แชร์สนั่น! บิ๊กธนาคาร นักการเมืองใหญ่ สื่อ-CIA รวมหัวประชุมลับ วางแผนจัดตั้งรัฐบาลโลก?

0

แชร์สนั่น! บิ๊กธนาคาร นักการเมืองใหญ่ สื่อ-CIA รวมหัวประชุมลับ วางแผนจัดตั้งรัฐบาลโลก?

จากกรณี Jeerachart Jongsomchai ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ของบิลเดอเบิร์ก การประชุมเพื่อวางแผนครองโลกของนายธนาคาร บรรษัทข้ามชาติและนักการเมืองใหญ่ โดยระบุว่า 

“การประชุมบิลเดอเบิร์ก” หรือ “Bilderberg Meeting” เป็นการประชุมประจำปีที่จัดตั้งขึ้นในปี 1954 ตอนนั้นเพื่อส่งเสริม “การเจรจาระหว่างยุโรปและอเมริกาเหนือ” ( ให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองทวีปฝรั่งผิวขาวแน่นแฟ้นมากขึ้น ) วาระของกลุ่มซึ่งเดิมทีเพื่อป้องกันสงครามโลกอีกครั้ง ตอนหลัง ถูกกำหนดให้เป็นการสนับสนุนฉันทามติเกี่ยวกับการส่งเสริม “ตลาดเสรีทุนนิยมตะวันตก” และผลประโยชน์ของพวกเขาในทั่วโลก
พวกเขาจะคอยใช้อำนาจอิทธิพลในการแทรกแซงเพื่ออำนวยผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเองในประเทศต่างๆที่ต้องการ รู้จักในอีกชื่อคือพวก “Deep State”
“ผู้เข้าร่วม” ประกอบด้วย ผู้นำทางการเมือง ผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม การเงินธนาคาร นักวิชาการชื่อดังจากสถาบันการศึกษา และสื่อมวลชนกระแสหลัก และแม้แต่ “ซีไอเอ” จากอเมริกา, มีจำนวนตั้งแต่ 120 ถึง 150 คน ผู้เข้าร่วมมีสิทธิ์ใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการประชุม แต่ไม่ถือว่าข้อมูลนั้นมาจากวิทยากรที่มีชื่อ (รู้จักกันในชื่อ Chatham House Rules) นี่เป็นการสนับสนุนให้มีการอภิปรายอย่างตรงไปตรงมาถึงเนื้อหาสาระที่พวกเขามาพูกคุยกันในแต่ละปี ในขณะที่ยังคง “รักษาความเป็นส่วนตัว” หรือ “ความลับ” ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เกิดแนวคิด “ทฤษฎีสมคบคิด” จากทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา
การประชุมครั้งแรกจัดขึ้นที่โรงแรม Bilderberg (Hotel de Bilderberg) ในเมือง Oosterbeek ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 29 ถึง 31 พฤษภาคม 1954, ชื่อโรงแรมนี่เองได้ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อกลุ่มคณะนี้ “Bilderbergers”, โรงแรมตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบ ประมาณ 7 กม. ทางตะวันตกของเมือง Arnhem
การประชุมเริ่มต้นขึ้นโดยบุคคลหลายคน รวมถึง Józef Retinger นักการเมืองพลัดถิ่นชาวโปแลนด์ ซึ่งกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของการต่อต้านอเมริกาในยุโรปตะวันตก ได้เสนอ “การประชุมระดับนานาชาติ” ที่จะรวบรวม “ผู้นำหลายๆด้านจากประเทศต่างๆ ในยุโรปและอเมริกา” มาประชุมด้วยกัน
เป้าหมายของกลุ่มคือ “การส่งเสริมขาวแอตแลนติก” ให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้นระหว่างวัฒนธรรมของอเมริกาและยุโรปตะวันตกเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นทางการเมือง เศรษฐกิจ และการป้องกันประเทศ
ในครั้งแรกนั้น Retinger เข้าพบเจ้าชาย Bernhard แห่งเนเธอร์แลนด์ ซึ่งตกลงที่จะส่งเสริมแนวคิดนี้ ร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรี Paul van Zeeland แห่งเบลเยียม และ Paul Rijkens หัวหน้า Unilever ในขณะนั้น แบร์นฮาร์ดติดต่อกับวอลเตอร์ “เบเดลล์ สมิธ” ซึ่งในขณะนั้นเป็น “หัวหน้าซีไอเอ” ซึ่งขอให้ชาร์ลส์ ดักลาส แจ็กสัน ที่ปรึกษาของไอเซนฮาวร์จัดการกับข้อเสนอแนะดังกล่าว รายชื่อแขกจะถูกเขียนขึ้นโดยการเชิญผู้เข้าร่วมประชุมสองคนจากแต่ละประเทศ แต่ละคนเป็นตัวแทนของแนวคิด “อนุรักษ์นิยม” และ “เสรีนิยม” ผู้เข้าร่วมประชุม 50 คนจาก 11 ประเทศในยุโรปตะวันตกเข้าร่วมการประชุมพร้อมกับชาวอเมริกัน 11 คน
การประชุมถูกย้ายไปจัดขึ้นในหลายประเทศบ้าง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และเดนมาร์กในช่วงสามปีถัดมา และในปี 1957 การประชุมครั้งแรกในอเมริกาจัดขึ้นที่เกาะเซนต์ไซมอนส์ รัฐจอร์เจีย โดยได้รับเงิน 30,000 ดอลลาร์จากมูลนิธิฟอร์ด มูลนิธิยังจัดหาเงินทุนสำหรับการประชุมปี 1959 และ 1963
“ผู้เข้าร่วม” เป็นใคร
มีตั้งแต่ 120 ถึง 150 คน รวมถึง ผู้นำทางการเมือง ผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรม การเงิน วิชาการ และสื่อมวลชนกระแสหลัก ผู้เข้าร่วมประมาณสองในสามมาจากยุโรปและส่วนที่เหลือมาจากอเมริกาเหนือ หนึ่งในสามมาจากการเมืองและการปกครอง และส่วนที่เหลือมาจากสาขาอื่นๆ
ในอดีต รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมได้รับการให้สมดุลกันกัยกลุ่ม นายธนาคาร นักการเมือง ผู้อำนวยการธุรกิจขนาดใหญ่ และสมาชิกคณะกรรมการจากบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ รวมถึง Investor AB ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Wallenberg และบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ที่ Wallenberg เป็นเจ้าของ เช่น Ericsson และ ABB, IBM , Xerox, Royal Dutch Shell, Nokia และ Daimler ประมุขแห่งรัฐ รวมทั้งอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสที่ 1 แห่งสเปนและอดีตสมเด็จพระราชินีบีทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์ ได้เข้าร่วมการประชุม
แหล่งข่าวที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบอกกับ The Daily Telegraph ในปี 2013 ว่าบุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อในที่สาธารณะ บางครั้งก็มา “ร่วมเฉพาะกิจ” ในการประชุมของกลุ่ม
ความเชื่อมโยงของ Bilderberg Group กับรัฐบาล บริษัทใหญ่ และคลังความคิดระดับโลก
“นายธนาคารและนักอุตสาหกรรม” Marcus Wallenberg Jr. เป็นสมาชิกของคณะกรรมการอำนวยการและเข้าร่วมการประชุมยี่สิบสองครั้งตั้งแต่ปี 1950 ถึง 1981 หนึ่งปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิต หลานชายของเขา Marcus Wallenberg ได้เข้าร่วม 8 ครั้ง และหลานชายของเขา Jacob Wallenberg อีก 17 ครั้ง
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิธีการประชุมเพื่อให้เกิด “ความเป็นส่วนตัวและความลับที่เข้มงวดสุดยอด” Bilderberg Group ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะขาดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ลักษณะที่ไม่เปิดเผยของกระบวนพิจารณาได้ก่อให้เกิด “ทฤษฎีสมคบคิดหลายประการ”
ในเดือนสิงหาคม 2010 อดีตประธานาธิบดี “ฟิเดล คาสโตร” ของคิวบาได้เขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์ Granma ของพรรคคอมมิวนิสต์คิวบา ซึ่งเขาอ้างถึงหนังสือ “The Secrets of the Bilderberg Club” ของแดเนียล เอสตูลินในปี 2006 ซึ่งตามที่คาสโตรอ้างไว้ อธิบายว่า “กลุ่มที่ชั่วร้ายและ ผู้ทำการแนะนำชักชวนกดดันผู้คนอื่นให้ทำตามประสงค์ของตนคือ Bilderberg” ที่จัดการ “เพื่อจัดตั้งรัฐบาลโลก หรือโลกบาลที่ไร้พรมแดนและไม่รับผิดชอบต่อใครนอกจากตัวเอง”
มีความกังวลเกี่ยวกับการวิ่งเต้น “เอียน ริชาร์ดสัน” มองว่า “บิลเดอร์เบิร์ก” เป็นชนชั้นนำที่มีอำนาจข้ามชาติ “เป็นส่วนสำคัญและมีความสำคัญในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบธรรมาภิบาลระดับโลกที่มีอยู่” ซึ่งก็คือ “ไม่ดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม” ( ทำเพื่อผลประโยชน์ของเครือข่ายกลุ่มตัวเอง) พวกเขาถูกมองว่าคิอ “โลกบาล” หรือ รัฐบาลของโลก อย่างแท้จริง หรือ รู้จักในอีกชื่อคือ “ดีพสเตท”