เด็ดเดี่ยว!! จีนผงาดฟาดสหรัฐ ลั่น ๕ จุดยืนหนุนพหุพาคีแก้ปัญหาวิน-วินทุกฝ่าย สับเมกาจ้องฉวยประโยชน์ฝ่ายเดียว

0

นับแต่นี้การปะทะกันของสองผู้ยิ่งใหญ่สหรัฐและจีน จะชัดเจนแหลมคมขึ้นเรื่อยๆทั้งวาทะและการปฏิบัติการ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สองคู่ซัดกันแบบไม่เกรงใจระหว่าง รมว.กลาโหมจีนกับสหรัฐ ในงานประชุมที่สิงคโปร์ และล่าสุดรมว.ต่างประเทศจีนซัดกับรมว.ต่างประเทศสหรัฐแบบเจ็บแสบ ทำเอกสารเปิดโปงพฤติกรรมและเจตนาสหรัฐต่อเอเชีย-แปซิฟิกเผยแพร่ทั่วทุกช่องทางข่าวสาร

จีนได้ประกาศ ๕ จุดยืนต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านคำปราศรัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนบนเวทีโลก ในการประชุมแชงกรีล่าครั้งที่ 19 ที่สิงคโปร์ที่ผ่านมา เปรียบเหมือนสัญญาประชาคมที่จีนให้ต่อเพื่อนมิตรในย่านนี้ ด้านเนื้อหาโดยย่อของเอกสารแฉสหรัฐที่เริ่มบ่ายหน้าเข้ามาป่วนเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเข้มข้น ระบุอย่างชัดเจนไม่กลัวถูกฟ้องเพราะทุกเรื่องเป็นความจริง

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ ๒๐ มิ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลเบิลไทมส์และซีจีทีเอ็นรายงานว่า พลเอกเว่ย เฟิ่งเหอ มนตรีแห่งรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน กล่าวคำปราศรัยในประเด็น “ความปรารถนาต่อระเบียบภูมิภาคของจีน” ที่การประชุมแชงกรีล่าครั้งที่ ๑๙ ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ ๑๒ มิ.ย. ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา โดยนับเป็นอีกครั้งที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีน แสดงจุดยืนของจีนในเวทีโลก ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนในประเด็นต่างๆา โดยก่อนหน้านี้ได้ตอบโต้รมว.ต่างปรเทศสหรัฐ นายลอยด์ ออสตินที่เน้นวิพากษ์จีนว่าก้าวร้าวบีบบังคับในน่านน้ำเอเชีย-แปซิฟิกและทะเลจีนใต้ไปอย่างดุเดือด

จีนประกาศจุดยืนต่อเพื่อนบ้านในภูมิภาคดังนี้

๑. จีนยึดมั่นและเรียกร้องให้ความร่วมมือของประเทศต่างๆทั่วโลก เป็นแบบ พหุภาคี

พลเอกเว่ย เฟิงเหอ ระบุว่า สังคมมนุษย์กำลังประสบกับวิกฤตหลายครั้งที่หายากในประวัติศาสตร์ และทางออกคือการเดินหน้าและยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักของความร่วมมือหลายฝ่าย หรือพหุภาคี และส่งเสริมการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ ซึ่งประเด็นนี้เป็นหนึ่งในจุดยืนหลักของจีน ที่ทางจีนได้เน้นย้ำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเวทีในประเทศและระดับโลก

 

๒. จีนย้ำ “การพัฒนาของจีนไม่ใช่ภัยคุกคามของโลก แต่เป็นการพัฒนาเพื่อสร้างสันติแก่โลก”

โดยรัฐมนตรีกลาโหมของจีน ย้ำในเวทีแชงกรีล่า ว่า ความก้าวหน้าของการพัฒนาของจีนนั้นไม่อาจหยุดยั้งได้ และความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามแนวทางการพัฒนาอย่างสันตินั้นไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่ง การพัฒนาของจีนไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่มีส่วนสนับสนุนอย่างมากต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก จีนดำเนินนโยบายการป้องกันประเทศอย่างมั่นคงซึ่งมีลักษณะเป็นการป้องกัน กองทัพจีน เป็นกำลังเพื่อสันติภาพมาโดยตลอด และจะปกป้องอธิปไตยของชาติ ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของชาติอย่างเด็ดเดี่ยว 

เอเชีย-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งมากที่สุดในโลก ทุกประเทศควรมุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่สวยงามในการสร้างชุมชนเอเชีย-แปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน และตระหนักถึงสันติภาพที่ยั่งยืนและความมั่นคงสากลอย่างแท้จริง

พลเอกเว่ย ยังได้กล่าวถึงประเด็นยูเครน-รัสเซีย ว่า จีนสนับสนุนให้หาทางออกด้วยการเจรจาสันติภาพแต่เข้าใจปัญหาพื้นฐานที่ทำให้เกิดสงครามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงจึงไม่ประณามรัสเซียตามคำสั่งวอชิงตัน

๓. จีนเน้นจุดยืนอย่างหนักแน่นในประเด็นไต้หวัน บนพื้นฐาน “จีนเดียว”

พลเอกเว่ย เน้นว่า ไต้หวันคือไต้หวันของจีน ประเด็นไต้หวันคือกิจการภายในของจีน การรวมชาติของมาตุภูมิจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน และการแบ่งแยกเพื่อ “เอกราชของไต้หวัน” จะไม่มีวันจบลงด้วยดี และการแทรกแซงจากภายนอกเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งไม่มีใครควรประมาทความมุ่งมั่น เจตจำนงและความสามารถอันทรงพลังของกองทัพจีน

  1. จีนให้คำมั่น “รักษาเสรีภาพการเดินเรือ” ในทะเลจีนใต้ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้เป็นสิ่งที่จีนถูกตั้งข้อกังขามาโดยตลอด ซึ่งในเวทีแชงกรีล่าครั้งที่ ๑๙ ในครั้งนี้ พลเอกเว่ย ได้กล่าวถึงประเด็นนี้เช่นกัน โดยระบุว่า

จีนจะรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยขอให้ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน :สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆอย่างวิน-วิน และป้องกันไม่ให้ “บางประเทศ” เข้าไปแทรกแซงยุ่งเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในภูมิภาคนี้เพื่อหวังทำลายความเป็นหนึ่งเดียวและสันติสุขที่พึงมี

พลเอกเว่ย ยังเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้าน “จัดการข้อพิพาทอย่างเหมาะสม” เพื่อรักษาปัญหาระหว่างประเทศที่มีอำนาจอธิปไตย และดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของกันและกัน ไม่ใช่ยืนยันผลประโยชน์ฝ่ายเดียวอย่างก้าวร้าว

๕. จีนส่งสารถึงสหรัฐอเมริกา “ควรหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้ง และจีน-อเมริกา ควรร่วมมือกันอย่างสันติบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน”

พลเอกเว่ย  กล่าวว่า “การเผชิญหน้าบนความขัดแย้งจะไม่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสอง ประเทศ ทั้งจีน-และสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ก็ตาม” พร้อมเตือนว่ามันจะเป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ และเชิงกลยุทธ์ที่อเมริกาจะยืนกรานที่จะมองว่าจีนเป็นภัยคุกคาม หรือเป็นศัตรู และขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดควบคุมปิดล้อมจีน หยุดแทรกแซงกิจการภายในของจีน และหยุดทำร้ายผลประโยชน์ของจีนในทุกกรณี

ทั้งนี้ พลเอกเว่ย ยังชี้ว่า ถ้าอเมริกาจะพูดคุยกับจีน ก็ควรจะเป็นไปด้วยการเคารพซึ่งกันและกัน และคบหากันแบบการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยร่วมมือบนแนวทางแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน Win-Win ทั้งสองฝ่าย

และล่าสุด หวัง ยี่มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกเอกสารเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับรู้และเผยแพร่นโยบายจีนที่ผิดพลาดของสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่หลอกลวง เสแสร้งและอันตราย

เมื่อวันอาทิตย์ กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกเอกสารข้อเท็จจริงเรื่อง “ความเท็จในการรับรู้ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับจีน” โดยจัดวางประเด็นทั้งหมด ๒๑ ประเด็น พร้อมข้อเท็จจริงและตัวเลขโดยละเอียด เกี่ยวกับหัวข้อรอบด้านที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ รวมทั้งข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ต่อประชาธิปไตย สิทธิมนุษย์ และยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก รวมทั้งจุดยืนของจีนต่อคำถามไต้หวัน ซินเจียงและฮ่องกง

เอกสารข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อคำปราศรัยเมื่อเร็วๆ นี้ของแอนโทนี่ บลิงเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่การประชุมเอเชีย โซไซตี (Asia Society) ซึ่งสรุปแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีต่อจีนว่า “ด้วยภาษาที่เปรียบเทียบอย่างแนนเนียนและระมัดระวัง สหรัฐฯพยายามส่งเสริมประเด็นเรื่อง ‘ภัยคุกคามของจีน’ แทรกแซงกิจการภายในของจีน และละเลยนโยบายภายในประเทศและต่างประเทศของจีน ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามในการกักกันปิดล้อมและปราบปรามจีนอย่างชัดเจนเต็มที่”

เกี่ยวกับระเบียบโลก กล่าวว่า สิ่งที่สหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาไว้ตลอดเวลาคือสิ่งที่เรียกว่าระเบียบสากลที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของตนเองและขยายอำนาจให้คงอยู่ต่อไป สหรัฐฯ เองเป็นสาเหตุของการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดต่อระเบียบโลกที่แท้จริง โดยตั้งข้อสังเกตว่า

สหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรฝ่ายเดียวในช่วงหลายปีที่ผ่านมากับคิวบา อิหร่าน เบลารุส และซีเรีย รวมถึงประเทศอื่นๆ และเพิ่ม “แรงกดดันสูงสุด” ต่อประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีเหนือ(DPRK) และเวเนซุเอลา 

“ระเบียบระหว่างประเทศที่อิงตามกฎ ที่สร้างขึ้นโดยสหรัฐฯ เท่านั้นที่สหรัฐใช้บังคับประเทศอื่น  แทนที่กฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศที่ยอมรับกันทั่วไปอย่างเป็นสากล”

กระทรวงต่างประเทศย้ำว่า ขณะที่อ้างว่าไม่ได้มองหาความขัดแย้งหรือสงครามเย็นครั้งใหม่ แต่สหรัฐฯ ได้ใช้ทรัพยากรในประเทศและพันธมิตรภายนอกเพื่อควบคุมและปราบปรามจีนอย่างไร้ยางอาย แค่เบาะๆเรียกว่าตัดญาติขาดมิตรกันแล้วในทางการทูต สไตล์วูฟวอรีเออร์อย่างแท้จริง(Wolf Wariier)!!