“ปูติน” ผู้นำโลกใหม่ ตอกหน้า “สหรัฐ-ยุโรป” กลุ่มผู้นำโลกเก่าหมดสภาพ กลางงานประชุมนานาชาติ!

0

ขอเปลี่ยนทั้งระบบ!? “ปูติน” ผู้นำโลกใหม่ ตอกหน้า “สหรัฐ-ยุโรป” กลุ่มผู้นำโลกเก่าหมดสภาพ กลางงานประชุมนานาชาติ!?

ล่าสุดทางด้านของ World Update ได้เปิดเผยประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ในการกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ถึงกลุ่มโลกเก่าที่ใกล้จะหมดหนทาง โดยมีรายละเอียดว่า

สหรัฐ ผู้นำระเบียบโลกเก่า สิ้นท่าหมดแรงล้มลงกองกับพื้น แต่รัสเซีย จีนแข็งแรงขึ้น

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ผู้มุ่งมั่นจัดระเบียบโลกใหม่กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ปาฐกถาในการประชุมนานาชาติ อีโคโนมิค ฟอรัม ครั้งที่ 25 นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย (SPIEF) ที่สำคัญต่อชาวโลกที่ศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1. ระเบียบโลกเก่า ได้หายไปพร้อมกับสายลมแล้ว..ในอดีตเมื่อสหรัฐฯ มีชัยชนะในสงครามเย็นได้กำหนดให้ตนเองเป็น“ผู้ส่งสารของพระเจ้าบนโลก” ด้วยผลประโยชน์ แต่บัดนี้ “ศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว” และ มีสิทธิที่จะปกป้องระบบใหม่ของตนเองทั้งโมเดลทางเศรษฐกิจ และอำนาจอธิปไตย “การปฏิวัติอย่างแท้จริง” การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก – เทคโนโลยี ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม”

2. มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ย้อนศรกลับไปทางตะวันตก..เมื่อสหรัฐฯ และพันธมิตร เริ่มเป็นฝ่ายคว่ำบาตรก่อน แต่ผลลัพท์เป็นบูมเมอแรงกลับไป ทำให้เกิดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ ผลักดันค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า และเชื้อเพลิง และทำให้คุณภาพชีวิตของชาวตะวันตกย่ำแย่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป กลุ่ม EU สูญเสียอำนาจอธิปไตยทางการเมืองไปโดยสิ้นเชิง พลเมืองยุโรปต้องจ่ายราคาสำหรับ “การตัดสินใจที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และขัดต่อสามัญสำนึก” อาจเกิน 400,000 ล้านดอลลาร์ใน 1 ปี

3. ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อ เป็นภัยคุกคามต่อชาวตะวันตกเอง..รัฐบาลสหรัฐ กล่าวโทษรัสเซีย ในเรื่องราคาพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อสูงนั้นเป็น“ความโง่เขลา และออกแบบมาสำหรับผู้ที่ไม่สามารถอ่านหรือเขียนได้ ดังนั้นอย่าโทษเรา จงโทษตัวเอง” ทั้งสหรัฐ และ EU ได้จัดการกับการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ด้วยการพิมพ์เงินเพิ่มหลายล้านล้านดอลลาร์ และยูโร แล้วยังเชื่อในแหล่งพลังงานหมุนเวียน แต่ “ละทิ้งสัญญาก๊าซธรรมชาติระยะยาว”

4. ชาวตะวันตกจะมีการเปลี่ยนแปลงชนชั้นสูง..นโยบายสหรัฐ และผู้นำกลุ่ม EU “กำลังทวีความไม่เท่าเทียมกัน และความแตกแยกในสังคม” กระทบต่อสวัสดิการ ค่านิยม และมุมมอง การแยกขาดจากความเป็นจริง จากความต้องการของสังคม ย่อมนำไปสู่ “กระแสประชาชน และการเติบโตของขบวนการหัวรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่ร้ายแรง เกิดความเสื่อมโทรม ในอนาคตอันใกล้นี้ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชนชั้นสูง”

5. ความอดอยากหิวโหย อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพง ไม่ใช่ความผิดโดยตรงของรัสเซีย..ปัญหาด้านการจัดหาอาหารได้เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่หลายเดือน จากสหรัฐฯและ EU วิสัยทัศน์สั้น แก้ปัญหาด้วยค่าใช้จ่ายของผู้อื่น “บิดเบือนกระแสการค้าโดยการพิมพ์เงิน นโยบายอาณานิคม” และคว่ำบาตรรัสเซีย โดยเฉพาะปุ๋ยและธัญพืช เป็นแค่ส่วนหนึ่งในสาเหตุของความไม่มั่นคงด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

รัสเซียพร้อมที่จะส่งอาหารไปยัง “แอฟริกาและตะวันออกกลาง” ซึ่งประสบภัยคุกคาม จากความอดอยากที่รุนแรง แต่ต้องเผชิญกับ อุปสรรค ด้านการขนส่ง การเงิน ที่กำหนดโดยตะวันตก การแก้ปัญหานี้ “อยู่ที่มโนธรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ และของยุโรปทั้งหมด”

6. สาเหตุของความขัดแย้งในยูเครน..เนื่องจากชาติตะวันตกปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีข้อตกลงที่ลงนามร่วมกัน การตัดสินใจปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย ถูกบังคับให้จำเป็นต้องทำเนื่องจากรัสเซียมีสิทธิ์ทุกประการ ในฐานะประเทศอธิปไตย ในการปกป้องความมั่นคง และปกป้องพลเมือง ผู้ที่อยู่อาศัยในภูมิภาคดอนบาสจาก“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยการปกครองของยูเครน และทหารรับจ้าง Neonazi” ที่ได้รับการสนับสนุนและปกป้องจากาติตะวันตกอย่างเต็มที่ โดยชาติตะวันตกใช้เวลาหลายปี ในการเปลี่ยนยูเครนให้กลายเป็น “รัฐต่อต้านรัสเซีย”และ “อัดฉีดระดมอาวุธและที่ปรึกษาทางทหาร”

โดยไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจของยูเครน หรือชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มุ่งหวังเพียงเพื่อ ” ปลูกฝังความรุนแรง ความเกลียดชัง และโรคกลัวรัสเซีย” รวมทั้งไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการสร้างฐานที่มั่น NATO ทางตะวันออกแต่ใช้ยูเครนทำแทน “วัตถุประสงค์ทั้งหมดของปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซีย จะบรรลุผลสำเร็จอย่างไม่มีแปรเปลี่ยน”

7. การพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นการแสดงถึงอำนาจอธิปไตย..หลักการสำคัญ 5 ประการ ที่รัสเซียจะปฏิบัติตามในการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้แก่ “การเปิดกว้าง เสรีภาพ ความยุติธรรมทางสังคม โครงสร้างพื้นฐาน และอธิปไตยทางเทคโนโลยี” รัสเซียจะไม่ปิดกั้นตัวเอง แต่จะขยายปฏิสัมพันธ์กับทุกคนที่ประสงค์จะค้าขาย และทำให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีหลักจะไม่พึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

“รัฐอธิปไตยอย่างแท้จริง จะต้องเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันเสมอ ในขณะที่ผู้อ่อนแอและพึ่งพากัน มักจะยุ่งอยู่กับการมองหาศัตรู ปลูกฝังความหวาดกลัวต่างชาติ จนในที่สุดก็สูญเสียความคิดริเริ่ม ความเป็นอิสระ แล้วแต่ผู้มีอำนาจเหนือกว่าจะบังคับให้ทำ

“บัดนี้ศูนย์กลางอำนาจโลกแห่งใหม่เกิดขึ้นแล้ว ระเบียบโลกแบบขั้วเดียวจะไม่หวนกลับมา และ วิธีคิดแบบล่าอาณานิคมก็ล้มเหลวจะไม่มีอะไรกลับไปเหมือนเดิมในการเมืองโลกอีกแล้ว”

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในงานนี้ว่า “โลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจกำลังเผชิญสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ในช่วงเวลาที่ชุมชนนานาชาติกระตื้อร้นต่อการพัฒนาอย่างเท่าเทียม ยั่งยืน และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เราควรมาร่วมกันในการริเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาระดับโลก”

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ วัย 79 ปี ได้โชว์พาวความแข็งแรงของผู้นำระเบียบโลกเก่าขั้วเดียวผูกขาดอย่างน่าทึ่ง โดยขี่จักรยาน ขณะไปพักผ่อนที่ชายหาดรีโฮโบธ รัฐเดลาแวร์ เขาได้ล้มลงบนพื้นถนนคาจักรยานลุกไม่ขึ้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยต้องรีบเข้าไปพยุงตัวช่วยเหลืออย่างชุลมุน เขากัดฟันบอกว่า “I’m good” เป็นเพียงรองเท้าของเขาติดขัดกับแท่นวางเท้าจักรยานเท่านั้น (ไม่รู้ว่าเขาจะโทษรองเท้าหรือจักรยานว่าเป็นของจีน และยางมะตอยทำถนนจากรัสเซียอีกหรือไม่)

..สรุป..แม้แต่รองเท้าผู้นำระเบียบโลกเก่ายังขัดจักรยานจนเอาตัวเองไม่รอดหัวทิ่มจนกลิ้งไปบนถนน ส่วนผู้นำจัดระเบียบโลกใหม่หลายขั้วที่เป็นธรรมยังแข็งแรงดี แสดงวิสัยทัศน์อ่านขาดมองไกลไปข้างหน้า สู้ต่อไป ชนะพวกชอบกลั่นแกล้งเอาเปรียบแน่นอน