เบื้องลึกไบเดนฉวยโอกาสอ้างชื่อไทย-รมว.กห.สหรัฐตัวก่อหายนะ! “การลงนามใดๆเรื่องส่วนบุคคล”

0

จากที่จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย อ่านแถลงการณ์ ต่อต้าน การลงนามในบันทึกข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2562  ซึ่งเป็นการพาไทยเข้าสงครามนั้น

ทั้งนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนที่ในเวลา 15.00 น.ของวันที่ 13 มิถุนายน 2565  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ต้อนรับนาย Lloyd J. Austin III (ลอยด์ เจ. ออสติน ที่สาม ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกลาโหม ที่ศาลาว่าการกลาโหม

โดยนายจตุพร กล่าวว่า สหรัฐกำลังลากไทยเข้าสู่สงคราม ตามหลักการศัตรูของอเมริกาก็คือศัตรูของไทย  ทั้งที่ไทยไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร  อยากให้พลเอกประยุทธ์ กลับไปศึกษาประวัติศาสตร์สงครามเวียดนาม และหลังประเทศไทยยินยอมให้สหรัฐอเมริกามาสร้างสถานกงสุลที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสหรัฐได้ประกาศแล้วว่าไทยต้องเข้าร่วมในการปกป้องใต้หวันหากรบกับจีน พร้อมเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ต้องออกบอกว่าข้าพเจ้าทำโดยพละการ และประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ ว่าใครเป็นคนขายชาติ ใครชักศึกเข้าบ้าน

“การต้อนรับ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ แต่ตนเองในฐานะคนไทย ไม่อาจยอมรับในการต้อนรับรัฐมนตรีกลาโหมคนนี้ได้ เพราะเป็นตัวซว… เข้าประเทศไหนก็ชิ…หายประเทศนั้น ดังนั้นการเข้ามาประเทศไทย ถือเป็นการชักสึกเข้าประเทศ และถือเป็นหายนะภัย  วันนี้หวังพึ่ง ส.ส.ในการทำหน้าที่ไม่ได้แทนที่ ส.ส.จะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กลับไม่มีใครพูดถึง  ดังนั้นเมื่อหวังฝากอนาคตไว้กับใครไม่ได้ ก็ต้องฝากอนาคตไว้กับคนไทย” นายจตุพร กล่าว

นอกจากนี้นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า หากสงครามเกิดขึ้นระหว่างจีนกับใต้หวัน หรือสงครามหากเกิดขึ้นในประเทศพม่า ก็ไม่เกี่ยวกับประเทศไทย แต่ข้อตกลงของสหรัฐฯ ศัตรูของอเมริกาคือของไทย ศัตรูของไทยคือเมกา จึงเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ต้องยกเลิกสัญญา อินโด-แปซิฟิก ที่ลงนามไปตั้งแต่ 17 พ.ย.2563

“ฝากไปถึงนายลอย รมว.กลาโหม สหรัฐฯ ว่าลอยมาทางไหน ให้ลอยกลับไปทางนั้น คนไทยไม่สามารถยอมรับรัฐมนตรีกลาโหมที่มาวันนี้ได้ แต่วันนี้จะไม่ต้องการเข้าไปทำลายบรรยากาศในการต้อนรับ และยืนยันที่ทางกลุ่มจะเดินหน้าหยุดยั้งอเมริกา” นายจตุพร กล่าว

ต่อมานายจตุพร ได้อ่านแถลงการณ์  สื่อสารถึงรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ คือ 1.กลุ่มรับรู้ถึงเกียรติประวัติผลงานอันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของท่าน และประเทศของท่านพอสมควร ขณะเดียวกันเราต้องรับรู้ถึงความโศกเศร้า ความเจ็บปวด การสูญเสียของประชาชน  การล้มสลายของหลายประเทศไปพร้อมกันในการปฏิบัติการของท่าน และประเทศของท่าน เราจึงมีความกังวลต่อการมาของท่านในครั้งนี้

  1. การที่ผู้นำของท่านฉวยโอกาสนำชื่อประเทศไทยของเราไปกล่าวอ้างในโอกาสต่างๆโดยอาศัยบันทึกข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิค ซึ่งเป็นบันทึกข้อตกลงที่พวกเราไม่ยอมรับนั้น เป็นการสร้างศัตรูให้กับประเทศไทย เป็นอุปสรรคอันสำคัญ ทั้งทำให้เกิดข้อสงสัย ความไม่วางใจ ต่อมิตรประเทศต่างๆ ของประเทศไทย

และ3. เราทราบดีว่า สหรัฐอเมริกาเป็นมิตรกับประเทศไทยในลักษณะที่ใช้เราเป็นเครื่องมือเป็นแหล่งกอบโกยทรัพยากร เป็นพื้นที่เพื่อขยายอิทธิพลในแถบเอเชีย เพื่อการติดตั้งขีปนาวุธและไซเบอร์ อันเป็นประโยชน์ฝ่ายเดียวของสหรัฐอเมริกา แต่เราขอบอก อย่างหนักแน่นต่อท่านและสหรัฐอเมริกาว่า ประเทศไทยของเราเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตประชาชนไทยทั้งปวง และเราพร้อมต่อสู้ศัตรูเสมอเพื่อปกป้องประเทศไทย

ด้านนายนิติธร  กล่าวว่า จากนี้กลุ่มจะเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น และใช้วิธีการที่หลากหลายโดยเป้าหมายคือที่ สถานทูตสหรัฐอเมริกา และอีกกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญ คือ  กลุ่มจะเคลื่อนไหวในประเด็นพลังงาน เพื่อทวงคืนพลังงาน ให้กลับมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามนายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวผ่านการโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า

“วันนี้ กลุ่มประชาชนคนไทยรักชาติได้ไปจัดชุมนุมประท้วงรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อพบปะหารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กระทรวงกลาโหม และประกาศว่าประเทศไทย ไม่เป็นภาคีหรือพันธมิตรตามยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกหรือ #นาโต้2

และไม่ต้องการเป็นศัตรูกับประเทศใด หากมีการกระทำใดๆเกี่ยวกับภาคีอินโดแปซิฟิกเป็นเรื่องส่วนบุคคลของผู้นั้นไม่ผูกพันประเทศไทยและประชาชนไทย”