เซเลนสกีเซ็ง! “ไบเดน” บอกใช้เวลาหลาย10ปีได้เป็นสมาชิกEU เผยจะเยือนยุโรปหลายชาติ แต่ไม่ไปยูเครน

0

เซเลนสกีเซ็ง! “ไบเดน” บอกใช้เวลาหลาย10ปีได้เป็นสมาชิกEU เผยจะเยือนยุโรปหลายชาติ แต่ไม่ไปยูเครน

จากกรณีที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวานนี้ (20 มิถุนายน) ว่า เขาเชื่อว่า เป็นไปได้อย่างยิ่ง ที่ยูเครนจะได้เข้าเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู ทั้งนี้ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ คาดว่า ผู้นำอียูจะตัดสินใจมอบสถานะผู้สมัครสมาชิกอียูอย่างเป็นทางการให้แก่ยูเครน หากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือเป็นชัยชนะของยูเครน หลังจากรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

อย่างไรก็ตาม หากยูเครนได้รับสถานะผู้สมัครอียู ก็ยังเป็นเพียงก้าวแรกของกระบวนการอันยาวนาน ก่อนที่จะได้เข้าเป็นสมาชิกอียูเท่านั้น และกระบวนการดังกล่าว อาจใช้เวลาได้นานถึงหลายทศวรรษ

พร้อมกันนี้ ไบเดนกล่าวด้วยว่า เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเดินทางเยือนยูเครนในระหว่างที่เขาจะเยือนยุโรปในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ แต่ระบุว่า การเยือนยูเครนของเขา ยังเป็นประเด็นในการพิจารณา

ประธานาธิบดีไบเดนมีกำหนดจะเดือนทางเยือนยุโรป ตั้งแต่วันเสาร์นี้ (25 มิถุนายน) เริ่มจากเยอรมนี เพื่อเข้าประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 จากนั้น ไบเดนจะเดินทางต่อไปยังสเปน เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำองค์การนาโต ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศพันธมิตรตะวันตก ที่จะจัดขึ้นที่กรุงมาดริด เมืองหลวงสเปน เริ่มต้นในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

ปัจจุบัน ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่เคยเดินทางเยือนยูเครนเลย แต่จิล ไบเดน ภริยาของเขาและสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ได้ไปเยือนยูเครนมาแล้ว รวมถึง แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ต่อสายตรงถึงทางการสหรัฐอเมริกา ส่งสารเชิญประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้เดินทางเยือนยูเครนในเร็ววัน ท่ามกลางความตึงเครียดจากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงไร้ทางออกที่เป็นรูปธรรมและอาจเกิดการรุกรานขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้ทางการรัสเซียจะยังคงปฏิเสธถึงเจตนาดังกล่าว

“ผมอยากจะเรียนเชิญให้คุณเดินทางมาเยือนกรุงเคียฟในเร็ววันนี้ เพราะนั่นจะมีความสำคัญมากในการทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่คงตัวต่อไปได้ เป็นการส่งสัญญาณที่ทรงพลังและปูทางไปสู่การลดระดับความตึงเครียดในท้ายที่สุด” เซเลนสกีกล่าว

เบื้องต้นทางทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบรับคำเชิญของผู้นำยูเครนแต่อย่างใด และกำลังพิจารณาถึงท่าทีต่อไปของรัฐบาลอย่างถี่ถ้วน โดยเซเลนสกีระบุอีกว่า ยูเครนเข้าใจสถานการณ์และภัยคุกคามที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่และพร้อมที่จะเผชิญกับทุกๆ สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลสหรัฐฯ สำหรับการสนับสนุนมาโดยตลอด และเราหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยยับยั้งความตื่นตระหนกที่อาจขยายตัวเป็นวงกว้างในสังคม

ขณะที่ทำเนียบขาวออกมาระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ไม่มีแผนที่จะเดินทางเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน แม้ว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน จะพยายามร้องขอให้ไบเดนไปเยือน เพื่อแสดงการให้ความสนับสนุนของสหรัฐในการต่อสู้กับรัสเซียของยูเครน

นางเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานาธิบดีไม่มีแผนที่จะไป” และว่าถ้าจะมีใครไป เราจะไม่บอกจากที่นี่หรือที่ใดจากรัฐบาลว่าจะเป็นใครและเมื่อไหร่ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ซากีกล่าวด้วยว่า มีความคาดหวังที่สหรัฐจะเปิดสถานทูตอีกครั้งในกรุงเคียฟ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน โดยเธอย้ำว่า แน่นอนว่านั่นเป็นเป้าหมายของเรา เพราะเห็นได้ชัดว่าการมีผู้แทนการทูตของเราอยู่ในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญ

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้นำยุโรปหลายชาติได้เดินทางไปเยือนกรุงเคียฟและพบกับเซเลนสกี แต่การเยือนของไบเดนจะทำให้เกิดความท้าทายด้านการรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายบริหารของไบเดนต้องการที่จะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศ หรือนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ

นอกจากนี้ นายดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ชื่นชมการให้การสนับสนุนของไบเดนต่อยูเครน และให้สัมภาษณ์กับซีบีเอสว่า การเยือนของผู้นำสหรัฐจะเป็นการส่งสารที่สำคัญในการแสดงความสนับสนุนที่มีให้ การพบกันระหว่างประธานาธิบดีทั้งสองจะปูทางไปสู่การให้ความช่วยเหลือใหม่ๆ และการส่งมอบอาวุธจากสหรัฐมาให้ยูเครน รวมถึงการหารือถึงความเป็นไปได้ของการระงับข้อพิพาททางการเมืองในความขัดแย้งดังกล่าว