“ปูติน” รับปากผู้นำตุรกี เปิดทางเดินเรือขนข้าวสาลีจากยูเครน เผยรัสเซียเก็บทุ่นระเบิดทะเลให้แล้ว

0

“ปูติน” รับปากผู้นำตุรกี เปิดทางเดินเรือขนข้าวสาลีจากยูเครน เผยรัสเซียเก็บทุ่นระเบิดทะเลให้แล้ว

จากกรณีที่สถานการณ์เกี่ยวกับวิกฤตอาหารโลกกำลังเป็นประเด็นที่รุนแรงขึ้น หลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาน้ำมัน ต้นทางการผลิตปุ๋ยและธัญพืชโลกลดลง และปรับราคาสูงขึ้น เป็นเหตุให้ 30 ประเทศ ประกาศมาตรการห้ามส่งออกสินค้าบางรายการ เพื่อดูแลราคาสินค้าและเงินเฟ้อภายในประเทศ

ต่อมาทางด้าน เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การคลี่คลายวิกฤตอาหารโลกที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องจากความขัดแย้งในยูเครน ขึ้นอยู่กับตะวันตกและเคียฟ โดยอ้างฝ่ายตรงข้ามก่อปัญหาเทียมต่างๆนานาขึ้นมา ในนั้นรวมถึงปิดกั้นเรือสินค้าของรัสเซีย

การรุกรานยูเครนของรัสเซียและมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกที่กำหนดเล่นงานมอสโก ก่อความวุ่นวายต่อการขนส่งข้าวสาลีและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆจากทั้ง 2 ประเทศ โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงก่อความหิวโหยทั่วโลก
ลาฟรอฟ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวระหวางเยือนบาห์เรน ว่า “พวกประเทศตะวันตกก่อปัญหาเทียมมากมายขึ้นมา ด้วยการปิดท่าเรือของพวกเขาไม่ต้อนรับเรือรัสเซีย ก่อความวุ่นวายด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่ทางการเงิน พวกเขาจำเป็นต้องพิจารณาอย่างจริงจังว่า อะไรสำคัญกับพวกเขามากกว่ากัน ทำการโฆษณาชวนเชื่อในประเด็นความมั่นคงทางอาหารหรือดำเนินการอย่างจริงๆจังๆในการคลี่คลายปัญหานี้”

นอกจากนี้แล้ว ลาฟรอฟ ยังเรียกร้องยูเครนให้ปลดทุ่นระเบิดออกจากน่านน้ำต่างๆของพวกเขา เพื่อเปิดทางให้เรือต่างๆสัญจรผ่านทะเลดำและทะเลอาซอฟอย่างปลอดภัย “ถ้าปัญหาของการปลดทุ่นระเบิดคลี่คลาย กองทัพเรือรัสเซียจะรับประกันว่าเรือเหล่านี้จะสามารถสัญจรเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง โดยไม่มีปัญหาติดขัดใดๆ”

รัสเซียและยูเครน ผลิตข้าวสาลีรวมกัน คิดเป็นสัดส่วนราวๆ 30% ของอุปทานข้าวสาลีทั่วโลก ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย บอกกับ ประธานาธิบดีเรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน ของตุรกี ในวันจันทร์ว่ามอสโกพร้อมทำงานร่วมกับอังการา สำหรับเปิดทางการเดินเรือจากยูเครน และกล่าวโทษวิกฤตด้านอาหารไปที่นโยบายต่างๆที่ ” ไร้วิสัยทัศน์” ของตะวันตก

ในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี เปิดเผยว่า ลาฟรอฟ จะเดินทางมายังตุรกีในวันที่ 8 มิถุนายน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการคลายล็อคการส่งออกข้าวสาลีจากยูเครน กำหนดการเยือนดังกล่าว มีขึ้นหลังจาก ลาฟรอฟ เดินทางเยือนบาห์เรนในสัปดาห์นี้ และในช่วงเย็นวันอังคาร

เขาได้เดินทางต่อไปยังกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ร่วมรับประทานอาหารค่ำอย่างเป็นทางการกับรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย และพบปะกับเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม ที่มีสำนักงานใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย

นอกจากนี้แล้ว ลาฟรอฟ ยังมีกำหนดพบปะกับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council: GCC) ในวันพุธ โดย GCC เป็นกลุ่มที่มีสำนักงานใหญ่ในริยาด ประกอบด้วยสมาชิกรายสำคัญๆในพันธมิตรโอเปกพลัส ที่นำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย

แม้ถูกกดดันจากสหรัฐฯให้เพิ่มกำลังผลิตน้ำมันท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูง แต่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงเน้นย้ำถึงพันธสัญญาที่มีต่อโอเปกพลัส ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าริยาดและอาบูดาบี ต้องการแยกตัวเป็นอิสระมากขึ้นเรื่อยๆจากพันธมิตรเก่าแก่อย่างอเมริกา

ในขณะที่ทางด้าน ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่กองทัพรัสเซียได้เก็บทุ่นระเบิด โดยบอกว่า

กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เผยแพร่คลิปท่าเรือที่เมืองมารีอุปอล ขณะนี้กวาดทุ่นระเบิดออกไปหมดแล้ว เรือสินค้าได้เข้ามาเทียบท่าได้ตามปรกติ โดยมีกองทัพเรือรัสเซียเฝ้าระวัง น่ากลัวว่าข้าวสาลี ๒0 ล้านตันที่ยูเครนจะขนออกไปให้อเมริกาน่าจะทำไม่ได้เสียแล้ว ถ้าไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัสเซีย