วาทะเด็ด! “บิ๊กตู่” สวนฝ่ายค้าน “รัฐช่วยให้ทุกคนอยู่รอด ถ้าจะพูดว่าไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ผมว่าไม่เป็นธรรม”

0

หลังจากที่วันนี้ (1 มิ.ย.) ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวาระที่ 1 เป็นวันที่ 2

โดยเมื่อเวลา 10.53 น. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ชี้แจงด้วยว่า ขอบคุณคำอภิปรายของสมาชิก ตนเข้าใจดีว่าทุกคนมีความมุ่งหวังให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าเติบโต เช้านี้ก็งงๆ ว่าวันนี้เราพิจารณางบปี 2566 หรือพิจารณางบของพรรคใหม่ที่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาลในเวลานี้ อย่าใช้โอกาสนี้หาเสียงผิดเวที

ส่วนการจัดทำงบ รัฐบาลมีการเตรียมการล่วงหน้า หลายปีที่ผ่านมาเราทำหลายอย่างให้จีดีพีสูงขึ้น สิ่งแรกวันนี้ที่เราต้องมองคือทำอย่างไรให้ทุกคนอยู่รอด แน่นอนว่าต้องมีความลำบาก รัฐบาลก็ลำบาก ไม่ใช่รัฐบาลสบายใจมีความสุข เราคิดทุกวัน ทุกคนทำงานเต็มที่ หลายอย่างก็สำเร็จ จะพูดแต่ว่าไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย ก็ไม่เป็นธรรม

ส่วนการจัดเก็บรายได้ของรัฐ เราไม่ได้เก็บอัตราภาษีเพิ่ม ไม่ได้รีดเลือดกับใคร เพราะรู้ว่าประเทศไทยยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ เก็บเพิ่มไม่ได้อยู่แล้ว คนที่อภิปรายว่าเราหารายได้ไม่เป็น ท่านต้องมองย้อนกลับไปว่า รัฐบาลทำอะไรไว้บ้าง การค้าขายกติกาแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ไม่ใช่นึกอยากขายใครก็ขาย ทุกอย่างมีขั้นตอน

“เวลาพูดก็ไม่ฟัง แล้วหาทางโจมตีให้มากที่สุด ผมก็ต้องชี้แจง ไม่เช่นนั้นประชาชนก็ฟังตามไปหมด เวลาท่านได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องทำแบบผม ทำอย่างไรประชาชนจะร่วมมือ รวมตัวอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่แตกแยก เพราะไม่มีใครบริหารได้ท่ามกลางความขัดแย้ง ผมไม่โทษใคร แต่หลายอย่างต้องร่วมมือกัน อะไรที่ยังไม่ดี ไม่เห็นด้วย ผมจะรับไปพิจารณา”

นอกจากนี้นายกฯ ยังได้ทิ้งท้ายว่า หลายท่านอภิปรายถึงงบกลาง แล้วบอกว่านายกฯ เอาไว้ใช้เอง เอื้อประโยชน์ ท่านพูดแบบไม่มีหลักการเลย ตนไม่เคยสั่งการใคร ทุกอย่างมีกฎหมายกำหนด ตรวจสอบได้ และการจัดทำงบตนทำเองกับมือ โดยมีคณะทำงานเป็นร้อย ไม่ใช่คิดคนเดียว ตนเป็นนายกฯ มีหน้าที่กำหนดนโยบายติดตามกำกับดูแล ถ้าบอกว่าทำไม่ได้ ตนก็ฟัง

ส่วนงบร้อยละ 40% ที่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ และเป็นค่าใช้จ่ายในอดีต โดยข้อเท็จจริงจะพบว่า ค่าใช้จ่ายบุคลากรดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อนำมาดูแลประชาชนที่เจ็บป่วย และบุคลากรด้านการศึกษา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ส่วนมากเป็นการใช้จ่ายส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี