บัลแกเรีย สมุนสหรัฐ! รับคำสั่งแบนรัสเซีย จนถูกตัดก๊าซ ทำปท.เจอวิกฤต ถูกฝ่ายค้านโค่นพังทั้งรบ.?

0

บัลแกเรีย สมุนสหรัฐ! รับคำสั่งแบนรัสเซีย จนถูกตัดก๊าซ ทำปท.เจอวิกฤต ถูกฝ่ายค้านโค่นพังทั้งรบ.?

จากกรณีที่นายเจริญสุข ลิมป์บรรจงกิจ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่รัฐบาลบัลแกเรีย ถูกสภาโหวตขับออกแล้ว โดยระบุว่า รัฐบาล #บัลแกเรีย ที่โปรตะวันตก ถูกสภาโหวตขับออกแล้ว ทั้งที่เพิ่งเข้ามาแค่ 6 เดือน เนื่องจากบริหารประเทศผิดพลาด ทำให้มีวิกฤติพลังงาน โดน #รัสเซีย ไม่จ่ายก๊าซ เพราะเชื่อชาติตะวันตก ไม่จ่ายค่าก๊าซเป็น #รูเบิล

ต่อมาทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยอ้างอิงจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่ บัลแกเรียเป็นประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันออก ชายฝั่งทะเลดำ มีพรมแดนติดกับกรีซ ตุรกี เซอร์เบียและมาซิโดเนียเหนือ และโรมาเนีย เป็นชนชาติสลาฟและชนชาติบัลการ์ เคยเป็นอาณานิคมของรัสเซีย ต่อมาบัลแกเรีย เลือกข้างผิดเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 โดยอยู่ฝ่ายเยอรมนี จนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในมหาสงครามทั้ง 2 ครั้ง

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต จนล่มสลายและแตกเป็น 15 ประเทศในปี 1990 ปัจจุบันบัลแกเรียมีประชากร 7.9 ล้านคน ส่วนใหญ่ประมาณ 90% นับถือศาสนาคริสต์นิกายออโธดอกซ์คล้ายรัสเซีย รัฐธรรมนูญของบัลแกเรียมีสมาชิกรัฐสภา 240 คน จัดให้มีการเลือกตั้งทุก 4 ปี ประธานาธิบดี ดำรงตำแหน่งวาระ 5 ปี ปัจจุบันคือ นายรูแมน ราแดฟ

และมีนายกรัฐมนตรี คีริล เพทคอฟ เขาเป็นหนอนสหรัฐ ส่งมาจบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นโยบายเขาจึงโปรสหรัฐ NATO และ EU ไม่เป็นมิตรกับรัสเซีย เขาเพิ่งตั้งรัฐบาลได้แค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่ทำตามคำสั่งชาติตะวันตกอย่างซื่อสัตย์ ไม่สนใจประโยชน์ประชาชน โดยคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย รวมทั้งขายอาวุธเก่าพร้อมซ่อมแซมเครื่องจักรทางทหารของยูเครน ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเขาปลดรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออก เพราะไม่ยอมเรียกปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนว่า “สงคราม” อีกทั้งร่วมมือกับคู่หูโปแลนด์ กระด้างกระเดื่องเบี้ยวชำระหนี้ค่าก๊าซให้รัสเซียเป็นรูเบิล จนโดนรัสเซียตัดระงับจ่ายก๊าซให้ใช้มาตั้งแต่ปลาย เม.ย.2022
นายกรัฐมนตรีคีริล เพทคอฟ แห่งบัลแกเรีย
ผลการตัดก๊าซผ่านไปแค่วันเดียว รัฐบาลบัลกาเรียก็ถูกสมาคมธุรกิจ ร่วมกับฝ่ายค้านกดดันจนรัฐบาลร่อแร่ไม่มั่นคง แม้ต่อมาจะยอมศิโรราบรัสเซีย ขอกลับมาต่อสัญญาก๊าซใหม่ และทิ้งโปแลนด์หันไปเข้าแก๊งค์เดียวกับฮังการี แต่รัสเซีย ก็ยังเฉยๆ ไม่สนใจ เพราะนายกรัฐมนตรีคีริล เพทคอฟ แห่ง บัลแกเรีย ก็ยังคอยเป็นสาวกสหรัฐ ดำเนินนโยบายระหว่างประเทศ ส่วนนโยบายภายในประเทศเองก็ป่วนเกิดความวุ่นวายทางการเมือง รัฐบาลระส่ำระสายแตกแยกจนไม่อันทำอะไร ปัญหาผู้อพยพชาวยูเครนจำนวนมาก ก็หนักอกโรงแรมที่พักที่ถูกละเลงผนังด้วยสิ่งขับถ่ายจนสกปรกเลอะเทอะ ปัญหาอาชกรรมลักขโมย จนต้องไล่ไปรวมกันในแคมป์ผู้อพยพที่ทำจากตู้คอนเทนเนอร์
นายกรัฐมนตรีคีริล เพทคอฟ แห่งบัลแกเรีย
ก็ยังไม่จบปัญหา ราคาพลังงานแพงลิ่ว สร้างความไม่พอใจให้ชาวบัลแกเรีย ส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบและพึ่งพิงก๊าซรัสเซีย 95% อย่างมาก ฝ่ายค้านได้ทีจึงยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในสภา รวมถึงโจมตีการใช้จ่ายงบประมาณ ว่ารัฐบาลล้มเหลวในการดำเนินการตามนโยบายการคลังและเศรษฐกิจเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นประเทศที่ยากจน ตกต่ำที่สุดของสหภาพยุโรปในยามนี้ ผลการลงมติในสภา ฝ่ายค้านชนะด้วยคะแนนเสียง 123 ต่อ 116 พรรคร่วมรัฐบาลหันไปโหวตร่วมกับฝ่ายค้าน ส่งผลให้รัฐบาลแพ้และล้มลงนายกรัฐมนตรีคีริล เพทคอฟ และคณะรัฐมนตรีตกเก้าอี้
ภายหลังแพ้โหวตในสภาและตกเก้าอี้ผู้นำ นายคีริล เพทคอฟ เลียนแบบผู้นำสหรัฐ กล่าวโทษฝ่ายค้านว่า “นี่ไม่ใช่วิธีที่จะชนะใจชาวบัลแกเรีย” ตอนนี้จึงเป็นรัฐบาลรักษาการ โดย รองนายกรัฐมนตรี อัสเซน วาสซิเลฟ ยังหวังว่ารัฐสภาจะโหวตเห็นชอบเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่ร่างขึ้นเพื่อเพิ่มเงินบำนาญของรัฐ และสนับสนุนครัวเรือนจากราคาอาหารและเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น ตั้งแต่บัลแกเรีย หันไปโปรชาติตะวันตก รัฐบาลบัลกาเรียก็ไม่มั่นคงมาตลอดล้มลุกคลุกคลาน ตั้งแต่เดือนเม.ย.2021 ปีก่อน บัลกาเรีย ต้องเลือกตั้งใหม่มาแล้ว 4 ครั้ง มีความเสี่ยงกับหนี้เงินกู้หลายล้านยูโร จากกองทุนฟื้นฟูของสหภาพยุโรป และแผนการใช้เงินต่อไป
ด้านพรรคร่วมรัฐบาล ITN ที่ลาออกไปร่วมกับฝ่ายค้าน ระบุว่า “ผู้นำประเทศ เพิกเฉยต่อผลประโยชน์ของบัลแกเรีย และไปวุ่นวายการเมืองนอกประเทศเป็นหุ่นเชิดให้กับ EU” , ส่วนพรรคฝ่ายค้านหลัก GERB ก็ปฏิเสธการเจรจาสนับสนุนเสียงในสภาให้ฝ่ายรัฐบาลรักษาการ ในการโหวตกฎหมายต่างๆ ก่อนการเลือกตั้งใหม่ , ขั้นตอนต่อไปตามรัฐธรรมนูญ หากนายคีริล เพทคอฟ ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และ 2 พรรคในรัฐสภาไม่เอาด้วย ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ประธานาธิบดี รูแมน ราแดฟ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 2 เดือน , ผลคือพรรค GERB ของอดีตนายกรัฐมนตรี Boyko Borissov ผนึกกำลังกับพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัสเซีย จะได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้งครั้งใหม่

เช่น นโยบายชาตินิยม ปัญหาทางเศรษฐกิจ และสงครามยูเครน และคาดว่าฝ่ายโปรรัสเซีย ในบัลแกเรีย จะสามารถเอาชนะใจชาวสลาฟในการเลือกใหม่จากนี้ ซึ่งจะทำให้เจรจาการค้าพลังงาน อาหาร เศรษฐกิจ กับรัสเซียได้ง่ายกว่ามากเพราะแค่มองตาก็รู้ใจ..สรุป รัฐบาลไหนโปรฝ่ายระเบียบโลกเก่าสหรัฐ จะระส่ำระสายไม่มั่นคงจากปัญหาสังคมและความเดือดร้อนของประชาชน จนเป็นผลให้เปลี่ยนแปลงอำนาจเป็นฝ่ายโปรจัดระเบียบโลกใหม่รัสเซีย – จีน รัฐบาลนั้นจึงจะไปต่อได้ นี่คือเป้าสำคัญที่หลายชาติยังมองเกมส์การชิงอำนาจโลกไม่ขาด..ชาติโปรสหรัฐที่เหลือ สู้ต่อไป ชนะจนรัฐบาลล้มแน่นอน