หมอวรงค์ตีปากฟลุค!!!ถ้าไม่บริจาคก็อยู่เฉยๆหลังแชร์ว่อนจวกรบ.ขอบริจาคช่วยโควิด

0

จากที่มีการแชร์และพูดถึงกันเป็นอย่างมากกับคำพูดที่อ้างว่าเป็นของดาราชายคนหนึ่ง ซึ่งได้ตำหนิรัฐบาลที่เปิดรับบริจาคในช่วงโควิด-19 ให้กับโรงพยาบาล ทำให้หมอวรงค์ต้องออกมากล่าวถึงพฤติกรรมของดาราคนดังกล่าวด้วยท่าทีที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 เม.ย.63 มีกระแสร้อนแรงในโลกโซเชียลฯ เมื่อมีการแชร์ข้อความที่ระบุว่าเป็นของ ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช ดาราชื่อดัง ที่ได้กล่าวในเฟซบุ๊กไลฟ์ ซึ่งช่วงหนึ่งได้พูดถึงรัฐต้องขอรับบริจาคเงินจากประชาชนเมื่อมีวิกฤตต่างๆเกิดขึ้นในประเทศไทย ทำไมมันเหมือนกับว่า รัฐบาลต้องรอสิ่งเหล่านี้บ่อยมาก ทำไมต้องมีคนนำร่อง จิตอาสา อย่างตอนนี้ ผมก็บริจาค หน้ากากเฟสชิลด์ (Face Shield) และจะพยายามหาจุด และจะไปบริจาคตามโรงพยาบาล

BIG BONUS BRAND SALE
BIG BONUS BRAND SALE

 

“คำถามก็คือทำไมมันใช่หน้าที่รัฐบาลต้องหาหรือ? มันใช่หน้าที่ของดาราเหรอ อันนี้งง คือมันใช่หน้าที่ของคนที่มีจิตกุศลต้องทำให้เหรอ? ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาลเหรอ? แล้วทำไมงบประมาณตั้งเยอะตั้งแยะ สิ่งเหล่านี้ มันทำไม่ได้? ผมไม่ได้ว่า แต่แค่งง ทำไมไม่เตรียมให้พอ ทำไมไม่หาให้ได้? เพราะอะไร เพราะเรายังหาได้เลย”

 

ล่าสุดวันนี้ (5เม.ย.63) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้แชร์ข้อความที่มีการระบุว่าเป็นคำพูดของ ฟลุค เกริกพล และหมอวรงค์ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดต่อเรื่องดังกล่าวว่า

การบริจาค ผมคิดว่าการบริจาค ในยามที่บ้านเมืองมีภัยพิบัติ หรือ สังคมเผชิญปัญหานั้น เป็นอัตลักษณ์พิเศษของสังคมไทย ที่คนไทยมีความเอื้ออาทรเป็นพื้นฐานอยู่ในจิตใจ ไม่ว่ายามใดก็ตามที่สังคมต้องการความช่วยเหลือ คนไทยก็จะมีจิตใจเผื่อแผ่ในรูปแบบต่างๆ โดยไม่ต้องมีใครมาบอก แต่เกิดขึ้นเอง ไม่เพียงแต่เงิน รวมถึงสิ่งของ เครื่องใช้ และอาหารการกิน

 

การบริจาคในสงครามโควิด-19 คนที่บริจาคก็มีเจตนาอยากช่วยเหลือแพทย์ พยาบาลให้ปฏิบัติหน้าที่คล่องตัวขึ้น และถือเป็นการทำบุญเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อ และผู้บริจาคก็บริจาคด้วยใจ ไม่มีใครมาบังคับ ในภาวะเช่นนี้ เราจึงไม่ควรเอาการเมืองเข้ามา ควรให้กำลังใจรัฐบาล แพทย์พยาบาล ทุ่มเทปกป้องชีวิตประชาชนให้รอดพ้นจากภัยครั้งนี้ก่อน ถ้าใครไม่พร้อมที่จะบริจาค ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าคิดจะบริจาค ก็ไม่ควรเอามาสร้างความแตกแยกในสังคม……ประเทศต้องการพลังความสามัคคีเพื่อสู้กับสิ่งนี้ ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ

ที่มาเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom