว่า 3,000 คน