อังกฤษดิ้นหนัก! ทหารรับจ้างถูกศาลสั่งประหารแล้ว ขณะยูเครน ยอมรับสิ้นท่า เพราะขาดแคลนอาวุธสู้รัสเซีย

0

อังกฤษดิ้นหนัก! ทหารรับจ้างถูกศาลสั่งประหารแล้ว ขณะยูเครน ยอมรับสิ้นท่า เพราะขาดแคลนอาวุธสู้รัสเซีย

จากกรณีที่ มีคาอิโล โพโดลยัค ระบุว่า ยูเครนต้องการระบบปืนใหญ่ของตะวันตกอีกหลายร้อยกระบอก เพื่อให้มีแสนยานุภาพเทียบเท่ากับรัสเซีย ในสมรภูมิภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของประเทศ

เสียงเรียกร้องของเขามีขึ้นในขณะที่ทหารยูเครนถูกระดมยิงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กองกำลังรัสเซียพยายามเข้ายึดครองทั่วทั้งภูมิภาคดอนบาส “กองกำลังรัสเซียโยนแทบทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์ไปที่แนวหน้า และในนั้นรวมถึงปืนใหญ่ ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องและฝูงบิน”

เขาเน้นย้ำคำวิงวอนของยูเครนที่ร้องขออาวุธจากตะวันตกเพิ่มเติม โดยระบุว่าความแตกต่างโดยสิ้นเชิงระหว่างกองทัพรัสเซียและยูเครน คือเหตุผลที่ทำให้ฝ่ายยูเครนมีอัตราความสูญเสียหนัก “การร้องขอปืนใหญ่ของเราไม่ใช่แค่เสียงคร่ำครวญ แต่มันมีความจำเป็นจริงๆสืบเนื่องจากสถานการณ์ในสนามรบ” เขากล่าว พร้อมระบุว่ายูเครนต้องการระบบยิงจรวดราว 150 ถึง 300 กระบอก เพื่อให้ทัดเทียมรัสเซีย จำนวนที่สูงกว่าที่พวกเขาได้รับจนถึงตอนนี้เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม โพโดลยัค เน้นย้ำว่าจะคืนสู่การเจรจาสันติภาพก็ต่อเมื่อ รัสเซียยอมละทิ้งดินแดนที่พวกเขายึดครองนับตั้งแต่เปิดฉากรุกรานในวันที่ 24 กุมภาพันธ์
โพโดลยัค ยอมรับว่ามีทหารยูเครนเสียชีวิต 100 ถึง 200 นายในแต่ละวัน สูงกว่าที่คาดหมายไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนทางโอเล็กซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีกลาโหมของยูเครนบอกว่า ยูเครนสูญเสียทหารราวๆ 100 นายต่อวันและบาดเจ็บมากกว่า 500 นาย ตัวเลขความสูญเสียที่มีความแตกต่างกันนี้บ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นเรื่องยากลำบากมากที่จะได้ข้อมูลอันแม่นยำมาจากสมรภูมิรบ ทั้งนี้แม้สูญเสียหนัก แต่ เรซนิคอฟ อ้างว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับทหารรัสเซียก็อยู่ในระดับสูงเช่นกัน
ขณะที่เซียร์ฮีย์ ไกได ผู้ว่าการแคว้นลูฮันสก์ บอกว่าฝ่ายรัสเซียกำลังตายเหมือนฝูงแมลงวัน แต่ก็พูดไปในทิศทางเดียวกับ โพโดลยัค ยอมรับว่ายูเครนกำลังเผชิญกับความยากลำบาก เนื่องจากขาดแคลนปืนใหญ่ กองกำลังรัสเซียมุ่งเน้นการโจมตีไปที่เมืองซีวีโรโดเนตสก์ และในวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเซเลนสกี ระบุว่าชะตากรรมของภูมิภาคดอนบาสจะตัดสินที่เมืองแห่งนี้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่เผยว่าเวลานี้ซีวีโรโดเนตสก์เหลือแต่ซากหักพัง หลังถูกรัสเซียยิงปืนใหญ่และขีปนาวุธโจมตีอย่างหนัก
ขณะเดียวกันมีข่าวว่าชาวสหราชอาณาจักร 2 คนและโมร็อกโก 1 คน ที่โดนจับขณะช่วยยูเครนสู้รบ ถูกพิพากษาประหารชีวิตโดยศาลแห่งหนึ่งในดินแดนที่อ้างตนเองว่าเป็นสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ หนึ่งใน 2 แคว้นแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน ตามรายงานของสื่อมวลชนรัสเซีย
สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์รายงานระบุ ศาลพบว่าชายทั้ง 3 ประกอบด้วย ไอเดน แอสลิน และ ชอน พินเนอร์ อาสาสมัครนักรบชาวสหราชอาณาจักร และบราฮิม ซาดูน จากโมร็อกโก มีความผิดฐานเป็นทหารรับจ้างและดำเนินการต่างๆที่มีเป้าหมายยึดอำนาจและโค่นระเบียบรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์
ชายทั้ง 3 คน ถูกจับกุมระหว่างร่วมรบช่วยยูเครนสู้กับรัสเซียและกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย หลังมอสโกเปิดฉากรุกรานในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ทนายความของพวกเขาเปิดเผยว่าจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว
สหราชอาณาจักรประณามคำตัดสินของศาลว่าเป็นคำพิพากษาที่น่าอดสู “ฉันขอประณามอย่างที่สุดต่อบทลงโทษของไอเดน แอสลิน และ ชอน พินเนอร์ ที่ถูกควบคุมตัวโดยตัวแทนของรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน” ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศระบุในทวิตเตอร์ “พวกเขาเป็นเชลยศึกสงคราม มันเป็นคำพิพากษาที่น่าอดสู ไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมายใดๆเลย”
ด้านโฆษกของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ระบุว่าภายใต้อนุสัญญาเจนีวา พวกเชลยศึกมีสิทธิได้รับการคุ้มกันในฐานะผู้ทำการรบ และไม่ควรถูกดำเนินคดีสำหรับการเข้าร่วมในสงคราม