ปูตินเย้ย!! สหรัฐโดนบุมเมอแรงคว่ำบาตร หลังไบเดนรับเงินเฟ้อทำหายนะ มะกันโห่รอบทิศ หุ้นแดงทั้งกระดาน

0

ผลจากการกระทำแบบให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ปรากฏชัดต่อสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจเก่าที่ดิ้นรนสุดขีดเพื่อรักษาผลประโยชน์ตัวเองเต็มที่ ไม่สนใจว่าผลกระทบจะทำให้ใครเดือดร้อน ปธน.ปูตินแห่งรัสเซียชี้เปรี้ยงว่า การคว่ำบาตรที่ออกแบบมาเพื่อทำร้ายรัสเซียส่งผลกระทบต่อสหรัฐและ “อาณานิคม”ทางตะวันตกแทน หลังจากที่ไบเดนหลุดปากยอมรับว่า ปัญหาเงินเฟ้อเป็นหายนะของสหรัฐแม้จะปากแข็งว่า ไม่หวั่นเพราะเศรษฐกิจของสหรัฐยังแข็งแกร่ง ผลตอบรับคือเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อรอบตัวกระหึ่ม ตลาดหุ้นร่วงแดงทั้งกระดาน

วันที่ ๑๐ มิ.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ปธน.ลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๙ มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ในการพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในมอสโกว์ เขาชี้ให้เห็นถึงผลที่ตามมาทางเศรษฐกิจของการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซียของสหรัฐและประเทศที่บังคับใช้

ปูตินกล่าวกับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ในกรุงมอสโก ก่อนการประชุมที่จะเกิดขึ้นของ St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ที่กำลังจะมีขึ้นว่า“ถ้ามีใครพยายามกักขังเราในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พวกเขาจะกักขังตัวเองในที่สุด”

เขาพูดพร้อมหัวเราะ “ตัวอย่างเช่น พวกเขาจำกัดการส่งออกปุ๋ยของเรา แล้วราคาปุ๋ยของพวกเขาก็สูงขึ้น มากกว่าที่นี่ พวกเขาพยายามจำกัดการส่งออกพลังงานของเรา และราคาเชื้อเพลิงเขาก็พุ่งสูง พวกเขายังใช้ชื่อของฉันเพื่อโทษอัตราเงินเฟ้อ แต่ความจริงก็คือเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมันเลย พวกเขาทำตัวเองล้วนๆ!” 

ผู้นำรัสเซียได้ชี้ให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การปฏิบัติการทางทหารของมอสโกว์ในยูเครนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความวิบัติทางเศรษฐกิจของตะวันตก นั่นเป็นเพราะการคว่ำบาตรรัสเซียที่สหรัฐฯ และพันธมิตรกำหนดได้ขัดขวางการจัดหาน้ำมันและก๊าซ ปุ๋ย และแม้กระทั่งธัญพืชของรัสเซีย ให้กับตะวันตกเอง เล่นเองเจ็บเองแต่โทษคนอื่น

ปูตินย้ำว่า “ไม่มีสถานะอยู่ระหว่างการเป็นอธิปไตยหรือเป็นอาณานิคม  ของประเทศใดประเทศหนึ่ง  ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม ถ้าประเทศหรือกลุ่มประเทศไม่สามารถตัดสินใจในอำนาจอธิปไตยของตัวเองได้ มันก็กลายเป็นอาณานิคมไปแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่มีความเป็นไปได้ทางประวัติศาสตร์ที่จะอยู่รอดในการต่อสู้ทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันได้”

ด้านสหรัฐอเมริกา กำลังตกอยู่ในฐานะลำบากสาหัสแม้จะปากแข็งและพยามยามแพร่ข่าวดีปลอบใจอย่างหนักก็ตาม  ราคาน้ำมันขยับลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดีที่ ๙ มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทสหรัฐปิดลบห่อเหี่ยว เมื่อผู้นำประเทศยอมรับเต็มปากว่า เงินเฟ้อของสหรัฐเป็นหายนะ ระหว่างปรากฏตัวในรายการทอล์กโชว์ Jimmy Kimmel Live! ของพิธีกรชื่อดัง จิมมี คิมเมล และว่าราคาอาหารและน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงอาจชดเชยด้วยการออกกฎหมายลดค่าใช้จ่ายครัวเริอน

ไบเดนระบุว่า “เงินเฟ้อคือหายนะของการดำรงอยู่ของเรา เงินเฟ้อส่วนใหญ่อยู่ในอาหารและน้ำมันเบนซินมองเห็นได้ที่หน้าปั๊ม” 

ราคาสินค้าที่สูงขึ้นกลายเป็นปัญหาทางการเมืองที่สำคัญที่สุดสำหรับไบเดน ความ ไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อราคาน้ำมันเบนซินสูงเป็นประวัติการณ์และสินค้าต่างๆ ที่พากันขึ้นราคาในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมอาจสร้างแผลให้กับพรรคเดโมแครตอย่างไม่คาดคิด

ก่อนหน้านี้ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐต้องยอมรับว่า ภาวะเงินเฟ้อจะยังคงสูงต่อไป ซึ่งไม่ได้ให้ความหวังในการแก้ปัญหาแก่คนอเมริกันแม้แต่น้อย และไม่ได้แถลงมาตรการแก้ไขปัญหาอื่นๆนอกจากปล่อยให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยและถอนเงินจากระบบทำคิวทีต่อไปเท่านั้น

ในรายการทอล์กโชว์ ไบเดนย้ำคำพูดของเยลเลนโดยบอกว่า แม้ว่าเงินเฟ้อจะสูง แต่เศรษฐกิจสหรัฐมีความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ “เศรษฐกิจของเราแข็งแกร่งที่สุด อย่างน้อยก็ทำให้เราอยู่เหนือกว่าประเทศอื่นและนำหน้าสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้เล็กน้อย”

ไบเดนไม่ได้เอ่ยถึงมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาราคาสินค้าที่สูงขึ้น แต่ส่งสัญญาณว่า “สภาคองเกรสควรชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับครัวเรือน รวมถึงประกันสุขภาพ ยาตามใบสั่งแพทย์ และค่าเลี้ยงดูบุตร ซึ่งผมกำลังเสนอ และผมคิดว่าเราทำได้ ผมเสนอให้ลดต้นทุนของสิ่งเหล่านั้น”

หุ้นใน Wall Street ร่วงลงเมื่อวันพฤหัสบดีหลังจากการเตือนล่าสุดว่าธนาคารกลางให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับเงินเฟ้อมากกว่าการหนุนตลาด ดัชนี S&P๕๐๐ ทรุด ๒.๔% โดยอยู่ในอันดับที่ ๙ ในสัปดาห์ที่ขาดทุนในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง ๑.๙% และดัชนี Nasdaq ร่วง ๒.๗%

การีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวไม่คาดหวังว่าจะได้รับข่าวดีจากรายงานเงินเฟ้อ “เราคาดว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้น”

แม้แนวโน้มหายนะกำลังมาเยือนสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก จะชัดเจนขึ้นทุกวันอย่างไร  ฝ่ายตะวันตกโดยสหภาพยุโรปและนาโต้ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนให้ยูเครนสู้ศึกกับรัสเซียต่อไป โดยส่งอาวุธเพิ่มให้ไม่หยุด ด้านผู้นำยูเครนก็ยังคงยืนยันเสียงแข็งว่า จะต้องตีคืนทุกรัฐที่ประกาศตัวเป็นอิสระกลับมาเป็นของยูเครนให้ได้ เพราะมั่นใจว่าสหรัฐและตะวันตกจะสนับสนุนต่อเนื่อง  แม้ว่าความเป็นจริงในสนามรบกำลังถอนร่นอย่างไม่เป็นขบวนมาตลอด ขณะที่รัสเซียเริ่มกระบวนการฟื้นฟูดอนบาส มาริอูโปลท่ามกลางการสู้รบในแนวหน้าที่ยังขับเคลื่อนต่อไป