กรรมสนอง!!สหรัฐขายอาวุธทั่วโลก ทุ่มงบฯผลิตอาวุธนิวเคลียร์กว่า 4 หมื่นล้าน ในบ้านกราดยิงรายวันระบาดไม่หยุด

0

สหรัฐอเมริกาสามารถยุติการระบาดของกราดยิงจำนวนมากได้หรือไม่? คำตอบวันนี้ดูเหมือนว่าคงยาก เพราะมีสาเหตุซับซ้อนในทางความคิดความเคยชินของคนอเมริกันเป็นพื้นฐาน ที่เติบโตสร้างชาติมากับปืน แย่งชิงดินแดนจากเจ้าของถิ่น และออกไปล่าอาณานิคม ยึดทรัพย์ยากรและทรัพสินของประเทศที่พ่ายแพ้มาหล่อเลี้ยงสังคมอเมริกา สิ่งนี้เป็นปัจจัยภายในรากฐานความคิดของคนมะกันส่วนใหญ่ ประกอบกับ กลุ่มผู้มีอำนาจที่แท้จริงที่สนับสนุนการเมืองทุนนิยมผูกขาด อยู่เบื้องหลังองค์กรอำนาจรัฐของอเมริกาเป็นผู้ผลิตอาวุธ ค้าอาวุธที่ร่ำรวยมหาศาลไม่ยินยอมให้มีกฎหมายควบคุมอย่างแท้จริง

นโยบายหลักของสหรัฐเน้นสร้างอาวุธร้ายอ้างความมั่นคงชาติ เพื่อเทงบฯส่วนใหญ่ให้กลุ่มทุนค้าอาวุธเบื้องหลังแบ่งผลประโยชน์กับนักการเมือง  วนเวียนมายาวนานยากถอนรากถอนโคน ล่าสุดข้อมูลที่เปิดเผยแสดงชัดว่า สหรัฐทุ่มงบประมาณกับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์มหาศาล ยังไม่นับงบฯกลาโหมที่เพิ่มทุกปี สมทบกับปัจจุบันที่จัดสรรเงินไปสนับสนุนสงครามยูเครนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในประเทศสถานการณ์การแพร่ระบาดความรุนแรงด้วยปืนเกิดขึ้นทุกวัน แม้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ก็ยังไม่มีแนวโน้มจะแก้ไขได้จริง ฝ่ายบริหารปธน.ไบเดนทำได้แค่ออกกฎหมายคุมอายุผู้ซื้อปืนเท่านั้น

วันที่ ๑๖ มิ.ย. ๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ข้อมูลจากคณะกรรมการรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ (ไอแคน) (International Campaign to Abolish Nuclear Weapons (ICAN)ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศด้านนิวเคลียร์ เผยแพร่รายงานว่า สหรัฐเป็นชาติที่ใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุด เมื่อปีที่แล้ว มากกว่า ๔๔,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นเกือบครึ่งของงบประมาณเฉพาะในกลุ่ม ๙ ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์

เฉพาะปี ๒๕๖๔ จำนวน ๙ประเทศของโลก มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครองอย่างเปิดเผย ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน อินเดีย ปากีสถาน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิสราเอล และเกาหลีเหนือ ใช้งบประมาณเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในเรื่องนี้รวมกัน ๘๒,๔๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ ๒.๘๙ ล้านล้านบาท

สำหรับประเทศในกลุ่มดังกล่าวที่ใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุด คือ สหรัฐ ๔๔,๒๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๑.๕๕ ล้านล้านบาท) ตามด้วยจีน ๑๑,๗๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๔๑๐,๕๕๓ ล้านบาท) และรัสเซียอยู่ในอันดับสาม ๘,๖๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๓๐๗,๗๗๔ ล้านบาท) ส่วนเกาหลีเหนืออยู่ในอันดับ ๙ ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย ด้วยสถิติ ๖๔๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๒๒,๕๒๗.๗๘ ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม รายงานของไอแคนระบุว่า ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์กรณีของรัฐบาลเปียงยางมีจำกัดมาก

รายงานซึ่งเป็นบทสรุปประจำปีครั้งที่สามของ ICAN เกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านนิวเคลียร์ทั่วโลกและมีชื่อว่า ‘Squandered: ๒๐๒๑ Global Nuclear Weapons Spending’ เน้นว่าโดยรวมแล้ว โลกใช้เงินรวมกัน ๑๕๖,๘๔๒ ดอลลาร์ทุก ๆ นาทีในปี ๒๕๖๔ สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ท่ามกลางการระบาดใหญ่อย่างต่อเนื่องและความไม่มั่นคงด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

ตามรายงานปรากฎว่า  Honeywell International ทำเงินได้ ๖.๒ พันล้านดอลลาร์จากการประมูลนิวเคลียร์ในปี ๒๕๖๔ และใช้เงินเพิ่มอีก ๗ ล้านดอลลาร์ในการล็อบบี้ Northrop Grumman ได้รับเงิน ๕ พันล้านดอลลาร์และใช้เงิน ๑๑.๖ ล้านดอลลาร์ในการวิ่งเต้น Lockheed Martin ได้รับเงิน ๑.๙ พันล้านดอลลาร์จากอุตสาหกรรมและใช้เงิน ๑๖.๙ ล้านดอลลาร์ในการล็อบบี้

ผู้เขียนรายงานระบุว่า หลังจากตรวจสอบสัญญา รายงาน และการเปิดเผยข้อมูลการล็อบบี้หลายพันฉบับ พวกเขาประเมินว่าบริษัทเอกชนหลายสิบแห่งได้รับสัญญาอาวุธนิวเคลียร์มูลค่ารวม ๓๐.๒ พันล้านดอลลาร์ในปี ๒๕๖๔

ICAN ยังระบุว่า “บริษัทเหล่านั้นใช้เงิน 1๑๑๗ ล้านดอลลาร์ในการล็อบบี้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อใช้เงินในการป้องกันประเทศมากขึ้น และพวกเขายังใช้เงินมากถึง ๑๐ ล้านดอลลาร์ในการจัดหาเงินทุนให้กับองค์กรนักคิดหลัก ๆ ส่วนใหญ่ ที่วิจัยและเขียนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเชิงนโยบายเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์” ภาษาชาวบ้านเรียกว่าจ้างมาเชียร์โดยเฉพาะ

 

มาดูสหรัฐฯเป็นเจ้าพ่อจอมผลิตและขายอาวุธว่า สภาพภายในบ้านเมืองเป็นอย่างไร?ผลสำรวจล่าสุดของ PBS  ชาวอเมริกัน ๖ ใน ๑๐ คนเชื่อว่าการจัดการกับความรุนแรงจากปืนมีความสำคัญมากกว่าการปกป้องสิทธิมีปืน   แล้วสหรัฐฯ จะต้องดำเนินการอย่างไรในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของกราดยิงจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักการเมืองยังแตกแยกอ้ำอึ้งในประเด็นนี้

เมื่อวันที่ ๒๔ พ.ค.ที่ผ่านมา วัยรุ่นชายอายุแค่ ๑๘ ปีเดินเข้าไปในโรงเรียนประถมศึกษาในเมือง อูวัลด์(Uvalde) รัฐเท็กซัส พร้อมกับปืนยาวกึ่งอัตโนมัติ และสังหารเด็ก ๑๙ คนและครู ๒ คนอย่างเลือดเย็น ตั้งแต่นั้นมา มีการสังหารหมู่เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง อย่างน้อย ๑๘-๒๐ ครั้งแค่ผ่านไป ๑ เดือน 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ผ่านมาตรการการใช้ปืนที่เข้มงวดหลายครั้งเพื่อตอบโต้เหตุกราดยิง แต่มาตรการเหล่านั้นยังไม่ผ่านในวุฒิสภา อย่างไรก็ตามกลุ่มวุฒิสมาชิกจากสองพรรคประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ได้บรรลุกรอบการทำงานสำหรับกฎหมายด้านความปลอดภัยของปืนที่อาจเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีการร่างกฎหมายที่เป็นทางการออกมาแต่อย่างใด หลังเกิดการชุมนุมเรียกร้องที่วอชิงตันดีซี และอีกหลายเมืองทั่วอเมริกา

ในรายงานล่าสุด เจ จอห์นสัน (Jeh Johnson) อดีตรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกล่าวว่าอเมริกาต้องการเวลา เพื่อจัดการกับปัญหาของประเทศที่มีการยิงกันเป็นจำนวนมาก แต่บางรัฐเช่นโอไฮโอเริ่มแก้ปัญหากราดยิงในโรงเรียนโดย ไฟเขียวใครครูพกปินไปโรงเรียนได้