ส.ส.ก้าวไกลขาสั่น! อภิปรายงบสถาบันฯร้องขอเอกสิทธิ์คุ้มครอง โดนปธ.ที่ประชุมสภาฯสวนเงิบ

0

จากที่สภาฯพิจารณาร่างพรบ.งบฯประจำปีพ.ศ.2566 ซึ่งปรากฏว่า ส.ส.ก้าวไกลได้ลุกขึ้น อภิปรายงบฯสถาบันอีกครั้ง ทั้งยังอ้างถึงการโดนสอบจากการอภิปรายครั้งก่อน ทำให้ประธานที่ประชุมสวนกลับถึงการทำตามกฏหมายและข้อบังคับสภาฯ

โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งน.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายว่ากรอบปีงบประมาณปี 2566 มีการจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันพรมหากษัตริย์วงเงินประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2565 ประมาณ 9.4 เปอร์เซ็นต์ ที่มีการจัดสรรงบประมาณให้สถาบัน ประมาณ 3.3หมื่นล้านบาท

“แต่เมื่อไปดูการขอรับงบในปีนี้ ในหน่วยงานส่วนต่างๆพบการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวกับ การพิทักษ์เทิดทูนสถาบัน 660 ล้านบาท ถวายความปลอดภัย 4,933 ล้านบาท ส่วนราชการในพระองค์ 8,612 ล้านบาท โครงการในพระราชดำริ 13,538 ล้านบาทและส่วนอื่นๆอีก 2,799 ล้านบาท”

อย่างไรก็ดี ในส่วนของโครงการในพระราชดำรินั้น บางโครงการไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในช่วงเวลาปัจจุบัน เช่น โครงการพระราชดำริห้วยโสมง จ.ปราจีนบุรี ที่ใช้งบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท และมีการก่อสร้างมาแล้วกว่า 10 ปียังไม่แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ยังส่งหนังสือไปถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 7 หมื่นแห่ง ให้จัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชินี ในวันที่ 3 มิ.ย. หากแต่ละแห่งใช้เงินจัดงานเพียงที่ละ 1 หมื่นบาท เท่ากับว่าจะต้องใช้งบประมาณกว่า 80 ล้านบาทในการจัดงาน รัฐบาลไม่ควรจัดทำโครงการแบบเหวี่ยงแห ให้เป็นเบี้ยแตกเช่นนี้

ทั้งนี้น.ส.เบญจา ยังกล่าวว่า ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2566 ขอเรียกร้องให้ส่งตัวแทนหรือผู้เกี่ยวข้อง ส่วนราชการในพระองค์ที่ขอรับงบกว่า 8 พันล้านบาทนั้น มาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯว่า นำงบไปใช้ในส่วนใดบ้าง

“การอภิปรายร่างพรบ.งบประมาณเมื่อปีพ.ศ.2565 หลังอภิปรายจบ ตนถูกร้องเรียนว่า การอภิปรายในเรื่องดังกล่าว เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ครั้งนี้จึงขอเรียกร้องให้ ประธานสภาฯวินิจฉัยว่า ส.ส.มีเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการอภิปรายงบประมาณในทุกหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณได้หรือไม่ หรือมีการห้ามไม่ให้อภิปรายบางหน่วยงานหรือไม่” น.ส.เบญจา กล่าว

ต่อมานายสุชาติ ชี้แจงว่า “เราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ การประชุมสภาฯก็อยู่ภายใต้ข้อบังคับ เราได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ”

ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ ได้ชี้แจงกรณีกระทรวงมหาดไทยส่งหนังสือไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชินี วันที่ 3 มิ.ย.ว่า ในวาระอันเป็นมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ทางกระทรวงได้แจ้งไปยังหน่วยงานส่วนท้องถิ่นจัดงานตามความเหมาะสม เพราะต้องการให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้มาร่วมงาน ทำบุญตักบาตร ทำสาธารณกุศล

“การจัดงานไม่ได้ใช้งบประมาณมากมาย เมื่อดูในกิจกรรมแล้วก็เป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะมีกิจกรรมการทำสาธารณกุศล การปลูกต้นไม้ การทำความสะอาด ซึ่งเป็นกุศโลบาย ให้ประชาชนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมความสามัคคี ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเป็นภาระด้านงบประมาณ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

อย่างไรการทีมข่าวเดอะทรูธ จึงได้ตรวจสอบถึงกรณีดังกล่าวก็พบว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือเรียกไปชี้แจงกรณีที่มี ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปรายตรวจสอบงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 92 (2) เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือไม่

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า มีผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ว่าการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เมื่อเดือน ส.ค.54 ของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในประเด็นงบประมาณของหน่วยราชการในพระองค์ ว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ด้านน.ส.เบญจา  กล่าวว่า กระบวนการพิจารณางบประมาณเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เป็นขั้นตอนปกติที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีส่วนร่วมแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้มีประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การอภิปรายของตนเป็นการอภิปรายตามชื่อโครงการ และหน่วยงานตามเอกสารรับงบประมาณทั้งสิ้น

“เมื่อหน่วยราชการของบประมาณมา ถ้าเราเห็นงบประมาณไม่เหมาะสมเช่นนี้เรามีหน้าที่ตัด จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และภายหลังจากการอภิปรายเสร็จแล้ว ในการลงพื้นที่ตนได้รับกระแสตอบรับจากประชาชน เป็นกำลังใจให้กับพรรคก้าวไกล และเห็นด้วยกับการตัดลดงบส่วนราชการในพระองค์

ในฐานะ ส.ส.ขอยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และตรวจสอบงบประมาณต่อไป เราจะต่อสู้ ยืนหยัด ยืนตรง ประจันหน้าต่อผู้มีอำนาจ เพื่อเรียกศรัทธาให้กับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน” น.ส.เบญจา กล่าว