ยูเครนเข้าตาจน! ขุดอาวุธสมัยโซเวียตใช้หมดคลังแสงแล้ว ขณะไบเดน ขาสั่นไม่กล้าส่งโดรนให้ กลัวรัสเซียเอาคืน

0

ยูเครนเข้าตาจน! ขุดอาวุธสมัยโซเวียตใช้หมดคลังแสงแล้ว ขณะไบเดน ขาสั่นไม่กล้าส่งโดรนให้ กลัวรัสเซียเอาคืน

จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า การสู้รบที่เมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ในแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน เต็มไปด้วยความดุเดือด และสมรภูมิรบแห่งนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาภูมิภาคดอนบาส ท่ามกลางสถานการณ์ที่กองทัพรัสเซียยังคงบุกโจมตีอย่างหนักเพื่อยึดภาคตะวันออกของยูเครน

ล่าสุด แหล่งข่าวในกองทัพสหรัฐฯ เผยยูเครนนำอาวุธที่ผลิตโดยสหภาพโซเวียตและรัสเซียออกมาใช้จนหมดคลังแสงแล้ว และหลังจากนี้จะต้องพึ่งอาวุธจากตะวันตกเพียงอย่างเดียวในการทำสงครามกับรัสเซีย

เนื่องจากเป็นอดีตรัฐในสหภาพโซเวียตมาก่อน อาวุธยุทโธปกรณ์ที่กองทัพยูเครนใช้จึงถูกผลิตขึ้นตามมาตรฐานของโซเวียตและรัสเซียเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นอาวุธเบา รถถัง และอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงกับอาวุธที่เพื่อนบ้านตะวันตกใช้งานอยู่ได้
แหล่งข่าวในกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนนับจากวันที่ 24 ก.พ. ที่รัสเซียส่งทหารบุกยูเครน อาวุธเหล่านี้ได้ถูกนำออกมาใช้ต่อสู้ผู้รุกราน หรือไม่ก็ถูกทหารรัสเซียทำลายจนไม่มีเหลือแล้ว และเวลานี้อาวุธที่กองกำลังเคียฟใช้ หรือกำลังเรียนรู้ที่จะใช้ ล้วนแต่ถูกส่งมาจากสหรัฐฯ หรือชาติยุโรปที่เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ทั้งสิ้น
ตอนที่สงครามปะทุใหม่ๆ ชาติตะวันตกยังลังเลที่จะส่งอาวุธช่วยยูเครน เพราะเกรงว่าจะเป็นการดึงนาโตเข้าสู่สงครามกับรัสเซียโดยตรง นอกจากนี้ยังห่วงว่าอาวุธซึ่งใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าเหล่านี้อาจจะตกไปอยู่ในมือของรัสเซียได้ ด้วยเหตุนี้ ชาติพันธมิตรยูเครนส่วนใหญ่จึงส่งมอบแต่อาวุธมาตรฐานรัสเซียที่พวกเขามีเก็บอยู่ในคลังแสง เช่น รถถังและเฮลิคอปเตอร์ เป็นต้น
สหรัฐฯ ยังกระตุ้นให้อดีตรัฐโซเวียตทั้งหลายช่วยกันบริจาคเครื่องกระสุนและอะไหล่อาวุธที่จำเป็นให้แก่ยูเครน ทว่าเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้ก็ได้ถูกนำไปใช้ หรือโดนทำลายไปหมดแล้ว
ซึ่งทางด้านของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งให้ข้อมูลว่า อาวุธซึ่งผลิตตามมาตรฐานโซเวียตและรัสเซียกำลัง “หมดไปจากโลก” ซึ่งก็หมายความว่ากองทัพยูเครนจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้อาวุธของตะวันตก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคุ้นเคย
สหรัฐฯ และพันธมิตรนาโตเริ่มส่งอาวุธหนักอย่างปืนใหญ่อัตตาจรฮาวอิตเซอร์ (howitzers) และระบบจรวดหลายลำกล้อง Himars ไปช่วยยูเครน ซึ่งอย่างหลังนี้มีพิสัยการยิงที่ไกลและแม่นยำกว่าระบบอาวุธของรัสเซีย
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่ม Contact Group for Ukraine ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 40 ประเทศได้มีการประสานงานด้านความช่วยเหลือเพื่อให้มั่นใจว่ากองกำลังเคียฟจะได้รับเครื่องกระสุน อะไหล่ และอาวุธต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย
อย่างไรก็ดี การจัดส่งอาวุธให้ยูเครนยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า ชาติพันธมิตรต้องการมั่นใจว่าทหารยูเครนจะสามารถซึมซับและเรียนรู้การใช้อาวุธเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังป้องกันความเสี่ยงที่อาวุธส่วนเกินในคลังอาจจะถูกรัสเซียยิงทำลาย
สหรัฐฯ ได้อนุมัติแพ็กเกจช่วยเหลือยูเครนล่าสุดมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งจะครอบคลุมถึงระบบจรวด Himars จำนวน 4 หน่วย, ขีปนาวุธต่อต้านรถถังเจฟลินจำนวน 1,000 ลูก, เฮลิคอปเคอร์ Mi-17 มาตรฐานโซเวียต 4 ลำ, กระสุนปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์ 15,000 นัด, ยานเกราะ 15 คัน และเครื่องกระสุนอื่นๆ
ขณะที่พล.อ.มาร์ค มิลลีย์ ประธานเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ ระบุว่า “ระบบจรวด Himars นั้น เป็นอาวุธพิสัยไกลที่มีความซับซ้อน” และสหรัฐฯ จำเป็นต้องตรวจสอบจนมั่นใจว่าทหารยูเครนจะสามารถนำมันไปใช้ได้อย่างเหมาะสม
ถ้าพวกเขารู้จักใช้มันอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ มันจะเป็นอาวุธที่ให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมในสงคราม” มิลลีย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกคนให้ข้อมูลว่า รัฐบาลวอชิงตันยังไม่มีแผนที่จะมอบโดรน “เกรย์ อีเกิล” (Grey Eagle) ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับทางยุทธวิธีให้แก่ยูเครน เพราะเกรงจะถูกนำไปใช้โจมตีเป้าหมายในรัสเซีย และนั่นอาจจะเป็นการดึงสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ความขัดแย้งกับรัสเซียโดยตรง