ไอสงครามคุกรุ่น!! ปักกิ่งลากไส้สหรัฐซัดยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกยุอาเซียนแตก ขณะกลาโหมฯเยือนไทยดันต้านจีน

0

สงครามยูเครนกำลังดำเนินอยู่อย่างดุเดือด แต่สหรัฐหันมารุกคืบในเอเชียแปซิฟิกอย่างเข้มข้น ล่าสุดใช้เวทีการประชุมแชงกรีลาที่สิงคโปร์ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาวิพากษ์จีน แบบไม่สงวนท่าทีทางการทูตแต่อย่างใด ขณะที่จีนก็ไม่เกรงใจอีกแล้ว ตอบโต้กร้าวอย่างไม่ไว้หน้าและตรงไปตรงมา แฉจุดมุ่งหมายของยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่สหรัฐอ้างเสรีเปิดกว้างนั้นหลอกลวง มีเป้าหมายสร้างความแตกแยกในอาเซียน ยุให้ต่อต้านจีนเป็นหลัก  ที่สำคัญมีการแทรกให้เซเลนสกี้แห่งยูเครนมาพ่นน้ำลายเรื่องยูเครนและแส่เรื่องไต้หวันกลางที่ประชุมโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า  ส่งผลให้ผู้แทนเอเชียหลายคนเดินออกจากที่ประชุมอย่างเบื่อหน่าย เรื่องนี้ด้วยความสนับสนุนของสิงคโปร์ ภายใต้คำสั่งวอชิงตันชัดแจ้ง

China’s Defence Minister Wei Fenghe speaks at the Shangri-La Dialogue summit in Singapore on June 12, 2022. (Photo by ROSLAN RAHMAN / AFP)

รมว.กลาโหมสหรัฐเสร็จสิ้นภาระการยุแหย่ให้ร้าวฉานเสร็จในการประชุมแชงกรีลา ก็มุ่งหน้ามายังประเทศไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันวาระวอชิงตันในไทยอย่างเต็มที่ ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่มีหลากหลายรูปแบบ เสมือนต้อนรับการมาเยือนของวีไอพีสหรัฐ??

วันที่ ๑๓ มิ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์รายงาน เกี่ยวกับคณะผู้แทนจีนกล่าวตอบโต้สหรัฐในงานการประชุมแชงกรี-ลา ครั้งที่ ๑๙ (IISS Shangri-La) ที่สิงคโปร์ ว่ายุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกนำไปสู่การเผชิญหน้า ในขณะที่รมว.กลาโหมของสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์แชงกรี-ลาที่ว่างเปล่าเน้นโจมตีจีนเป็นหลัก

คณะผู้แทนจีนกล่าวว่า ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเป็นเจ้าโลกของตน สร้างความแตกแยกและการเผชิญหน้า  โดยประณามคำปราศรัยของลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ฉวยโอกาสจากเวทีโฆษณาชวนเชื่อ ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกและชี้นิ้วใส่ร้ายไปที่จีน 

จาง เจิ้นจง รองหัวหน้าแผนกเสนาธิการร่วมในคณะกรรมาธิการการทหารกลาง (Zhang Zhenzhong, deputy chief of the Joint Staff Department in the Central Military Commission)กล่าวว่า ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกออกแบบมาเพื่อดักจับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้กลายเป็นเกมเชิงภูมิรัฐศาสตร์และ การเผชิญหน้าในขณะที่พยายามสร้างวงกลมเล็ก ๆ โดยการผูกเชือกบางประเทศเพื่อยุยงให้ขัดแย้งกันกับผู้อื่น มันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถาปัตยกรรมความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เน้นอาเซียนเป็นศูนย์กลาง และส่งผลเสียร้ายแรงต่อผลประโยชน์โดยรวมและระยะยาวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ 

จางย้ำว่า “สหรัฐฯ ได้เปลี่ยนตะวันออกกลางและยุโรปให้กลายเป็นความโกลาหลไปแล้ว อยากจะให้เอเชียแปซิฟิกยุ่งเหยิงต่อไปใช่หรือ? แต่จีนจะไม่ยอมโดยเด็ดขาด ” 

จางกล่าวว่ายุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ออกแบบมาเพื่อทำลายสันติภาพ เสียงหลักของประเทศในเอเชียแปซิฟิก คือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและความร่วมมือแบบ win-win แต่ในทางกลับกัน สหรัฐฯ กลับสนับสนุนการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจและสร้างการเผชิญหน้าทางทหาร โดยส่งเครื่องบินรบเพื่อแสดงศักยภาพทางทหารในทะเลจีนใต้ และซ้อมรบทางทหาร กับพันธมิตรสร้างความตึงเครียดในภูมิภาคต่อเนื่อง  

จางกล่าวว่ากลยุทธ์ดังกล่าวตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐฯฝ่ายเดียว โดยขัดต่อเจตจำนงร่วมกันของประเทศในภูมิภาค และเน้นว่าด้วยเหตุผลเหล่านี้ แผนดังกล่าวจะไม่ประสบความสำเร็จ

ด้านลอยด์ ออสตินรมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์นานหนึ่งชั่วโมงในหัวข้อ “ก้าวต่อไปสำหรับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ” และ “วิพากษ์วิจารณ์จีนว่า “บีบบังคับและก้าวร้าว”

ก่อนการประชุมแชงกรี-ลานี้ จีนได้ประณาม “การบิดเบือนข้อมูล” ของออสเตรเลียและแคนาดาเกี่ยวกับการเผชิญหน้าเครื่องบินรบ ที่ทั้งสองประเทศดำเนินกิจกรรมลาดตระเวนและยั่วยุอย่างใกล้ชิด บินสอดแนมในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้  

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน จ้าว ลี่เจียน (Zhao Lijian) กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า “นี่เป็นการกระทำที่อันตรายต่อความมั่นคงของชาติจีนและความปลอดภัยของบุคลากรแนวหน้าของจีนและของแคนาดาเองด้วย”

เรื่องนี้แคนาดาและออสเตรเลียออกมาโวยวายไม่หยุด เพื่อยกระดับประเด็น”ภัยคุกคามของจีน”อย่างจงใจ

เหอ เล่ย พลโทและอดีตรองประธานสถาบันวิทยาศาสตร์การทหารแห่ง PLA ซึ่งเข้าร่วมการเจรจาแชงกรี-ลา กล่าวว่าข้อกล่าวหาของออสตินต่อการสกัดกั้นเครื่องบินของ PLA มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับรองแคนาดาและออสเตรเลียอย่างชัดเจน เป็นการตอกย้ำกลุ่มเล็กๆภายนอกที่นำโดยสหรัฐฯ กำลังเพิ่มบทบาทเข้ามาแทรกแซงในภูมิภาคอย่างโจ่งแจ้ง ขณะที่ชู”วิสัยทัศน์ร่วมกัน” ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

เหว่ย ดองซู(Wei Dongxu) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารในปักกิ่งกล่าวว่า สหรัฐฯ พยายามจะผลักดันให้เกิดความบาดหมางระหว่างจีนและประเทศในภูมิภาค ขณะที่ผลักดันประเทศต่างๆ ให้ร่วมกับยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ภายใต้ความต้องการของสหรัฐฯ แล้วเหมารวมให้ตัวเองว่า “ได้รับสิทธิ์” ในการทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการของภูมิภาคนี้ ที่ห่างไกลจากดินแดนของตน และต้องการเข้ามาควบคุมกิจการเอเชียภายใต้การบัญชาของตน 

อย่างไรก็ตาม ประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ไม่ต้องการเข้าข้างในเกมมหาอำนาจ ในระหว่างการเสวนาแชงกรี-ลาปี 2019 นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ได้แสดงความกังวลว่า “น่าเสียดายที่เมื่อเส้นความอดทนเริ่มขาด ทุกคนถามว่า: คุณเป็นเพื่อนของฉันหรือไม่ใช่เพื่อนของฉัน และนั่นทำให้ประเทศเล็กๆ นั้นวางตัวยากลำบาก ” 

เหว่ยกล่าวว่า สำหรับคำถามของไต้หวัน ประเทศในภูมิภาคส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะเต้นตามเกมของสหรัฐฯ เนื่องจากพวกเขาทราบดีว่าสหรัฐฯ เป็นคนนอก และไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของจีนแต่อย่างใด