ผู้นำอังกฤษวิ่งพล่าน! ม็อบฮือเป็นโดมิโน-ลามใหญ่ไปไอร์แลนด์ ขณะแกนนำประกาศยึดถนน หากยังปล่อยให้ปชช.หิวทรมาน

0

ผู้นำอังกฤษวิ่งพล่าน! ม็อบฮือเป็นโดมิโน-ลามใหญ่ไปไอร์แลนด์ ขณะแกนนำประกาศยึดถนน หากยังปล่อยให้ปชช.หิวทรมาน

จากกรณีที่สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรปอยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากต้องเผชิยกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูง อีกทั้งยังเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ในขณะที่เงินเฟ้อในอังกฤษพุ่งแตะ 9% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี หลังจากที่ราคาอาหารและพลังงานต่างพุ่งขึ้นจากการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ขณะที่ BoE คาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงกว่า 10% ในปีนี้

ล่าสุดทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่สหภาพแรงงานรถไฟและเครือข่าย 40,000 คน นัดหยุดงานการเดินทางโดยสาธารณะเป็นอัมพาต โดยอ้างอิงจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า 

เมื่อสัปดาห์ก่อนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ผู้นำจัดระเบียบโลกใหม่ เคยกล่าวปาฐกถาในการประชุมนานาชาติ อีโคโนมิค ฟอรัม ครั้งที่ 25 นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย (SPIEF) มีประเด็นสำคัญสอดคล้องกับสถานการณ์ในยุโรปตอนนี้ว่า
1. ระเบียบโลกเก่า ได้หายไปพร้อมกับสายลมแล้ว.. “ศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว” และ มีสิทธิที่จะปกป้องระบบใหม่ของตนเองทั้งโมเดลทางเศรษฐกิจ และอำนาจอธิปไตย “การปฏิวัติอย่างแท้จริง” จะเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก – เทคโนโลยี ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม”
2. มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ย้อนศรกลับไปทางตะวันตก..เมื่อชาติตะวันตก เริ่มเป็นฝ่ายคว่ำบาตรก่อน แต่ผลลัพท์เป็นบูมเมอแรงกลับไป ทำให้เกิดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ ผลักดันค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า และเชื้อเพลิง และทำให้คุณภาพชีวิตของชาวตะวันตกย่ำแย่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป กลุ่ม EU สูญเสียอำนาจอธิปไตยทางการเมืองไปโดยสิ้นเชิง พลเมืองยุโรปต้องจ่ายราคาสำหรับ “การตัดสินใจที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และขัดต่อสามัญสำนึก” อาจเกิน 400,000 ล้านดอลลาร์ใน 1 ปี
3. ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อ เป็นภัยคุกคามต่อชาวตะวันตกเอง..ชาติตะวันตกได้จัดการกับการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ด้วยการพิมพ์เงินเพิ่มหลายล้านล้านดอลลาร์ และยูโร แล้วยังเชื่อในแหล่งพลังงานหมุนเวียน แต่ “ละทิ้งสัญญาก๊าซธรรมชาติระยะยาว”
4. ความอดอยากหิวโหย อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพง..เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาชาติตะวันตกวิสัยทัศน์สั้น แก้ปัญหาด้วยค่าใช้จ่ายของผู้อื่น “บิดเบือนกระแสการค้าโดยการพิมพ์เงิน นโยบายอาณานิคม” และคว่ำบาตรรัสเซีย โดยเฉพาะปุ๋ยและธัญพืช เป็นสาเหตุของความไม่มั่นคงด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
5. ชาวตะวันตกจะมีการเปลี่ยนแปลงชนชั้นสูง..นโยบายสหรัฐ และผู้นำกลุ่ม EU “กำลังทวีความไม่เท่าเทียมกัน และความแตกแยกในสังคม” กระทบต่อสวัสดิการ ค่านิยม และมุมมอง การแยกขาดจากความเป็นจริง จากความต้องการของสังคม ย่อมนำไปสู่ “กระแสประชาชน และการเติบโตของขบวนการหัวรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่ร้ายแรง เกิดความเสื่อมโทรม ในอนาคตอันใกล้นี้ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชนชั้นสูง”
สิ้นคำพยากรณ์ผู้นำรัสเซีย และพลันที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งสหราชอาณาจักรเดินทางไปขายอาวุธปืนใหญ่เก่าปี 1960 เอามาซ่อมไปขายเงินกู้ให้ยูเครน รัสเซียก็ตัดปริมาณก๊าซลดลงส่งเข้ายุโรปทันที ซึ่งอังกฤษเองก็ซื้อก๊าซรัสเซียด้วย กลุ่ม Opec Plus ที่นำโดยรัสเซียยังลดกำลังการผลิตน้ำมันลง 10% ที่โลกต้องใช้ โดย Opec ก็ผลิตเพิ่มให้เอเซียแต่ไม่ขายให้ยุโรป ทำให้ Supply พลังงาน ก๊าซ น้ำมัน ในยุโรป น้อยกว่า Demand ความต้องการ ผลักราคากระโจนขึ้นทันที ดันอัตราเงินเฟ้อทะยานลิ่ว
ล่าสุดเกิดม็อบสหภาพแรงงานรถไฟและเครือข่าย 40,000 คน นัดหยุดงานการเดินทางโดยสาธารณะเป็นอัมพาต ผลักดันให้เกิดม็อบโดมิโนจำนวนมากตามมา เดินขบวนในลอนดอน “ประท้วงรัฐบาลว่าล้มเหลวในการจัดการกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหราชอาณาจักร” ด้านผู้นําฝ่ายค้านไอริช ก็โหมก่อม็อบในกรุงดับลิน เกิดคลื่นการประท้วงครั้งใหญ่ไปทั่วไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักรในเมืองใหญ่ต่างๆ
โดยแกนนำม็อบประกาศว่า “หากพวกเขายังคงปล่อยให้ประชาชนของเราต้องทนทุกข์ทรมาน เราจะอยู่บนถนน”..อย่าประมาทผู้นำรัสเซียที่อยู่ในอำนาจมา 22 ปี อย่าเอามือไปแหย่ไฟจนลุกไหม้ลามไปทั้งตัว อังกฤษ ขายอาวุธให้ยูเครน คว่ำบาตรรัสเซียต่อไป อัตราเงินเฟ้อยังไม่ถึง 200% อย่าเพิ่งหยุด..สู้ต่อไป ชนะจนม็อบลุกลามบานปลายตีกันแน่นอน