เร่งปิดจ๊อบ!? “ซีวีโรโดเนตสก์”เดือด รัสเซียปิดล้อมทหารอะซอฟซุกโรงงานเคมี สั่งยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข

0

สมรภูมิยูเครนยังไม่จบ หลังจากที่กองทัพยูเครนถล่มยิงไม่ยกเว้นทั้งโรงพยาบาล บ้านเรือนชาวบ้านรัฐโดเนตสก์ แม้ไม่มีทหารรัสเซียอยู่ก็ตาม คราวนี้รัสเซียคงไม่ยั้งมือบุกแหลก ล่าสุดกองทัพรัสเซียกดดันให้ทหารอะซอฟ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในโรงงานเคมี ที่เมืองซีวีโรโดเนตสก์ ในภาคตะวันออกของยูเครน ต้องยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข เซเลนสกี้โอดครวญยอมรับกองกำลังยูเครนกำลังประสบความสูญเสียอย่างเจ็บปวดระหว่างการสู้รบ ทั้งในเมืองซีวีโรโดเนตสก์และแคว้นคาร์คิฟ ในขณะที่นาโต้แบะท่าแนะยูเครนยอมรับความพ่ายแพ้ เจรจาให้อิสระรัฐดอนบาสเพื่อแลกกับสงบศึก ขณะเดียวกันก็ยังปากแข็ง ยุชาติตะวันตกส่งอาวุธหนักเพิ่มเติมช่วยเหลือยูเครน เพื่อต้านทานการรุกคืบทางภาคตะวันออกของกองทัพรัสเซียต่อไป

ในคำปราศรัยช่วงกลางดึก เซเลนสกี้ยังบอกด้วยว่ายูเครนต้องการอาวุธต่อต้านขีปนาวุธอันทันสมัยเดี๋ยวนี้เลย พร้อมชี้นิ้วสั่งยุโรปว่าไม่มีข้ออ้างสำหรับบรรดาประเทศพันธมิตรที่จะส่งมอบอาวุธและเงินล่าช้า พร้อมยอมรับจรวดของรัสเซียหลบหลีกการป้องกันและก่อความสูญเสียแก่กองทัพยูเครนมาก เดี๋ยวนี้ยุโรปไม่เพียงเป็นลูกน้องสหรัฐเท่านั้น ยังเป็นลูกไล่ของยูเครนด้วย

วันที่ ๑๕ มิ.ย. สำนักข่าวซีเอ็นบีซีและรัสเซียทูเดย์รายงานว่ากระทรวงกลาโหมของรัสเซียประกาศ ให้ทหารยูเครนทั้งหมดที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในโรงงานเคมี “อาซอต” ที่เมืองซีวีโรโดเนตสก์ ในจังหวัดลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน “ยุติการขัดขืนที่ไร้สาระ และยอมจำนนแต่โดยดี” ตั้งแต่วันพุธที่ ๑๖ มิ.ย. นี้ ขณะที่ประชาชนซึ่งหลบภัยอยู่ภายในโรงงาน จะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยผ่านช่องทางอพยพเพื่อมนุษยธรรม

สถานการณ์ที่โรงงานเคมีอาซอต ณ เวลานี้ คล้ายคลึงกับสถานการณ์ซึ่งเคยเกิดขึ้นที่โรงงานถลุงเหล็ก “อาซอฟส์ทาล” ในเมืองมาริอูโปล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งทหารรัสเซียปิดล้อมอยู่นานร่วมเดือน กดดันให้ทหารยูเครนและนักรบกองพันอาซอฟรวมมากกว่า 2,000 นาย ยอมจำนนในที่สุด และนำไปสู่การควบคุมเมืองมาริอูโปลอย่างเบ็ดเสร็จ

กองทัพรัสเซียกล่าวว่าจะจัดตั้งทางเดินเพื่อมนุษยธรรมในวันพุธที่ ๑๖ มิ.ย.เพื่ออพยพพลเรือนออกจากโรงงานอาซอต (Azot) ในเมืองเซเวอโรโดเนตสก์ 

กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าว “ด้วยหลักการของมนุษยชาติ กองทัพรัสเซียและการก่อตัวของสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ พร้อมที่จะจัดระเบียบปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมเพื่ออพยพพลเรือน” 

พันเอกมิคาอิล มิซินเซฟ(Mizintsev) เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยูเครนสั่งให้ทหารของพวกเขาใน Severodonetsk วางอาวุธและยอมจำนน โดยทาง รัสเซียยินดีให้พลเรือนเดินทางได้อย่างปลอดภัยไปยังดินแดนที่ควบคุมโดยสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์(LPR) หากกองทหารยูเครนยอมปล่อยพวกเขาไป

ด้านปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ทหารรัสเซียระเบิดทำลายสะพานทั้ง ๓ แห่ง ที่ใช้เป็นเส้นทางเข้าและออกเมืองซีวีโรโดเนตสก์ ซึ่งมีประชากรประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน หากกองทัพรัสเซียยึดเมืองแห่งนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากจะเปิดทางสู่เมืองสำคัญแห่งอื่นในภาคตะวันออกแล้ว ยังเท่ากับเป็นการยึดทั้งสองจังหวัดในภูมิภาคแห่งนี้ คือ ลูฮันสก์และโดเนตสก์ ซึ่งเรียกรวมกันว่า ภูมิภาคดอนบาสอย่างสมบูรณ์

ขณะเดียวกัน มาเทอุส โมราวิคกี นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ก็โวยวายตะวันตกเช่นกัน ว่าไม่ดำเนินการอย่างเพียงพอ ในการสนับสนุนยูเครน ประเทศเพื่อนบ้านของเขา “เราไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอในการปกป้องยูเครน สนับสนุนประชาชนชาวยูเครน สนับสนุนเสรีภาพและอำนาจอธิปไตยของพวกเขา”

โมราวิคกีระบุว่า “นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงเรียกร้องพวกคุณ ผมขอให้พวกคุณทำมากกว่านี้ในการส่งมอบอาวุธและปืนใหญ่แก่ยูเครน พวกเขาต้องการอาวุธเหล่านี้เพื่อปกป้องประเทศ” เขาพร้อมเตือนว่าบรรดาชาติตะวันตกจะไม่เหลือความน่าเชื่อถือหากว่ายูเครนพ่ายแพ้แก่รัสเซีย “มันจะเป็นความล้มเหลวและหายนะอย่างสมบูรณ์แบบของสหภาพยุโรป ค่านิยมของเราและของนาโต้ด้วย” 

นอกจากนี้ทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษต่างให้คำมั่นสัญญา จะส่งอาวุธพิสัยไกลให้กับยูเครน แต่มีความกังวลว่ายูเครนจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดจึงจะได้รับอาวุธเหล่านี้ เนื่องจากรัสเซียโจมตีดอนบาส อย่างเต็มกำลังทางภาคตะวันออกของยูเครน และปิดเส้นทางขนส่งทั้งบก น้ำและอากาศเรียบ

ปัจจุบัน กองทัพยูเครนสูญเสียทหารวันละประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ นาย ตามการเปิดเผยโดยทีมงานของผู้นำยูเครน ซึ่งน้อยกว่าที่กองทัพรัสเซียเปิดเผย เดินหน้าเรียกร้องให้สหรัฐและกลุ่มประเทศตะวันตกส่งมอบอาวุธเข้ามาอีก แม้จะรู้ว่ากองทัพรัสเซียสามารถดักโจมตีขบวนขนส่งอาวุธได้แทบทุกครั้งก็ตาม

รัสเซียกล่าวว่าพวกเขารับประกันความปลอดภัยของทหารโดยพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเชลยศึก เช่นเดียวกับที่เคยยอมจำนนใน Mariupolหาไม่ต้องรับผลร้ายแรงในภาวะสงครามอย่างไม่อาจปฏิเสธได้