สุดยิ่งใหญ่! สะพานรัสเซีย-จีน เสริมความแข็งแกร่งการค้า 2 ชาติผงาดเบอร์ 1 เบียดสหรัฐฯตกกระป๋อง

0

หลังจากที่ 2 ประเทศ จีนและรัสเซีย ได้ผนึกกำลังพันธมิตรทางการค้า และจีนร่วมเคียงข้างรัสเซียในการไม่คว่ำบาตรตามคำยุสหรัฐฯ ดูเหมือนว่าทั้ง 2 ประเทศจะมีความสัมพันธ์ที่เป็นปึกแผ่นมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ ที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีรายงานว่ารัสเซียและจีนได้เปิดสะพานข้ามพรมแดนแห่งใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ในขณะที่รัสเซียกำลังเผชิญกับการคว่ำบาตรจากบรรดาชาติตะวันตกจากเหตุรุกรานยูเครน

สะพานรัสเซีย-จีนนี้เป็นสะพานความกว้าง 2 เลน เชื่อมระหว่างเมืองบลาโกเวชเชนสก์ ของรัสเซีย กับเมืองเฮยเหอ ของจีน โดยตัดข้ามผ่านแม่น้ำอามูร์ หรือแม่น้ำเฮยหลงเจียง มีความยาวประมาณ 1 กม. และมีมูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น 1.9 หมื่นล้านรูเบิล (ราว 1.1 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้ในพิธีเปิดสะพาน มีการประดับธงของทั้งสองประเทศ มีการแสดงดอกไม้ไฟ และเปิดให้รถบรรทุกสินค้าจากปลายทั้งสองฝั่งได้ข้ามสะพานไปยังอีกฝั่ง

ทางการรัสเซียกล่าวว่า สะพานดังกล่าวจะทำให้รัสเซียและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น โดยสะพานนี้จะช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในเดือน ก.พ. พวกเขาประกาศว่า จะเป็นหุ้นส่วนกันแบบ “ไร้ขีดจำกัด”

ตัวแทนจากรัสเซียในภูมิภาคตะวันออกไกล กล่าวว่า “ในสถานการณ์ที่โลกกำลังแตกแยกในปัจจุบัน สะพานงบลาโกเวชเชนสก์-เฮยเหอ ระหว่างรัสเซียและจีนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ”

ขณะที่หูชุนหัว รองนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในพิธีเปิดว่า จีนต้องการกระชับความร่วมมือในทางปฏิบัติกับรัสเซียในทุกด้าน และทางด้านวิตาลี ซาเวลเยฟ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมรัสเซีย กล่าวว่า สะพานดังกล่าวจะช่วยยกระดับการค้าทวิภาคีประจำปีให้กับสินค้ารวมมากกว่า 1 ล้านตัน

สะพานรัสเซีย-จีนนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2016 และแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. 2020 แต่การเปิดสะพานล่าช้าเนื่องจากข้อจำกัดป้องกันโควิด-19 นอกจากนี้ทางรัสเซียยังคาดว่าการค้าสินค้าโภคภัณฑ์กับจีนจะเติบโตอย่างมาก และการค้ากับจีนจะมีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ (เกือบ 7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2024

อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกันระหว่างจีนและรัสเซีย ล้วนมีจุดประสงค์ที่จะเปลี่ยนขั้วอำนาจใหม่ ที่จะลดบทบาทของสหรัฐฯลง ก่อนหน้านี้่ทางการจีนได้เตือนสหรัฐฯแล้วว่า อย่าพยายามเข้ามายุ่งเรื่องไต้หวัน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเปิดสงคราม รวมทั้งปูติน ก็ได้ย้ำเตือนไบเดน เช่นกันว่า หากยังยืนยันจะส่งอาวุธพิสัยไกลมาช่วยยูเครน ก็อาจจะยิ่งทำให้รัสเซียต้องตัดสินใจเด็ดขาด และอาจยืดยื้อไปสู่สงครามใหญ่ได้