โซเชียลจวกยับ “พิธา” ยกสวัสดิการข้าราชการ เทียบประชาชน สุดท้ายแค่เน้นหาเสียงแต่แล้งน้ำใจ

0

จากกรณีที่มีประเด็นร้อนให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่นายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดเรื่องเงินบำนาญส.ส. ต่อมาทางด้านอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สวนกลับนายพิธา แนะให้ดูบำนาญ ส.ส. ทำงาน 2 ปีก็ได้ ภาระมากกว่าไหม ชี้เงินอาจเพิ่มอีกหากแก้ไขกฎหมายเพิ่มเงินเดือนตัวเอง พร้อมยุให้เลิกเงินบำนาญ ส.ส.

พิธา' เผยผลตรวจโควิด หลังร่วมทริปผู้ติดเชื้อ โอดพาลูกตระเวน 8 รพ.ไม่รับตรวจ  - ข่าวสด

เรื่องบำนาญของข้าราชการ เปรียบเหมือนช้างป่วยเป็นภาระทางงบประมาณ โดยก่อนหน้านี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ได้ออกมากล่าวถึงปัญหาการใช้เงินของประเทศที่หมดไปกับรายจ่ายบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาล บำเหน็จบำนาญ

อดีตรอง ผอ.ข่าวกรอง" เตือนสติคนไทย ดูยูเครนเป็นตัวอย่าง  พร้อมแนะเลือกคนมีประสบการณ์บริหารบ้านเมือง สยามรัฐ

ทั้งนี้นายนันทิวัฒน์ได้ระบุข้อความว่า ท่าน ส.ส.ใหญ่อภิปรายในสภาฯ เรื่องบำนาญของข้าราชการ เปรียบเหมือนช้างป่วยเป็นภาระทางงบประมาณ

 

การเมือง - 'อัษฎางค์' ชี้เปรี้ยง!เก่งจริงเรื่องฟอกขาว  ใครเห็นด้วย'สตช.'ต้องปฏิรูป..?

ล่าสุดนายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “สวัสดิการ ข้าราชการ Vs ประชาชน” โดยมีเนื้อหาดังนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วมักจะมีสวัสดิการทางสังคมที่ดีให้กับประชาชน รัฐสวัสดิการเป็นแนวคิดที่ประเทศทุนนิยมนำมาใช้เพื่อแก้ข้อบกพร่องของระบบทุนนิยม กล่าวคือการเก็บภาษีผู้มีรายได้สูงในอัตราที่สูง เพื่อนำไปใช้เป็นสวัสดิการสังคม แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากสวัสดิการนั้น ต้องเป็นประชาชนผู้ที่เสียภาษีเช่นกัน

เพราะเงินภาษีเหล่านั้น จะกลับมาเป็นเงินทุนเพื่อให้รัฐมีรายได้นำไปใช้จ่ายในการจัดทำ “รัฐสวัสดิการ” เพื่อให้บริการสาธารณะต่าง ๆ แก่ประชาชน นั้นหมายความว่า ถ้าประชาชนคนใดไม่เคยเสียภาษี (เงินได้) กับรัฐเลย ย่อมขาดคุณสมบัติในการได้รับ สวัสดิการจากรัฐ

พิธา” กางโจทย์ นายกฯคนต่อไป พรรคก้าวไกลพร้อมเข้าสู่อำนาจบริหาร

พิธา อภิปรายเงินบำเหน็จบำนาญและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อการเอาใจประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ แต่เทข้าราชการซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยในประเทศ เพื่อหวังคะแนนเสียง หรือไม่ นักการเมืองผู้เป็นฝ่ายค้านอย่างนายพิธา จับประเด็นนี้มาโจมตีรัฐบาล เพื่อหาเสียงกับคน 60 กว่าล้านคน โดยไม่เหลือน้ำใจให้กับข้าราชการ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ พนักงานจ้างของรัฐและข้าราชการบำนาญ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ทำงานให้กับรัฐและให้บริการประชาชน ที่สำคัญเป็นกลุ่มคนที่ทำงานเพื่อตอบสนองนโยบายของข้าราชการการเมืองหรือ ?

เป็นที่ทราบกันอย่างดีโดยทั่วกันว่า ข้าราชการ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ พนักงานจ้างของรัฐ กินเงินเดือนที่ต่ำกว่าพนักงานบริษัทเอกชนตลอดอายุการทำงาน ซึ่งอัตราจ้างที่ต่ำกว่าราคาตลาดนี้ เป็นเหมือน

การหักเงินเดือนล่วงหน้าเพื่อสบทบทุนไว้เป็นสวัสดิการในภายหลัง ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณ หรือสวัสการในการรักษาพยาบาล ก็คือเงินเดือนของข้าราชการ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ พนักงานจ้างของรัฐ ที่ถูกหักเอาไว้รายเดือน นับตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันเกษียณ

การเมือง - 'สภาผู้แทนฯ'ปรับมาตรการเข้มป้องโควิด  'วุฒิสภา'สั่งเวิร์คฟอร์มโฮมเต็มรูปแบบ

ในขณะที่ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานกับหน่วยงานราชการนั้น เท่ากับไม่เคยทำประโยชน์กับงานราชการและไม่เคยถูกหักเงินใด ๆ เพื่อสมทบทุนไว้เป็นเงินสวัสดิการในอนาคตเลย แบบนี้นายพิธา จะพูดเอาใจประชาชนทั่วไปซึ่งถือว่าคนนอก แล้วทำร้ายจิตใจคนที่ทำงานให้กับรัฐและนักการเมือง ซึ่งถือเป็นคนใน อย่างนั้นหรือ?

เห็นตัวเลขข้าราชการ 2 ล้านคน กับประชาชน 60 กว่าล้านคน ก็เลยเลือกเอาใจ 60 กว่าล้านเสียงเพื่อหาคะแนนเสียง อย่างนั้นหรือ

ผมไม่ได้บอกว่า ให้ละเลยต่อสวัสดิการของประชาชน ผมไม่ได้บอกว่า เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600-1,000 บาท/เดือน นั้นเพียงพอหรือเหมาะสม แน่นอนว่า ไม่เพียงพอ และควรจะเพิ่มขึ้น แต่มันต้องค่อยเป็นค่อยไป

ยอดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600-1,000 บาท/เดือน จะเพิ่มขึ้นได้นั้น ส่วนหนึ่ง ต้องมาจากการเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จากประชาชนทุกคนที่มีหน้าที่เสียภาษี

นั้นหมายความว่า ในช่วงวัยทำงาน ประชาชนทุกคนที่มีหน้าที่เสียภาษี ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อการจ่ายภาษีให้ถูกต้องด้วย ไม่ใช่ตลอดวัยทำงาน จ่ายภาษีต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่จ่ายเลย แต่เมื่อเกษียณอายุแล้ว กลับมาเรียกร้องสวัสดิการจากรัฐ ทั้งที่ไม่จ่ายภาษีตามความเป็นจริงหรือไม่เคยจ่ายภาษีให้รัฐเลย

พิธากล่าวว่า หากทำบำนาญแบบไม่มีแหล่งรายได้เลย หนี้สาธารณะจะน่ากลัวมาก ความจริงบำเหน็จบำนาญ มีแหล่งที่มาจากการหักภาษีจากข้าราชการและการจ่ายเงินเดือนที่ต่ำกว่าราคาตลาด ซึ่งเปรียบเสมือนการหักเงินเอาไว้เป็นสวัสดิการล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่เบี้ยผู้สูงอายุ แทบจะไม่มีแหล่งรายได้เลย ดังนั้นหนี้สาธารณะจะน่ากลัวมากตามที่พิธากล่าวไว้ตั้งแต่ต้น จริงหรือไม่!

อย่างไรก็ตามได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลด้วยว่า ส.ส. น้ำเน่าเอาแต่ได้ แน่จริงอภิปรายของดบำนาญตัวเองเถอะ , สิ่งที่ข้องใจมากที่สุดคือ…ส.ส.ทำไมถึงมีบำนาญ…อาสามารับใช้พี่น้องประชาชนได้รับสิทธิ์มากมาย แถมยังได้บำนาญ ผลงานไม่คุ้มกับเงินเดือนเลย…(ดีแต่เห่า) รอบนี้ฝ่ายแค้นไม่มีอะไรเลย จะโหวตคว่ำร่างก็ทำไม่สำเร็จ แถมยังทำร้ายข้าราชการ 2 ล้านคนทั่วประเทศอีก เสียคะแนนไปเยอะ ข้าราชการ คือคนที่เสียสละ ทำงานให้แผ่นดิน แต่สุดท้ายโดนฝ่ายการเมืองมาตัดสวัสดิการแบบนี้ คงปวดใจน่าดู