ท้าเดือด!! เรือโจมตีเร็วของอิหร่าน ๓ ลำจ่อปะทะกองเรือที่ ๕ สหรัฐ ที่ช่องแคบเฮอร์มุซ เจรจากว่าชั่วโมง

0

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐนับวันตกต่ำถึงขีดสุด การเผชิญหน้าระหว่างกองเรือที่ ๕ ของสหรัฐกับหน่วยเรือโจมตีเร็วของอิหร่าน ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยได้รับการยืนยันจากกองทัพเรือสหรัฐฯ เหตุเกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซและมีรายงานว่าเกือบพลาดยิงปะทะใส่กัน ขณะเจรจากันกว่าชั่วโมงจึงแยกย้าย

วันที่ ๒๒ มิ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่ว กองเรือที่ ๕ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ ๒ ลำเผชิญหน้ากับเรือโจมตีเร็ว ๓ ลำของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่๒๐ ที่ผ่านมา

เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงสัญญาณเตือนเรือเร็วของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านที่แล่นตรงมาที่เรือรบระหว่างการเผชิญหน้าอย่างตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทางยุทธศาสตร์ 

ในคำแถลงของกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่ามีการเผชิญหน้ากันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในช่องแคบฮอร์มุซ รายงานของสหรัฐระบุว่าการกระทำของเรือเร็วของอิหร่าน “ ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมืออาชีพ ”

มีการกล่าวกันว่าเรือลาดตระเวนชั้นไซโคลน ยูเอสเอส สิรอคโค (USS Sirocco) และเรือขนส่งด่วนพิเศษชั้นสเปียร์เฮดยูเอสเอ็นเอส ช็อคทอว์ เคาตี้ (USNS Choctaw County) ได้ ดำเนินการขนส่งตามปกติในน่านน้ำสากล  ในขณะที่เกิดเหตุการณ์

ตามข้อมูลของกองเรือที่ ๕ ของสหรัฐฯ หนึ่งในยานโจมตีของอิหร่าน “ ได้เข้าใกล้ สิรอคโค ด้วยความเร็วสูงที่อันตรายและเปลี่ยนเส้นทางหลังจากที่เรือของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเสียงเตือนเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกัน ” ซิรอคโค ยังกล่าวอีกว่าได้ติดตั้งไฟเตือนระหว่างการเผชิญหน้าด้วย

ถ้อยแถลงระบุว่าในที่สุด เรือเร็วของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ ๓ ลำก็ออกจากพื้นที่ โดยที่เรือของสหรัฐฯ ยังคงเดินทางต่อไป 

กองเรือที่ ๕ ของสหรัฐฯ กล่าวหาลูกเรือชาวอิหร่านว่าล้มเหลวในการ “ ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านพฤติกรรมทางทะเลที่ปลอดภัยและเป็นมืออาชีพ ” และ “ เพิ่มความเสี่ยงต่อการคำนวณผิดและการชนกัน ” และยังเน้นว่ากองกำลังของตนจะยังคงปฏิบัติการในอากาศและในทะเล ทุกที่ที่กฎหมายระหว่างประเทศอนุญาต คำแถลงนี้มาพร้อมกับภาพถ่ายเรือเร็วของอิหร่านจำนวนสามภาพ นำเผยแพร่ต่อสื่อ

ด้านเตหะรานเงียบกริบ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นช่องแคบในอ่าวเปอร์เซียมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค

รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ อ้างว่าในปี ๒๐๑๘ มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบทุกวัน  เฉลี่ย๒๑ ล้านบาร์เรลต่อวันหรือเทียบเท่าประมาณ ๒๑% ของปริมาณการใช้น้ำมันปิโตรเลียมทั่วโลก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มากมายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือสหรัฐฯ และอิหร่าน เช่นเดียวกับเรือพลเรือนของทั้งสองฝ่ายในน่านน้ำแถบนี้

ในเดือนพฤษภาคมปีนี้  กองกำลังอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันของชาวกรีก ๒ ลำที่นั่น ซึ่งตามที่ Euronews รายงาน ยังคงอยู่ในการควบคุมตัวของอิหร่านในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้อยู่

ในเดือนนี้ บลูมเบิร์กอ้างผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ว่าการจับกุมดังกล่าวเป็นการตอบโต้กรีซที่ปฎิบัติการขโมยน้ำมันอิหร่าน ยึดเรืออิหร่านตามคำสั่งวอชิงตัน เป็นการอ้างถึงเอเธนส์ที่ยึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซียซึ่งบรรทุกน้ำมันอิหร่าน ๑๑๕,๐๐๐ ตันในปลายเดือนพฤษภาคมทีผ่านมา

เจ้าหน้าที่อิหร่านยังได้ออกคำปฏิเสธหลังจากที่วอชิงตันกล่าวหาว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติเรื่องการยั่วยุในช่องแคบฮอร์มุซว่า อิหร่านก็เดินเรือและลาดตระเวณในน่านน้ำสากลเช่นกันกับที่สหรัฐอ้าง

การเผชิญหน้าที่คล้ายกันเกิดขึ้นในปี ๒๐๑๖ , ๒๐๑๗ และ๒๐๒๐ เช่นกัน

ในปี ๒๐๑๙ สหรัฐฯ ยืนยันว่ากองกำลังอิหร่านได้ยิงโดรนสอดแนมของตนลำหนึ่งในพื้นที่นี้ด้วย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มที่หมดแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน มีแนวโน้มคุกรุ่นไม่ลดลงแม้แต่น้อย แต่ไม่เคยเกิดการปะทะกันโดยตรงทั้งบนบก ทะเลและอากาศ ในขณะที่ความตึงเครียดยังคงสูงจากการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ขาดรุ่งริ่งของอิหร่านกับมหาอำนาจโลก และในขณะที่เตหะรานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้ใกล้เคียงกับระดับอาวุธมากขึ้นกว่าเดิมภายใต้การกำกับดูแลของนานาชาติที่ลดลง

ในขณะเดียวกัน หน่วยเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ขององค์การสหประชาชาติกล่าวว่าขณะนี้อิหร่านวางแผนที่จะเสริมสมรรถนะยูเรเนียมผ่านเครื่องหมุนเหวี่ยงขั้นสูงชุดที่สองที่โรงงานฟอร์โด Fordo ตั้งอยู่ใต้ดินท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐระอุต่อเนื่อง!!