สาวอุยกูร์เปิดปากเอง! รบ.จีนไม่ได้ทำร้าย แฉสหรัฐใส่ร้าย เผย “ซินเจียง” เป็นเป้าอเมริกาจ้องฮุบเหมือนฮ่องกง

0

สาวอุยกูร์เปิดปากเอง! รบ.จีนไม่ได้ทำร้าย แฉสหรัฐใส่ร้าย เผย “ซินเจียง” เป็นเป้าอเมริกาจ้องฮุบเหมือนฮ่องกง

จากกรณีที่สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ได้เคยกล่าวหาจีนก่อนหน้านี้ว่า ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในซินเจียง ส่วน 2 กลุ่มสิทธิมนุษยชนชั้นนำ คือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) และฮิวแมนไรท์ วอทช์ (Human Rights Watch) ได้เผยแพร่รายงานที่กล่าวหาจีนว่า ก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ

ซึ่งต่อมา จีนปฏิเสธทุกข้อหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง รัฐบาลจีนซึ่งออกมาพูดหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับแฟ้มตำรวจซินเจียงนี้ ระบุว่า สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในซินเจียงซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายของจีน คือคำตอบที่ดีที่สุดต่อ “คำโกหกทุกอย่างนี้”

ล่าสุด ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์คลิปของสาวชาวชาวอุยกูร์ พร้อมกับระบุข้อความว่า

มีชาวอุยกูจำนวนมากออกมาแฉว่า รัฐบาลจีนไม่ได้กระทำทารุณกรรมต่อชาวมุสลิมอุยกูร์แต่อย่างใด เป็นการใส่ร้ายป้ายสีของรัฐบาลประชาธิปไตยปลอมจอมลวงโลกอย่างรัฐบาลอเมริกาต่างหาก คลิปนี้ สาวอุยกูร์นางนี้ออกมาบอกว่ามณฑลซินเจียงก็เหมือนฮ่องกง เป็นเป้าที่ชาติมหาอำนาจกุ๊ยโลกอย่างอเมริกาจะพาพวกเข้ามาก่อกวนบ่อยๆ

สำหรับ ซินเจียงเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย และผลิตฝ้ายคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของโลก บรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชนได้แสดงความกังวลว่า มีการบังคับใช้แรงงานในการผลิตฝ้ายที่มีการส่งออกไปจำนวนมาก และในปี 2021 ผลิตภัณฑ์ของชาติตะวันตกหลายแบรนด์ได้ห้ามใช้ฝ้ายจากซินเจียงในห่วงโซ่อุปทานของตัวเอง ทำให้ผู้ท่องอินเทอร์เน็ตและบรรดาคนที่ชื่อเสียงในจีนได้ออกมาตอบโต้แบรนด์เหล่านั้น

นอกจากนี้ ภูมิภาคนี้ยังอุดมไปด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และการที่มีความใกล้ชิดกับเอเชียกลางและยุโรป ทำให้รัฐบาลจีนเห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ทางการค้าของซินเจียง

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ชาวอุยกูร์ประกาศเอกราชของภูมิภาคซินเจียงเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ใหม่ของจีนสามารถกลับมาควบคุมภูมิภาคนี้ได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้งในปี 1949