เปิดคำให้การชาวยูเครน แฉผู้นำ บังคับให้สู้รบ ใครฝืนถูกสั่งขัง! ซัด “ทหารรับจ้าง” ควรถูกประหารชีวิต!

0

เปิดคำให้การชาวยูเครน แฉผู้นำ บังคับให้สู้รบ ใครฝืนถูกสั่งขัง! ซัด “ทหารรับจ้าง” ควรถูกประหารชีวิต!

จากกรณีที่ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยอมรับ รัสเซียควบคุมพื้นที่ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20 ของดินแดนยูเครนได้แล้ว ในการกล่าวต่อรัฐสภาลักเซมเบิร์กผ่านทางวีดิโอลิงค์ เมื่อวานนี้ (2 มิ.ย.) ขณะที่รัสเซียปฏิบัติการในยูเครนครบ 100 วัน

เซเลนสกี เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ยูเครนเหมือนต้องสู้กับกองทัพรัสเซียทั้งกองทัพ เนื่องจากกองทัพรัสเซียได้ทุ่มเททหารรัสเซียที่พร้อมรบทั้งหมด ลงมาในปฏิบัติการยูเครน โดยขณะนี้แนวรบแนวหน้าในยูเครน ได้ขยายตัวไปมากกว่า 1,000 กิโลเมตรแล้ว

นอกจากนี้ เซเลนสกี ยังกล่าวผ่านทางวีดิโอลิงค์ ต่อที่ประชุมโกลบเซ็ก 2022 (GLOBSEC 2022) ที่กรุงบราติสลาวา เมืองหลวงสโลวะเกีย เขาร้องขอให้ประเทศตะวันตก เร่งเพิ่มการส่งอาวุธให้แก่ยูเครนให้มากขึ้น และมากพอที่จะช่วยยูเครนให้ไปถึงจุดหักเห หรือจุดเปลี่ยน ที่จะทำให้ยูเครนสามารถเอาชนะปฏิบัติการของรัสเซียได้

ทางด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร ระบุสถานการณ์ในยูเครนล่าสุดในเมืองเซเวโรโดเนตสก์ ในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนว่า ถูกรัสเซียยึดไปได้ส่วนใหญ่แล้ว และรัสเซียยังคงรุกคืบหน้า โดยเมืองเซเวโรโดเนตสก์ เป็นเมืองทางตะวันออกสุดของยูเครน ที่ยังเหลืออยู่ในปกครองของรัฐบาลยูเครนเป็นเมืองสุดท้ายในดอนบาส ขณะนี้เหลือประชาชนอยู่ในเมืองเซเวโรโดเนตสก์ราว 13,000 คน จากเดิมที่เคยมีประชากร 100,000 คน แต่อพยพออกจากเมืองไปแล้วเป็นส่วนใหญ่

ต่อมาทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีสถานการณ์ในยูเครนที่ถึงวันนี้ดำเนินมากว่า 100 วันและเสียทหาร เสียพื้นที่เพิ่มทุกวันให้รัสเซีย โดยอ้างอิงจาก สาธารณรัฐโดเนตส์และสื่ออิสระยูเครน ระบุว่า จากการที่กองทัพพันธมิตรรัสเซีย สอบปากคำบรรดาทหารกองหนุนยูเครน ที่ยอมแพ้ให้ข้อมูลว่า ราว 50% ปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่ง ทุกคนเหนื่อยล้า แต่ที่ต้องมาเพราะถูกทางการยูเครนเกณฑ์เป็นทหารเข้ากองทัพขู่เข็ญให้สู้รบ ถ้าฝ่าฝืนจะถูกจำคุก 10 ปี ครึ่งหนึ่งของทหารเกณฑ์หนีละทิ้งตำแหน่ง บรรดาเพื่อนของเขาเขียนคำร้องเพื่อปฏิเสธที่จะเข้าประจำการต่อ เนื่องจากไม่ใช่นักสู้ พวกเขาถูกนำตัวไปจำคุก ทุกคนต่างเบื่อหน่ายสงคราม พวกเขาไม่ต้องการสู้รบ แค่อยากอยู่อย่างสงบ แต่บรรดานักการเมืองยูเครนต่างดื้อรั้นไม่ยอมเจรจา , ส่วนชาวบ้านในเมืองท่ามารีอูโปล ที่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายใหญ่กองพัน Azov NATO แต่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของสาธารณรัฐโดเนตส์ ฝ่ายรัสเซียแล้ว และเมืองกำลังมีการปรับปรุง ฟื้นฟู พัฒนาอย่างขนานใหญ่ เนื่องจากมีเรือสินค้าเทียบท่าขนเหล็กจำนวนมาก

ชาวบ้านให้ปากคำว่า ทหารรับจ้าง Azov ไม่ยอมให้ชาวบ้านอพยพออกจากเมือง จะเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ เพราะถูกซุ่มยิงจากตึกสูง และพวก Azov ยังยิงถล่มอาคารบ้านเรือนประชาชนด้วยปืน ค. ชาวบ้านที่โกรธแค้นระบุว่า “พวก Azov ควรใด้รับโทษประหารชีวิต แต่ไม่ใช่โดนยิงเป้า แต่ควรถูกแขวนคอ เพราะพวกนั้นไม่ใช่นักรบ ไม่ใช่นักสู้ แต่เป็นอาชญากร จึงควรตายอย่างอัปยศ” ขณะนี้มีอดีตตำรวจยูเครนในเมืองมาริอูโปล กว่า 200 คน สมัครเข้าทำงาน ร่วมกับกระทรวงกิจการภายในของสาธารณรัฐโดเนตส์ ฝ่ายรัสเซียแล้ว กำลังเปลี่ยนแปลงสัญชาติเป็นรัสเซีย ตรวจสอบประวัติย้อนหลัง
ช่วงนี้จึงได้รับมอบหมายให้ทำงานเป็นอาสาสมัคร เพื่อช่วยเหลือตำรวจของสาธารณะรัฐฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งบรรจุไปก่อนหน้า และช่วยงานลาดตระเวน เคลียร์ซากปรักหักพัง จัดระเบียบอาคารบริหาร และค้นหาทรัพย์สินที่ถูกพวก Azov ขโมยไปจากพลเรือน ถ้าประวัติไม่ด่างพร้อยพวกเขาก็จะได้เข้าทำงานที่เดิม ซึ่งเป็นเมืองของของพวกเขาเอง อยู่กับครอบครัวในบ้านหลังเดิม แต่ภายใต้กฎหมายรัสเซีย
ส่วนชาวบ้านในเมืองเซเวโรโดเน็ตสก์ เมืองอุตสากรรมใหญ่ ที่กองทัพพันธมิตรรัสเซีย ยึดศูนย์กลางบริหารเมืองได้แล้ว พร้อมปลดปล่อยพื้นที่อีก 80% ของเมือง โดยมีพลเรือนราว 800 คนอยู่ในที่พักที่เกิดการระเบิดใต้โรงงานเคมี Azot ที่ชั้นใต้ดินของเขตอุตสาหกรรมโรงงาน ผู้ก่อการร้าย Azov NATO จับตัวประกันพลเรือนไปเป็นโล่มนุษย์จำนวนหนึ่ง คล้ายโรงงานเหล็กอาชอฟสตาล ชาวบ้านจึงหวังพึ่งฝ่ายรัสเซียช่วย เมื่อพบทหารเชเชน และทหารพันธมิตรรัสเซีย ซึ่งความจริงแล้วพวกเขาก็คือญาติๆ ชาวสลาฟด้วยกัน ที่ต้องจากกันไปนาน เมื่อเจอกันต่างฝ่ายต่างแสดงความดีใจ โผเข้าสวมกอดกัน และชาวบ้านต่างหลั่งน้ำตาด้วยดีใจที่พ้นจากการปกครองที่โหดเหี้ยมของทางการยูเครน หลายคนบอกว่า “พวกเรารอคุณมา 8 ปีแล้ว ขอบคุณมาก , ยินดีต้อนรับผู้ปลดปล่อย , เรากำลังรอ , เยี่ยมมาก , ขอบคุณมาก ฯลฯ “
ทหารพันธมิตรรัสเซีย บางนายก็แวะไปเซอร์ไพรส์แม่ พ่อ ที่ต้องจากกันไปนานกว่า 8 ปีและไม่เจอกันเลย เป็นสงครามที่ประหลาดที่สุดในโลก ที่ชาวยูเครน ไม่กลัวฝ่ายผู้ยึดครองใหม่รัสเซีย แถมประชาชน ตอบโต้ด้วยความทารุณ โหดเหี้ยม คือ ขอถ่ายรูปเซลฟี วิ่งไล่กอด หอมแก้มไปหลายชุด จนทหารฝ่ายรัสเซีย หน้าแดงด้วยความเขินอาย อยู่อาศัยในเซเวโรโดเน็ตสก์ ขณะนี้ได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอาหาร ของกินของใช้จำเป็น ของเด็กเล่น เครื่องเขียน ที่ฝ่ายรัสเซียไม่ลืมเด็กน้อยเหล่านี้ และขนมาจากรัสเซียมากมายเหลือเฟือ
ส่วนประธานาธิบดีเซเลนสกี ผู้นำยูเครน มีอารมย์ดีมากที่ต่อสู้มาได้ครบ 100 วันโดยเขายอมรับว่า เสียพื้นที่ให้กับกองทัพพันธมิตรรัสเซีย ปลดปล่อยออกจากการปกครองของยูเครนแล้วกว่า 20% (ไม่รวมไครเมีย) โดยมีทหารยูเครน เสียชีวิตวันละกว่า 100 ราย (ความจริงคือ 400 – 500 ราย) บาดเจ็บต่อวันมากกว่านี้อีกหลายเท่า..โดยเขาประกาศทิ้งท้ายอย่างภูมิใจว่า “วันนี้เป็นวันชัยชนะของพวกเรา”