รัสเซียฟันธง!! โลกหลายขั้วเดินหน้า เก็บรูเบิล,หยวนพุ่ง1,067% ทำดอลลาร์-ยูโรเสื่อมค่าฐานะสกุลเงินโลก

0

โลกหลายขั้วที่กำลังปรากฏขึ้น เวลานี้ได้รวมถึงในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย ในขณะที่จีนและรัสเซีย 2 ชาติผู้ท้าทายรายสำคัญความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ รวมทั้งพันธมิตรตะวันออกหลายประเทศ ได้ยกระดับการค้าขายโดยตรงระหว่างสกุลเงินท้องถิ่นของพวกเขามากยิ่งขึ้น ล่าสุดรายงานมูลค่าการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศพบว่า เงินรูเบิลและหยวนพุ่งกว่าเดิมถึง 1,067%

วันที่ 1 มิ.ย.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางรัสเซียระบุแถลงในวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า บทบาทของดอลลาร์และยูโรในฐานะสกุลเงินระหว่างประเทศ จะลดน้อยถอยลง เนื่องจากธนาคารกลางของชาติต่างๆจะต้องทบทวนยุทธศาสตร์การเงินการคลังและนโยบายต่างประเทศใหม่  หลังตะวันตกอายัดทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย พร้อมกันนั้นยังบ่งชี้ด้วยว่าพวกเขาอาจพิจารณากำหนดอัตราดอกเบี้ยติดลบสำหรับเงินฝากที่เป็นดอลลาร์และยูโร

ธนาคารแห่งรัสเซียกล่าวว่าแบบอย่างการยึดส่วนสำรองที่แช่แข็งไว้ได้จะกระตุ้นให้ธนาคารกลางอื่น ๆ โดยเฉพาะในเอเชียและตะวันออกกลางคิดทบทวนกลยุทธ์สำหรับการออมของพวกเขา

ธนาคารระบุในรายงานเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินว่า “อาจคาดการณ์ได้ว่าอุปสงค์ทองคำจะเพิ่มขึ้น และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโรที่ลดลงในฐานะสินทรัพย์สำรอง”

ณ สิ้นปี 2564 ธนาคารกลางรัสเซียมีทองคำสำรอง 131.5 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่เงินสำรองที่เหลือ 612.9 พันล้านดอลลาร์ถือเป็นสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม ทุนสำรองของรัสเซียลดลงเหลือ 583.4 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่งของหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศที่ธนาคารรัสเซียได้ลดลงเมื่อเร็ว ๆ นี้เนื่องจากลูกค้าถอนเงินออกจากบัญชีสกุลเงินของพวกเขา ในขณะที่ส่วนแบ่งของสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศของธนาคารเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันมูลค่ารายเดือนของการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างรูเบิลกับหยวน เพิ่มขึ้นถึง 1,067% สู่เกือบๆ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่สงครามในยูเครนเริ่มต้นขึ้น ในขณะที่ทั้งสองประเทศลดพึ่งพิงดอลลาร์ และเพิ่มการค้าทวิภาคี เพื่อเอาชนะมาตรการรคว่ำบาตรของสหรัฐฯในปัจจุบันและในอนาคต การแลกเปลี่ยนรูเบิล-หยวนพุ่งสูงขึ้นนี้ ประจวบเหมาะกับความเคลื่อนไหวของรูเบิลที่แข็งค่าสุดในรอบ 5 ปี เมื่อเทียบกับเงินหยวน

ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังหันหน้าไปยังจีนเพิ่มมากขึ้น เพื่อทดแทนการนำเข้าจากตะวันตกที่หยุดชะงักและแบรนด์ดังข้ามชาติที่หายไปจากชั้นวางสินค้า ในส่วนของจีน มันเป็นตัวเสริมล่าสุดสำหรับบทบาทความเป็นสากลของสกุลเงินหยวน ในการแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ

ยูริ โปปอฟ นักยุทธศาสตร์ด้านเงินตราและอัตราดอกเบี้ยของสเบอร์แบงก์(Yuri Popov strategist Sberbank) กล่าวว่า”พวกผู้เล่นหลักในตลาดหยวน-รูเบิล คือนิติบุคคลและธนาคารต่างๆ แต่ก็พบเห็นความสนใจเพิ่มมากขึ้นในนักลงทุนรายย่อยเช่นกัน”  “มูลค่าของตลาดซื้อขายทันที (Spot market)ของตลาดหลักทรัพย์มอสโกว์ดีดตัวสูงขึ้น นี่เกี่ยวข้องกับมาตรการคว่ำบาตร เช่นเดียวกับความตั้งใจของรัสเซียและจีนในการสนับสนุนใช้สกุลเงินของประเทศในการค้าทวิภาคี”

สตีเฟน ชิวนักกลยุทธ์จากบลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ ในฮ่องกง (Stephen Chiu, CFA Chief Asia FX and Rates Strategist at Bloomberg Intelligence)กล่าวว่า “การแลกเปลี่ยนระหว่างหยวนและรูเบิลจะเพิ่มขึ้นอีกจากการผลักดันหยวนสู่การเป็นสกุลเงินโลก และสงครามก็ช่วยเร่งสิ่งนี้เช่นกัน” พร้อมกล่าวอีกว่า ยังมีแนวโน้มที่รัสเซียจะซื้อขายด้วยสกุลเงินหยวนและถือครองสกุลเงินหยวนเป็นเงินสำรองต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย

เขากล่าวว่า “ด้วยการที่จีนเตรียมเปิดเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์บางส่วนเพิ่มเติม อุปสงค์อาจเพิ่มขึ้นตามลำดับ และเมื่อนั้นรัสเซียก็สามารถมองหาอุปสงค์จากจีน ชดเชยความเป็นไปได้ที่จะถูกยุโรปแบน และมันอาจผลักดันให้ใช้หยวน-รูเบิลมากขึ้น”

 

ในขณะเดียวกันรายงานของบลูมเบิร์กระบุว่ามูลค่าการแลกเปลี่ยนระหว่างดอลลาร์กับรูเบิลแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ทศวรรษ บนพื้นฐานของค่าเฉลี่ย 20 วัน ทั้งนี้ รูเบิล แข็งค่าถึง 118% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ระหว่างช่วงต้นเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนพฤษภาคม ท่ามกลางมาตรการควบคุมเงินทุนและบังคับขายดอลลาร์

ความพยายามของรัสเซียและจีนในการหาทางธุรกรรมโดยไม่ใช้ดอลลาร์ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ลดความเสี่ยงอย่างกว้างขวาง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในบรรดาตลาดเกิดใหม่

ซาดีอาระเบียมีแผนกำหนดราคาน้ำมันในสัญญาบางส่วนเป็นสกุลเงินหยวน ส่วนอินเดียกำลังสำรวจโครงสร้างการชำระเงินแบบรูปี-รูเบิล ส่วนธนาคารกลางประเทศต่างๆทั่วโลกก็กำลังกระจายทุนสำรองให้มีความหลากหลาย ฉุดให้สัดส่วนการถือครองดอลลาร์ลดลงเหลือ 59% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี ตามข้อมูลของการทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)

มาตรการคว่ำบาตรที่ตะวันตกและพันธมิตรกำหนดเล่นงานรัสเซียต่อกรณีรุกรานยุเครน เน้นย้ำให้จีนเห็นถึงจุดอ่อนของตนเองต่อความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ใดๆระหว่างทั้งสอง 2 ชาติ อาจทำให้เศรษฐกิจจีนถูกโดดเดี่ยวจากระบบการเงินโลกที่ดอลลาร์ครองอิทธิพล ขณะเดียวกันมันก็อาจผลักประเทศอื่นๆและนักลงทุนต่างชาติลดทอนการถือครองเงินหยวน

สำหรับรัสเซีย จุดประสงค์ก็คือความอยู่รอด ณ ปัจจุบัน ประเทศแห่งนี้ต้องพึ่งพิงจีนเป็นอย่างมากเพื่อรักษาการไหลเวียนทางการค้า โดย รัสเซีย นำเข้าสินค้าจาก จีน ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ส่วนสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 11%

“รัสเซียมีอุตสากรรมการผลิตภายในประเทศที่อ่อนแออย่างมาก ดังนั้นจากมาตรการคว่ำบาตร นั่นหมายความว่าพวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพิงจีนมากกว่าเดิม สำหรับเครื่องจักรและสินค้าอุปโภคบริโภค” อัลวิน ตัน หัวหน้านักยุทธศาสตร์สกุลเงินเอเชียของสถาบันอาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ต ในสิงคโปร์ กล่าว “ในขณะเดียวกัน พวกผู้ซื้อจีนก็กำลังถูกล่อใจจากการลดราคาของรัสเซีย ในด้านการส่งออกสินค้าโภคภันฑ์”

แม้มีแนวโน้มที่เปลี่ยนไปเมื่อเร็วๆนี้ แต่ดอลลาร์ยังคงเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลก และเป็นคู่แลกเปลี่ยนหลักสำหรับสกุลเงินส่วนใหญ่ ในนั้นรวมถึงรูเบิล

อย่างไรก็ตามในรายงานเสียรภาพทางการเงินรายครึ่งปี ทางธนาคารกลางรัสเซียระบุว่าสัดส่วนของหยวนในตลาดเงินตราของรัสเซีย กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “แนวโน้มหนักของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของรัสเซียในอนาคตอันใกล้นี้ จะเป็นบทบาทที่ลดลงของดอลลาร์สหรัฐฯและยุโรป ในทุกแง่มุมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสกุลเงินบรรดาประเทศที่เป็นมิตรและรูเบิล”