คนไทยเฮ! บิ๊กตู่ไฟเขียวมาตรการใหม่ ลดค่าน้ำมันลดค่าครองชีพ ๓ เดือน ยินดีโรงกลั่นทุกแห่งร่วมมือเต็มที่

0

มาตรการลดค่าครองชีพ และแนวทางการช่วยเหลือประชาชนจากภาวะน้ำมันแพง ได้ข้อสรุปเรียบร้อย หลังจากนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับทีมเศรษฐกิจรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นานกว่า ๑ ชั่วโมงเมื่อวานนี้ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การเรียกเก็บกำไรส่วนหนึ่งจากค่าการกลั่นน้ำมัน จากโรงกลั่นน้ำมันในประเทศซึ่งปรากฎว่าโรงกลั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

วันที่ ๑๗ มิ.ย.๒๕๖๕ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุมว่า การเรียกเก็บกำไรส่วนหนึ่งจากค่าการกลั่นน้ำมัน เป็นแนวทางหนึ่งที่งกระทรวงพลังงานมีอำนาจดำเนินการได้ตามกฎหมาย ส่วนผล ที่คาดว่าจะได้รับ คาดว่าจะสามารถเก็บเงินได้รวมทั้งหมดประมาณ 7,500 – 8,000 ล้านบาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ค. – ก.ย.2565 หรือวงเงินรวมสูงสุดตลอด 3 เดือนกว่า ประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท 

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า มาตรการนี้เป็นการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนทั้งในส่วนของผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดี และไม่ต้องมีการออกกฎกระทรวง หรือประกาศกระทรวงแต่อย่างไร 

มาตรการลดค่าครองชีพ และมาตรการในการช่วยเหลือราคาน้ำมันแพง ให้กับประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ได้รับการเห็นชอบจาก 

นายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีทั้งการต่อมาตรการเดิม เพิ่มเติมมาตรการใหม่  ซึ่งมาตรการทั้งหมด สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เตรียมเสนอให้ครม.เห็นชอบสัปดาห์หน้า

โดยมาตรการทั้งหมดจะไม่ได้ใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน แต่จะใช้งบกลางฯ ไปดำเนินมาตรการต่าง ๆ แทน 

สำหรับมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมานั้น ได้มีการกำหนดระยะเวลาการทำโครงการเอาไว้ รวมระยะเวลา 3 เดือน กรกฎาคม – กันยายน 2565 

รายละเอียดของมาตรการต่าง ๆ แยกเป็นดังนี้

1.ต่ออายุมาตรการเดิม

  • การตรึงราคาค่าก๊าซ NGV สำหรับแท็กซี่ 
  • การให้ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม เดือนละ 100 บาท สำหรับผู้ค้าหาบเร่ แผงลอย ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 
  • การให้ความช่วยเหลือค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก
  • การให้ส่วนลดค่า FT ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วยกำลังพิจารณา

2.มาตรการใหม่

  • ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดอยู่ที่ 1.4 บาทต่อลิตร 
  • ขอความร่วมมือโรงกลั่นน้ำมันในการขอให้นำส่งกำไรส่วนต่างที่เกิดจากการกลั่นน้ำมัน เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2565 คาดว่าจะเก็บเงินเข้ากองทุนได้ประมาณเดือนละ 6,000 – 7,000 ล้านบาท แยกเป็น                                                                             
  1. กลุ่มน้ำมันดีเซล จะนำเงินกำไรส่วนต่างที่เก็บได้ ประมาณเดือนละ 5,000 – 6,000 ล้านบาท จะขอความร่วมมือให้ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุน 
  2. กลุ่มน้ำมันเบนซิน จะนำเงินกำไรส่วนต่างที่เก็บได้ ประมาณเดือนละ 1,000 ล้านบาท มาลดราคาให้ผู้ใช้น้ำมันเบนซินในทันที คาดว่าจะสามารถลดราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มได้ประมาณลิตรละ 1 บาท 
  • ขอความร่วมมือโรงแยกก๊าซที่มีต้นทุน LPG ที่จำหน่ายเป็นวัตถุดิบในภาคปิโตรเคมี ซึ่งมีกำไรส่วนเกิน ซึ่งจะดึงเงินกำไรส่วนเกินออกมา 50% เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คาดว่าจะได้เงินเข้ากองทุนอีกเดือนละ 1,500 ล้านบาท
  • สนับสนุนการท่องเที่ยว เอกชนนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว อบรม สัมมนา จัดงาน ในเมืองรองหักภาษีได้ 1.5 เท่า เมืองรองหักภาษีได้ 2 เท่า (ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2565)

3.มาตรการที่ไม่ทำต่อ 

  • ลดเงินนำส่งกองทุนประกันสังคม มาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40