WWIII?? ปูตินขู่เดือด ยูเครนจะราบหากใช้ลูกยาวใส่รัสเซีย ถล่มเคียฟรอบใหม่สอยอาวุธ NATO ร่วงรถถังพัง

0

ปธน.ปูตินเตือนเข้มยูเครนอย่ายิงขีปนาวุธพิสัยไกล หากสิ่งนี้เกิดขึ้น รัสเซียจะโจมตีเป้าหมายที่เหลือโดยสมบูรณ์ ส่งซิกใครหนุนคนนั้นเจอด้วย ก่อนหน้านี้รัสเซียเปิดท่าทีว่าเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ปลดปล่อยดอนบาสให้เป็นอิสระไม่ถูกข่มเหงมานานกว่า ๘ ปีนับตั้งแต่การรัฐประหารไมดานในยูเครนที่สนับสนุนโดยอเมริกาและตะวันตก วันนี้ส่งสัญญาณชัดว่ายิงลูกยาวใส่รัสเซีย เมื่อไหร่สถานการณ์จะเปลี่ยนเป็นสงครามเต็มรูปแบบทันที นั่นหมายถึงการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียและนาโต้จะครบสูตร ทำโลกสะท้านว่าสงครามโลกครั้งที่สามว่าด้วยนิวเคลียร์อาจหลีกเลี่ยงไมได้

วันที่ ๖ มิถนายน ๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเตือนดุเดือดว่า“หากตะวันตกจัดหาอาวุธพิสัยไกลมา เราจะหาข้อสรุปที่เหมาะสมและใช้อาวุธของเรา ซึ่งเรามีเพียงพอ เพื่อโจมตีสถานที่เรายังไม่ได้โจมตีในทันที”ปูตินให้สัมภาษณ์กับสถานีรัสเซียวัน(Russia1) ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ มิ.ย.ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีรัสเซียตั้งข้อสังเกตว่าการจัดส่งระบบจรวดหลายลำกล้องที่ผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการยืนยันโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่น่าจะนำสิ่งใหม่ๆ มาสู่กองกำลังของเคียฟ กองทัพยูเครนมีระบบ Grad, Smerch และ Uragan ที่ออกแบบของอดีตสหภาพโซเวียตอยู่แล้ว 

เขาอธิบายว่า “ระยะทางไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบ แต่ขึ้นอยู่กับประเภทขีปนาวุธที่ใช้ และสิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับความไว้วางใจในระบอบการปกครองของยูเครนแต่อย่างใด และมันจะไม่อาจเปลียนสถานการณ์ในพื้นที่”

ตามคำกล่าวของประธานาธิบดีรัสเซียการส่งอาวุธเพิ่มเติมไปยังเคียฟอย่าง”วุ่นวาย” ทั้งหมด ” มีจุดประสงค์เดียวเท่านั้น คือสหรัฐต้องการยืดอายุการสู้รบให้นานที่สุด”เพื่อทำให้รัสเซียอ่อนกำลัง

เป็นเวลาหลายเดือนที่เคียฟได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกอื่นๆ จัดส่งระบบจรวดแบบปล่อยหลายครั้งทั้ง MLRS และ HIMARS ที่ออกแบบโดยสหรัฐฯ ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 500 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของจรวด

ตามรายงานของสื่อ ทำเนียบขาวไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจากกลัวว่ามอสโกว์จะตีความการขนส่งสินค้าเป็นสัญญาณของการเพิ่มยกระดับเผชิญหน้าโดยตรงต่อสหรัฐฯต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในการวิจารณ์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ ๓๑ พ.ค.๒๕๖๕ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดเผยว่าท่ามกลางอาวุธอื่นๆ สหรัฐฯ จะ“จัดหาระบบจรวดและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำหน้ากว่าให้กับชาวยูเครน ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถโจมตีเป้าหมายหลักได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในสนามรบยูเครน” อย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่าวอชิงตัน“ไม่ได้สนับสนุนหรือเปิดทางให้ยูเครนโจมตีเกินขอบเขตไปถึงรัสเซีย”

เมื่อวันพุธที่ ๑ มิ.ย.ที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน กล่าวว่ารัฐบาลยูเครนได้ให้การรับรองกับวอชิงตันว่าจะไม่ใช้จรวดของอเมริกาเพื่อโจมตีเป้าหมายบนแผ่นดินรัสเซีย

คำกล่าวนี้ไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากปากของทีมบริหารสหรัฐฯ เป็นการปลิ้นปล้อนแบบหน้ามึน รัสเซียคิดอย่างไร ปธน.ปูตินตอบชัดแล้วว่า สหรัฐเลี่ยงผลที่จะตามมาไม่ได้

หนึ่งวันต่อมา อเล็กซีย์ อาเรสโตวิช ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ดูเหมือนจะขัดแย้งกับคำกล่าวนั้นเมื่อเขากล่าวว่ากองทัพยูเครนจะโจมตีดินแดนของรัสเซียหากเห็นว่าเหมาะสมที่จะทำเช่นนั้น เมื่อถูกถามว่าข้อจำกัดในการใช้จรวดที่สหรัฐฯ จัดหาให้ใช้กับแหลมไครเมียซึ่งลงคะแนนให้เข้าร่วมรัสเซียในปี 2014 หลังจากการรัฐประหารในเคียฟหรือไม่ เขายืนยันว่าไครเมียยังคงเป็นส่วนหนึ่งของยูเครน และด้วยเหตุนี้จึงเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เขากล่าวว่า“แหลมไครเมียเป็นของเรา มันเป็นของประเทศยูเครน และรัสเซียต้องยอมรับดังนั้น จรวดจะบินไปยังแหลมไครเมียสองครั้ง หากมีความจำเป็น”

ขณะเดียวกันรัสเซียได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน

กลุ่มควันสีดำสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร หลังเหตุโจมตี 2 เขตซึ่งตั้งอยู่บริเวนชานกรุงเคียฟ มอสโกระบุว่าพวกเขาทำลายรถถังที่บรรดาประเทศยุโรปตะวันออกส่งไปช่วยเหลือยูเครน

กลิ่นสงครามใหญ่ ที่ใช้ขีปนาวุธร้ายแรงหรือ นิวเคลียร์สุ่มเสี่ยงจะเกิดขึ้นด้วยความอหังการ์ของยูเครนที่สหรัฐไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้อีกแล้ว!!?