เปิดลึกงูเห่าพท.! ที่แท้ลูกอดีตบิ๊กทรท.สุดทน“ไม่ใช่พนง.บริษัท” สส.เตรียมย้ายออกอื้อ?

0

จากที่สภาฯรับร่างพรบ.งบฯไปแล้ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เพราะถึงที่สุดแล้วฝ่ายค้านไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ จากที่เคยพูดโอ้อวดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อไทย ยังเกิดความแตกร้าวขึ้นในพรรคด้วย

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทวิตเตอร์ ถึงการลงมติของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ซึ่งสภาฯ ลงมติรับหลักการด้วยเสียงข้างมาก 278 เสียง ต่อไม่เห็นด้วย 194 เสีย งดออกเสียง 2 เสียง ระบุข้อความ ว่า

“7 ส.ส. เพื่อไทย สวนมติพรรค โหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 66” พร้อมภาพรายชื่อประกอบด้วย นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี ,นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ ,นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ ,นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก ,นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ ,นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก และ นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา

ต่อมานายจักรพรรดิ ออกมากล่าวถึงกรณีการโหวตรับหลักการร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2 566 สวนมติพรรค ที่ให้โหวตไม่รับหลักการว่า เป็นเอกสิทธิของส.ส.ในการโหวตลงมติ ปกติแล้วการโหวตพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายที่ผ่านมา ฝ่ายค้านจะงดออกเสียงไม่เคยลงมติไม่เห็นด้วย แต่เที่ยวนี้พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าไม่เห็นด้วย ขัดกับวัฒนธรรมการลงมติในอดีต ดูแล้วไม่น่าจะถูกต้อง

“ถ้าจะให้ผมโหวตไม่เห็นด้วยตามมติพรรค คงทำไม่ได้ จึงตัดสินใจโหวตสวน รับหลักการร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี2566 เป็นเรื่องน่าแปลกที่พรรคโหวตไม่รับหลักการ แต่กลับไปร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2566 ในวาระสอง ดูแล้วไม่ค่อยดี ไม่เคยปรากฏมาก่อน” นายจักรพรรดิ ระบุ

นอกจากนี้ นายจักรพรรดิ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากนี้หากพรรคจะเรียกไปชี้แจงต่อคณะกรรมการบริหารพรรคหรือคณะกรรมการจริยธรรมพรรคก็พร้อมไปชี้แจง และจะตั้งคำถามกลับด้วยว่า เหตุใดถึงให้โหวตไม่รับหลักการขัดกับวัฒนธรรมการโหวตกฎหมายงบประมาณ พรรคต้องตอบคำถามให้ได้ ไม่ใช่แค่ตอบตน แต่เป็นการตอบข้อสงสัยของประชาชนด้วย ไม่ใช่พนักงานบริษัทที่ใครจะมาสั่งอะไรได้ แต่มาจากประชาชนจึงมีเอกสิทธิในการโหวต

“ส่วนอนาคตทางการเมืองที่ถูกมองจะไปอยู่พรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ ให้เป็นเรื่องอนาคต ยังพูดและสรุปอะไรตอนนี้ไม่ได้ ขอให้เป็นไปตามเวลา รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีก็ไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้เช่นกันว่า จะโหวตในทางใด เพราะยังไม่ถึงเวลา หากพรรคจะมีมติขับออกจากพรรค เพราะไม่ปฏิบัติตามมติพรรค ยินดีรับบทลงโทษ แต่พรรคต้องมีความชัดเจนตอบคำถามข้อสงสัยของตนให้ได้เช่นกัน”

ด้านนายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่าตนไม่เห็นด้วยกับมติพรรคให้โหวตไม่รับหลักการ เพราะเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชน ยังไงก็สมควรโหวตให้ หรือเต็มที่ก็งดออกเสียง ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยโหวตงดออกเสียงมาตลอด แต่เที่ยวนี้ให้ไม่รับหลักการ จึงจำเป็นต้องโหวตสวนมติพรรค

อย่างไรก็ตาม นายนิยม ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า อนาคตทางการเมืองนั้น คงไม่ได้อยู่กับพรรคเพื่อไทยอีก จะไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย เป็นส.ส.อยากทำงานให้ประชาชน แต่การเป็นฝ่ายค้านไม่มีงบประมาณลงพื้นที่ไปช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ ถ้าเป็นรัฐบาลอย่างน้อยก็ช่วยประสานของบประมาณไปแก้ไขปัญหาได้ จึงตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ถ้าพรรคจะมีมติขับออกจากส.ส.ก็พร้อมรับมติพรรค

กระนั้นเองที่ทีมข่าวเดอะทรูธ ได้ตรวจสอบประวัติ2ส.ส.เพื่อไทยเบื้องต้น ก็พบว่าสำหรับ นายจักรพรรดิ  เป็นส.ส. อุดรธานี แบบแบ่งเขต เขต 6 ปัจจุบันรวม 3 สมัย ทั้งยังเป็นบุตรชายของนายประจวบ ไชยสาส์น อดีต ส.ส.อุดรธานี 7 สมัย

ขณะที่คุณพ่ออย่างนายประจวบ ก็เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคการเมืองหลายพรรค อาทิ รองเลขาธิการพรรคแนวประชาธิปไตย กรรมการพรรคแนวร่วมประชาธิปไตย อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา อดีตหัวหน้าพรรคเสรีธรรม และต่อมาได้ตัดสินใจยุบพรรคเสรีธรรม รวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ของ นายทักษิณ ชินวัตร และรับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

ในปี พ.ศ. 2549 นายประจวบ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549