เดินหน้าช่วยเกษตรกร! ‘หมอวรงค์’ ประกาศลั่นทุ่งกุลาจะไม่ร้องไห้ ต้องมีน้ำใช้ตลอดปี

0

จากที่เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ณ ชุมชนเขวาโคก-เขวาพัฒนา ต.สระบัว อ.ปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด

ทั้งนี้โดยการเดินทางพร้อมแกนนำพรรค ทั้งนายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย รองหัวหน้าพรรค, นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ รองหัวหน้าพรรค และนายปฏิยุทธ ทองประจง กรรมการบริการพรรค

โดยนพ.วรงค์ กล่าวว่า วันนี้ตนตั้งใจมาร่วมพูดคุยรับฟังปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ และแลกเปลี่ยนหาทางออกให้ชีวิตพี่น้องเกษตรกรดีขึ้น โดยพื้นที่นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ มีข้าวที่มีคุณภาพและดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้ขายข้าวสารได้เพียงกิโลกรัมละ 7-9 บาท ไม่ถึง 10 บาท

“ทั้งที่ความจริงแล้วควรจะได้กิโลกรัมละ 15 บาทเป็นอย่างต่ำ ตนรู้สึกว่าชาวนาถูกเอาเปรียบมาตอลดชีวิต และไม่เคยมีใครมีความคิดที่ใหม่ๆ เอามาช่วยเหลือ บางรัฐบาลบอกจำนำแล้วเจ๊ง เหมือนเดิมตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ในตอนนี้หากข้าวไม่ได้อยู่ในมือพี่น้องเกษตรกรราคาข้าวจะสูงขึ้น แต่ความจริงราคาข้าวควรจะขึ้นตลอด

ตนสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรขายข้าวสารเอง และให้รัฐบาลสนับสนุนด้วยการให้ส่วนราชการช่วยกันรับซื้อ ไม่ว่าจะในส่วนของโรงเรียน โรงพยาบาล และตนจะให้พี่น้องเกษตรกรขายข้าวเปลือกแล้วมีเงินตามเหมือนวิธีขายอ้อย โดยเอาเงินภาษีที่เคยตั้งไว้มาช่วยปลดหนี้ให้พี่น้องชาวนา ตนจะไม่คืนเงินส่วนนี้ เพราะถือว่าตั้งมาทุกปีอยู่แล้ว” นพ.วรงค์ กล่าว

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ยังกล่าวอีกว่า ปัญหาน้ำแล้ง ตนไปอีสานมาหลายที่ ทั้งอุดรธานี, อำนาจเจิญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ศรีษะเกษ วันนี้มาร้อยเอ็ด ทุกที่พบปัญหาน้ำแล้งเหมือนกันหมด ตนได้พูดคุยเรื่องน้ำกับอาจารย์ทอง หลอมประโคน ในทฤษฎีน้ำทองคำ

“ยืนยันว่าแก้ปัญหาได้จริง อีสานน้ำใต้ดินเยอะมาก แต่ละหมู่บ้านมีน้ำประปาใช้ น้ำประปายังเดินไปตามครัวเรือนได้ นับประสาอะไรที่เราจะเดินน้ำไปยังทุ่งนาไม่ได้ เราจะเดินน้ำไปยังจุดทุ่งนาต่างๆ เราต้องเปลี่ยนวิธีความคิด และหน้าที่นี้เป็นของรัฐบาล ทุกรัฐบาลต้องดูแลน้ำเพื่อการเกษตรให้กับชาวนามีน้ำใช้ทั้งปีให้ได้ แต่รัฐบาลกลับไม่แก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร

เพราะฉะนั้นขอให้พวกตนได้เข้าไปมีอำนาจในการจัดการเรื่องนี้ สังเกตไหมว่าตนทำการบ้านเสมอ ตนไม่ได้ทำแบบเดิม เราพร้อมทำแบบใหม่ พัฒนาเพื่อพี่น้องเกษตรกรทุกคน ตนยืนยันว่าต่อไปนี้ทุ่งกุลาร้องไห้ จะไม่ร้องไห้ หากทุ่งกุลาร้องไห้ จะไม่ใช่น้ำตาของชาวนา แต่เป็นน้ำจากท่อส่งน้ำเพื่อการเกษตรมาแทน เพื่อให้มีน้ำใช้ได้ทั้งปี รวมทั้งขายข้าวได้ราคาดี สินค้าต่างๆ ราคาถูกลงแน่นอน”

ด้านนายทองคูณ สงค์มา ประธานกลุ่มโรงสีข้าวชุมชนบ้านเขวาโคก-เขวาพัฒนา อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ปัญหาน้ำแล้งมีปัญหาทุกปีในเขตชายขอบทุ่งกุลา บางปีมาตั้งแต่ต้นปี พอถึงกลางปีแล้ง ทำให้ข้าวล้มลง ซึ่งเราไม่สามารถนำน้ำใต้ดินมาใช้ได้ เพราะมีทุนต้องใช้เครื่องสูบ ถ้าให้ไปเจาะบ่อก็ใช้เงินทุนประมาณ 10,000 บาท เพราะฉะนั้นมองว่าอยากให้ช่วยเรื่องน้ำ โซนเรามีน้ำใต้ดิน สามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ สะดวกมาก ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้ดี และขอบคุณคุณหมอที่มาให้ความรู้ ทักษะ มาวางแนวทางไว้ให้ ซึ่งสอดคล้องกันกับที่คิดไว้เช่นกัน

#พรรคไทยภักดี #ปฏิวัติเกษตรกรรม #ภัยแล้ง #ชาวนา #ราคาข้าว #ข้าวเปลือก #ทุ่งกุลาร้องไห้ #ร้อยเอ็ด