อังกฤษขายหน้า-สหรัฐเงิบ! ตุรเคีย ตัดหน้าชิงข้าวสาลีจากยูเครน แถมรัสเซียให้ส่วนลดสุดๆถึง 25%

0

อังกฤษขายหน้า-สหรัฐเงิบ! ตุรเคีย ตัดหน้าชิงข้าวสาลีจากยูเครน แถมรัสเซียให้ส่วนลดสุดๆถึง 25%

จากกรณีที่นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย กล่าวว่า ท่าเรือของยูเครนในเมืองมาริอูโพลและเมืองเบิร์ดยานสค์ ได้รับการเคลียร์ทุ่นระเบิดแล้ว และพร้อมสำหรับการส่งออกธัญพืช โดยเขากล่าวว่า “การเคลียร์ทุ่นระเบิดที่ท่าเรือเมืองมาริอูโพลได้เสร็จสิ้นแล้ว ทำให้ท่าเรือสามารถดำเนินการได้ตามปกติ และขณะนี้มีเรือสินค้าลำแรกมาจอดเทียบท่าแล้ว”

ที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติได้ทำการประสานงานระหว่างรัสเซียและยูเครนเพื่อให้มีการส่งออกธัญพืชจากท่าเรือของยูเครน ขณะที่ตุรเคียส่งเรือนำร่องเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าออกสู่ทะเลดำ หลังจากที่การส่งออกสินค้าเกษตรจากยูเครนได้หยุดชะงักลงจากการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนในเดือนก.พ. จนส่งผลให้ราคาธัญพืชพุ่งขึ้นทั่วโลก

ล่าสุด เพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวรอยเตอร์และสาธารณรัฐลูฮันสก์ ระบุว่า  ในขณะที่ฝ่ายระเบียบโลกเก่า สหรัฐ ยุโรป กำลังเคลิ้มฝันหวังใช้อัฟกานิสถานโมเดล จะให้รัสเซีย ติดหล่มสงครามในยูเครน โดยการส่งอาวุธเก่าโล๊ะสต็อคนาชนิดจากคลัง NATO ผสมอาวุธใหม่ทดลองใช้นิดหน่อยมาให้ยูเครน แลกกับเงินกู้ที่ต้องชดใช้ไปอีกนานหลายทศวรรษ

แล้วระดมทหารรับจ้าง Azov ของ NATO เข้ามารบ แต่สิ่งที่ฝ่ายชาติตะวันตกคิดไม่ถึง คือ “ตกหล่มสงครามเสียเอง” เพราะถูกกองทัพฝ่ายรัสเซียทำลาย และยึดอาวุธนั้น สัดส่วนมากกว่า 90% ของอาวุธที่ส่งไป ซ้ำร้ายการทุจริตฝังรากลึกในยูเครนคือปัญหาใหญ่ที่ถมไม่เต็ม มีรายงานว่ากองทัพยูเครน ฉวยโอกาสเอาอาวุธปืน กระสุนที่ลักลอบส่งเข้ามาทางโปแลนด์ และเหลือรอดน้อยนิดนั้น ใส่ลังซ่อนไปกับรถขนข้าวสาลี จากนั้นส่งออกไปทางชายแดนมอลโดวา

บรรดาอาวุธเถื่อนเหล่านั้นได้ผันเข้าสู่ตลาดมืดค้าอาวุธ บางส่วนย้อนกลับไปยังแก๊งค์ผิดกฎหมายหัวรุนแรงในยุโรปเอง จนเริ่มมีเหตุกราดยิงในเยอรมนี และอาวุธยูเครนส่วนใหญ่ไปถึงตะวันออกกลางในซีเรีย อิรัก เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ทหารกองหนุนยูเครนแนวหน้าขาดแคลนอาวุธปืนและกระสุนอย่างหนัก เมื่อโดนกองทัพพันธมิตรรัสเซีย ถล่มฝนเหล็กห่าใหญ่จึงไม่อาจต้านทานจนต้องถอยร่นเสียพื้นที่และเสียกำลังพลหมดสต็อคไปเรื่อยๆ ที่หนักหนาตอนนี้คือ เมืองอุตสาหกรรม เซเวโรโดเนสก์ ทางยูเครนตะวันออก , ประธานาธิบดี เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า ชะตากรรมของภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการแพ้ชนะในเมืองดังกล่าว ขณะนี้เป็นศูนย์กลางการต่อสู้ เป็นสมรภูมิหนักที่สุดแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้น
รัฐบาลยูเครน ประกาศระดมเกณฑ์ทหารรอบที่ 4 แล้ว เพราะ 3 รอบแรกไม่มีใครเห็นพวกเขากลับมาอีกเลย ในรอบล่าสุดนี้จึงเหลือแต่ผู้ชายที่เป็นคนมีสภาพจิตไม่ปกติ ร่างกายพิการ สภาพไม่สมบูรณ์ก็ถูกเกณฑ์ไปด้วย , ด้านนายเซอร์ฮี ไฮได ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮันสก์ ที่ตั้งของเมืองนี้ยอมรับว่า ฝ่ายยูเครนถูกฝ่ายพันธมิตรรัสเซีย ผลักดันถอยร่น จนไปอยู่เพียงชานเมืองของเซเวโรโดเนสก์ ฝ่ายยูเครนคงต้องถอยร่นออกไปจากเมืองนี้ เนื่องจากถูกถล่มโจมตีไม่หยุด ฝ่ายยูเครน ได้หนีตายโดยการระเบิดสะพานที่มีเพียงแห่งเดียวที่ข้ามแม่น้ำซีเวอร์สกายโดเนตสก์
ทหารฝ่ายยูเครนได้ทิ้งยุทโธปกรณ์ทางทหารพร้อมกับอาวุธ แยกย้ายกันหนีเอาตัวรอด ,มีหลักร้อยคนใช้วิธีกระโดดหนีลงแม่น้ำว่ายหนีข้ามฝั่งไปท่ามกลางห่ากระสุน จึงรอดบ้างไม่รอดบ้าง , นายโรเดียน มิโรชนิก ทูตสาธารณรัฐลูฮันสค์ ประจํารัสเซีย ระบุว่าสนามบินเซเวอโรโดเนตสค์ ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพลูฮันสก์ เรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว
สอดคล้องกับพลเอก เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียระบุว่า รัสเซียยึดครองพื้นที่เกือบทั้งหมดราว 97% ของเขตลูฮันสก์ไว้ได้แล้ว และกำลังจะยึดเมืองสุดท้ายในเขตนี้ คือ เซเวโรโดเนตสก์ได้ทั้งหมด , และผลจากที่ยุโรป ที่ผลิตข้าวสาลีส่งออกเพียงไม่กี่ชาติ ได้คว่ำบาตรรัสเซีย แต่ยูเครนที่เป็น “ตระกร้าขนมปังยุโรป” ส่งออกข้าวสาลีทางบกผ่านโปแลนด์ได้เพียงน้อยนิดเดือนละ 2 ล้านตันหรือ 10% ของข้าวสาลีคงค้างเท่านั้น ส่งผลให้อาหารในชาติยุโรปที่ผลิตเองไม่ได้ ไม่พอเพียง ผู้คนเริ่มอดอยาก อาหารมีราคาแพง ถึงขั้นอังกฤษจะตั้ง “กองเรือรบชิงข้าวสาลี” มาแล้วแต่รัสเซียไม่ยอม แผนเลยล่มไปไม่เป็นท่า
หน่วยข่าวกรองกลางรัสเซีย (FSB) รายงานว่าผู้นำยูเครน สั่งวางทุ่นระเบิดอย่างน้อย 420 ทุ่นในทะเลดำ เพื่อจับตัวประกันเรือสินค้าต่างชาติขนส่งธัญพืชไม่กล้าออกจากท่าเรือโอเดสซา ปัจจุบันทุ่นระเบิดยูเครน ได้ลอยไปถึงน่านน้ำตุรเคีย ชายฝั่งโรมาเนีย บัลแกเรีย และที่ชายหาดต่างๆ เมืองท่าโอเดสซาเอง , ที่ผ่านมาตุรเคีย นำเข้าสินค้าจากรัสเซีย เช่น ปิโตรเลียมกลั่น น้ำมันดิบ ข้าวสาลี ฯลฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการค้าระหว่าง 2 ประเทศเติบโตขึ้นราว 10% แต่หลังจากยุโรปคว่ำบาตรรัสเซีย ยิ่งทำให้ขายสินค้าดีขึ้นหนักกว่าเดิม เดือน เม.ย.2022 ที่ผ่านมาส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างสองชาติเติบโตขึ้น 100% โดยใช้เงินรูเบิล คาดว่าปริมาณการค้า โดยรวมระหว่าง 2 ประเทศ จะมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์/ปี
โดยบริษัทรัสเซีย ได้ซื้อธัญพืช จากเกษตรกรในเขตปลดปล่อยจากยูเครน แล้วขนโดยรถไฟจากเมืองเมลิโตโปล แคว้นซาโปริซเซีย ไปสต็อคที่ไครเมีย จากนั้นขายให้ตุรเคียในราคาส่วนลด 25% จัดส่งต่อโดยรถไฟขนส่งข้ามสะพานช่องแคบเคียร์ช ไปยังชายแดนรัสเซีย- ตุรเคีย และอีกส่วนต่อไปตะวันออกกลาง เช่น อียิปต์
สรุป..ยุโรปติดหล่มสงครามเสียเอง น้ำมัน ก๊าซ แพง และยังหาทางชิงอาหารข้าวสาลีออกจากยูเครนไม่ได้ ก็อดอาหารต่อไป แต่รัสเซีย รบไปยึดพื้นที่ไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนฝังยุโรปจมลงในหล่มสงคราม แล้วเล่นเอาเถิดชิงอาหารข้าวสาลี ข้าวโพด ที่ค้างในยูเครน ขนออกไปขายให้ตุรเคีย และชาวตะวันออกกลางอิ่มในราคาถูก แต่ยุโรป ที่หิวโหยได้แต่มองตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้..ยุโรป สู้ต่อไป ชนะจนท้องร้องหนักแน่นอน