รุกฆาต!! รัสเซียเสนอBRICS ทิ้งดอลลาร์ ชูทองคำอัญมณีเป็นทุนสำรอง ประกาศใชู้รูเบิลชำระหนี้ยูโรบอนด์

0

รัสเซียซึ่งเป็นผู้นำท้าทายมหาอำนาจเก่าด้วยการปฏิว้ติเปโตรดอลลาร์ขยับครั้งใหญ่แล้ว โดยริเริ่มปลดแอกจากอิทธิพลดอลลาร์ทั้งจากการเปลี่ยนกฎเงินสำรองระหว่างประเทศ ชูทองคำมาตรฐานโลก การชำระสินค้า ค้าขายและการชำระหนี้  ใช้เงินท้องถิ่น โดยล่าสุดรัฐบาลและรัฐสภาของรัสเซียจ่อให้อำนาจปธน.ปูตินเต็มร้อย ใช้ทรัพย์สินรัสเซียสู้ศึกเต็มที่ เตรียมออกกฎหมายเปลี่ยนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการถือครองเงินสำรองต่างประเทศเป็นทองคำและอัญมณีมีค่า ตลอดจนการขายและการจัดการโลหะมีค่าและอัญมณีของรัฐ พร้อมประกาศใช้เงินรูเบิลชำระหนี้ต่างประเทศ บอนด์ยูโร ท่ามกลางสงครามในยูเครนยังดุเดือด ซึ่งในห้วงเวลานี้รัสเซียได้เปรียบในทุกปริมณฑล

นอกจากทำให้โลกดูแล้ว รัสเซียจะผลักดันในที่ประชุมกลุ่ม BRICS หันมาใช้เงินสกุลท้องถิ่นของตนค้าขาย ลงทุนเทดอลลาร์สหรัฐกันอย่างจริงจัง ซึ่งกำลังมีการประชุมในวันนี้ ใกล้เคียงกับที่สหรัฐจัดประชุมจี ๗ และนาโต้ เรียกว่าประกาศกล้าท้าทายซึ่งหน้าก็ว่าได้

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ ๒๓ มิ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า  จากข้อมูลในเอกสารของรัฐบาลระบุว่า กระทรวงการคลังของรัสเซียเสนอในสัปดาห์นี้ให้นำทองคำและอัญมณีส่วนหนึ่งของประเทศไปเป็นทุนสำรองพิเศษของประเทศที่สามารถเข้าถึงได้ในยามสงคราม หากข้อเสนอนี้ผ่านการพิจารณา จะทำให้ประธานาธิบดีรัสเซียมีสิทธิเพิ่มเติมในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเงินสำรองเหล่านี้

ทั้งนี้เงินสำรองของรัสเซียนั้น รวมถึงโลหะมีค่า เช่น ทองคำ แพลตตินั่ม และแพลเลเดียม เช่นเดียวกับอัญมณีอย่างเพชร ทับทิม และมรกต 

โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสภาดูมา (Duma) ของรัสเซีย ซึ่งเป็นสภาล่างของรัฐสภา ได้อนุมัติกฎใหม่ที่ทำให้ประธานาธิบดีมีอิสระมากขึ้นในการใช้สมบัติของรัฐโดยไม่ต้องปรึกษากับรัฐบาลหรือรัฐสภา หากมีความจำเป็นเมื่อประเทศต้องขายทรัพย์สินอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ทางการรัสเซียกำลังพิจารณาวิธีที่จะรักษาค่าเงินรูเบิลไว้อย่างเข้มงวดโดยไม่ละทิ้งการกำหนดเป้าหมายควบคุมเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันได้ค้นหาเครื่องมือที่จะควบคุมการขึ้นของค่าเงินหลังจากการคว่ำบาตร ทำให้ธนาคารกลางไม่ต้องแทรกแซงโดยตรง

อังเดร เบโลซอฟ(Andrey Belousov) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า ทางการได้หารือเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการกำหนดเป้าหมายสำหรับเงินรูเบิลแทนอัตราเงินเฟ้อ ประเด็นนี้มีความเร่งด่วนมากขึ้นเนื่องจากค่าเงินรูเบิลพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ ๗ ปี ซึ่งกระทบกับต่อผู้ส่งออกและการเงินสาธารณะมากขึ้น

ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนมองว่ารัสเซียจำเป็นต้องคิดค้นเครื่องมือทางเลือกที่จะช่วยควบคุมเงินรูเบิลในลักษณะที่คล้ายกับระบบที่ธนาคารกลางมีจนถึงปี๒๐๑๔  ซึ่งในขณะนั้นใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพื่อจัดการการแกว่งของสกุลเงิน แต่สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไป

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวในพิธีเปิดการประชุมกลุ่มBRICS เมื่อวันพุธที่ ๒๒ มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า กลุ่มประเทศ BRICS ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ กำลังดำเนินการจัดตั้งสกุลเงินสำรองทั่วโลกใหม่

ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า ในขณะที่รัสเซียเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ ก็พร้อมที่จะทำงานอย่างเปิดเผยกับพันธมิตรที่เป็นธรรมทั้งหมดบนหลักการเคารพผลประโยชน์ของกันและกัน อำนาจสูงสุดอย่างไม่มีเงื่อนไขของกฎหมายระหว่างประเทศ และความเท่าเทียมกันของประเทศและประชาชน 

เขากล่าวที่ฟอรัมธุรกิจ BRICSว่า “ปัญหาในการสร้างสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศโดยใช้ตะกร้าสกุลเงินของประเทศของเราเองกำลังดำเนินการอยู่”

ทางกลุ่มกำลังดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายการชำระเงินร่วม เพื่อลดการพึ่งพาระบบการเงินของตะวันตก นอกจากนี้ยังเห็นร่วมกัน ส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าขายร่วมกันในกลุ่มประเทศ BRICS

ธนาคารจากประเทศในกลุ่ม BRICS สามารถเชื่อมต่อกับระบบสำหรับการถ่ายโอนข้อความทางการเงิน (SPFS) ได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นทางเลือกของรัสเซียแทน SWIFT และทางกลุ่มก็เห็นพ้องด้วย

BRICS เป็นกลุ่มความร่วมมือที่ก่อตั้งขึ้นในปี ๒๕๔๙ และได้จัดการประชุมต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่ง BRICS เป็นอักษรย่อของกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาที่มีการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (Emerging Market) ประกอบด้วยบราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) จีน (China) และแอฟริกาใต้ (South Africa) โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วน BRICS คุณภาพสูงสู่ศักราชใหม่แห่งการพัฒนาระดับโลก” (Foster High-quality BRICS Partnership: Usher in a New Era for Global Development)

สำหรับกลุ่มประเทศ BRICS มีสัดส่วนของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คิดเป็น ๑ ใน ๔ ของโลก และมีตัวเลขการค้าคิดเป็นสัดส่วน ๑๖% ของการค้าโลก