อีกหนึ่งมิตรแท้! จีนยื่นมือช่วยอิรัก เข้าสร้างโรงเรียนให้ หลังโดน”อเมริกา”ปล้นทองคำ-ฮุปสัมปทานน้ำมัน

0

อีกหนึ่งมิตรแท้! จีนยื่นมือช่วยอิรัก เข้าสร้างโรงเรียนให้ หลังโดน”อเมริกา”ปล้นทองคำ-ฮุปสัมปทานน้ำมัน

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงสหรัฐอเมริกาที่กระทำต่อประเทศอื่นๆผ่านการโพสต์ข้อความลง Blockdit ว่า “หลังจากช่วยประเทศศรีลังกาในช่วงที่หมดเครดิตจะกู้ธนาคารไหนได้แล้ว รัฐบาลรัสเซียก็หันมาช่วยชาวอาฟกานิสถานให้พ้นจากความอดอยาก

หลังจากรัฐบาลอเมริกาส่งทหารไปยึดอาฟกานิสถาน บงการรัฐบาลอาฟกานิสถาน อ้างว่าจะนำประชาธิปไตยและความเจริญไปให้ แต่ตลอด ๒๐ ปีที่อเมริกายึดครอง บ้านเมืองไม่เพียงไม่เจริญ ทหารอเมริกันยังก่อคดีอาชญากรรมนับไม่ถ้วน แถมการปลูกและขายฝิ่นซึ่งผิดหลักอิสลามยังแพร่หลายไปทั่ว ทำให้กลุ่มตาลีบันที่เคยรับใช้อเมริกาต้องหันมาต่อสู้กับอเมริกาและไล่กองทัพอเมริกาออกไปได้ แล้วจัดการกวาดล้างการปลูกฝิ่นทิ้งเสีย

รัฐบาลอเมริกาโมโหมากถึงกับยึดเงินทองของรัฐบาลอาฟกานิสถานที่ฝากไว้ในธนาคารอเมริการาว ๙ พันล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาไปเสีย ทำให้ชาวอาฟกันจำนวนมากต้องอดอยาก ขอเงินคืนจากอเมริกาที่ปล้นเอาไป ก็ไม่ได้สักที ในที่สุด ก็ขอให้รัสเซียช่วย รัสเซียในขณะนี้ กำลังรวย จึงตัดสินใจจะส่งข้าวไปช่วยเหลือประชาชนชาวอาฟกานิสถานแล้ว ขออนุโมทนา”

ล่าสุด ดร.ปฐมพงษ์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่บรรพบุรุษอเมริกา ส่งรัฐบาลรุ่นหลังไปคุกคามอิรัก โดยบอกว่า

บรรพบุรุษอเมริกาเป็นพวกป่าเถื่อน ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอินเดียนแดง จากหลายล้านมาเหลือไม่กี่แซน รัฐบาลรุ่นหลังก็เชื้อไม่ทิ้งแถว ส่งทหารไปรุกรานอิรัก ถล่มบ้านเมืองอิรัก ทิ้งระเบิดใส่โรงเรียน อาคารมหาวิทยาลัยพังเละนับพัน ปล้นทองคำไปอย่างหน้าด้านๆ อ้างว่าอิรักมีอาวุธร้ายแรงในครอบครอง ส่งบริษัทน้ำมันไปฮุบสัมปทาน

ตอนนี้ อิรักขอให้จีนช่วย จีนจึงเริ่มสร้างโรงเรียนให้อิรักใหม่จำนวน ๑ พันหลัง จะเห็นได้ว่ารัสเซียและจีนมีแต่ช่วย แต่รัฐบาลอเมริกาซึ่งสร้างภาพว่าเป็นประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชนและผู้คนมีเสรีภาพ ความจริงแล้ว ตรงข้ามทั้งหมด หาความเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ไม่ได้ส่งเสริมเสรีภาพ ไม่ได้ส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนใดๆ

เพราะเมื่อดูพฤติกรรมอเมริกาชั่วเกินจินตนาการอย่างนี้แหละครับ จึงสมควรที่จะต้องช่วยกันแฉเพื่อให้คนไทยรู้เท่าทันครับ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี บาร์ฮัม ซาเลห์ แห่งอิรัก แถลงว่ามีเงินรายได้จากน้ำมันถูกปล้นไปจากอิรักประมาณ 150,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่สหรัฐฯ นำกองกำลังพันธมิตรบุกโค่นรัฐบาล ซัดดัม ฮุสเซน เมื่อปี 2003

“รายได้เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ที่เราได้จากการขายน้ำมันตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา มีอยู่ประมาณ 150,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกปล้นไปจากอิรัก” ซาเลห์ แถลงผ่านสื่อโทรทัศน์

ประธานาธิบดี บาร์ฮัม ซาเลห์ แห่งอิรัก

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ ซาเลห์ ได้เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการทวงคืนเงินทุนทุจริต (Corrupt Funds Recovery Act) ต่อรัฐสภา

“ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ประชาชาติอิรัก ทวงคืนเงินรายได้ที่ถูกปล้นไปจากการทำสัญญาทุจริต และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” ซาเลห์ กล่าว

ผู้นำอิรักเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาร่วมกันอภิปรายและผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเสนอให้มีการติดตามทวงคืนเงินที่ถูกขโมยโดยอาศัยความร่วมมือกับรัฐบาลต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศ เขาเชื่อว่าวงเงินที่ถูกขโมยไปมากพอที่จะฟื้นสถานะทางการคลังของอิรักให้ดีขึ้นได้ และร่างกฎหมายใหม่ “จะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตฉ้อโกงที่ลิดรอนโอกาสประชาชนในการเข้าถึงความร่ำรวยของประเทศมานานหลายปี”

ประธานาธิบดี บาร์ฮัม ซาเลห์ แห่งอิรัก

“วันนี้ผมขอย้ำข้อเรียกร้องของอิรักที่เราได้กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติไปแล้วว่า ขอให้มีการตั้งกลุ่มพันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อต้านการคอรัปชัน ในลักษณะเดียวกับพันธมิตรต่อต้าน ISIS (กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส) ลัทธิก่อการร้ายจะถูกกำจัดหมดไปได้ก็ต่อเมื่อเราปิดกั้นแหล่งเงินทุนของพวกเขาที่มาจากการทุจริตคอรัปชัน” ซาเลห์ เอ่ยเสริม