“ยุโรป” ใกล้หมดความมั่นคง เหลือกระสุนพอใช้ เพียงแค่ 2 สัปดาห์

0

ยิ่งสู้ยิ่งเจ็บ!? “ยุโรป” ใกล้หมดความมั่นคง เหลือกระสุนพอใช้ เพียงแค่ 2 สัปดาห์ ในขณะผู้นำฟินแลนด์ ยังลวงชัยชนะยูเครน!?

ล่าสุดทางด้านของ เพจสาธารณะชื่อ World Update ได้รายงานถึงประเด็นที่น่าสนใจ โดยอ้างอิงมาจาก กลาโหมสหรัฐ , Center for European Policy Studies และ สื่อท้องถิ่นยูเครน โดยมีรายละเอียดว่า “ยุโรป ไม่มั่นคงแล้วเหลือกระสุนพอใช้ 2 สัปดาห์ ส่วนผู้นำฟินแลนด์ดูงานชัยชนะยูเครน”

กระทรวงกลาโหมสหรัฐ รายงานว่า แพคเกจความช่วยเหลือทางทหาร (เงินกู้) มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ “เพื่อตอบสนองความต้องการรัฐบาลยูเครนในช่วงสงคราม” เต็มวงเงิน 100% ของเศรษฐกิจทั้งหมดของยูเครน โดยเพนตากอนสหรัฐฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมรัฐมนตรีกลาโหมชาติ NATO ที่ฐานทัพในเยอรมนี

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

กำหนดให้ชาติยุโรป “โล๊ะสต็อคคลังอาวุธเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2” จัดส่งขาย เพื่อเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ยูเครน จากนั้นสลับนำเงินกู้ที่ยูเครน รับสภาพหนี้ไปแล้ว ไปซื้ออาวุธใหม่จากสหรัฐ อังกฤษ และชาติที่ผลิตอาวุธ ไปทดแทนสต็อคคลังอาวุธยุโรป ที่ส่งอาวุธเก่าขายให้ยูเครนไปแล้ว

ดังนั้นช่วง ม.ค.-พ.ค.2022 ประเทศตะวันตก 36 ประเทศได้ปล่อยเงินให้ความช่วยเหลือ (เงินกู้) 65,500 ล้านดอลลาร์ให้กับยูเครนไปแล้ว (คงเหลือวงเงินอีก 34,500 ล้านดอลลาร์) เงินกู้แทบทั้งหมดสําหรับซื้ออาวุธเก่าเก็บโบราณยุคสงครามโลกในราคาต่ำแค่ 15% ของวงเงินรวม อีก 85% ของวงเงินซื้ออาวุธใหม่ทดแทนเก็บไว้ในคลังอาวุธชาติยุโรป โดยแยกรายประเทศหลักๆ เช่น

-สหรัฐ กว่า 43,000 ล้านดอลลาร์
-สหราชอาณาจักร กว่า 4,800 ล้านดอลลาร์
-คณะกรรมาธิการยุโรป กว่า 4,100 ล้านดอลลาร์
-โปแลนด์ กว่า 2,600 ล้านดอลลาร์
-เยอรมนี กว่า 2,350 ล้านดอลลาร์
-ฝรั่งเศส กว่า 2,100 ล้านดอลลาร์
-แคนาดา กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์
-อิตาลี กว่า 480 ล้านดอลลาร์
-นอร์เวย์ กว่า 320 ล้านดอลลาร์
-สวีเดนและญี่ปุ่น 290 ล้านดอลลาร์

ดังนั้นในจำนวนเงินช่วยเหลือ (ให้กู้) กับยูเครนกว่า 65,500 ล้านดอลลาร์ (2.23 ล้านล้านบาท) นี้ยูเครนจะได้รับจริงแค่ 15% เท่านั้นในรูปแบบ “อาวุธเก่าโล๊ะสต็อค และอาวุธใหม่มีตำหนิ” เช่น ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง , ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน , ปืนใหญ่ , รถหุ้มเกราะ, รถถัง , โดรนกามิกาเซ่ Switchboard , ชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์, ชิ้นส่วนเครื่องบินรบ ฯลฯ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาหลายหมื่นตัน และเมื่อส่งเข้ายูเครนภายใน 1 วัน จะถูกกองทัพพันธมิตรรัสเซียยึด และกองทัพรัสเซีย ใช้ขีปนาวุธแม่นยำสูงทำลายคลังแสงอาวุธพังแทบไม่เหลือใช้วันต่อไป

ส่วนวงเงินอีก 85% จะซื้ออาวุธใหม่ชดเชยเก็บเข้าคลังอาวุธชาติยุโรป โดยไม่ส่งให้ยูเครน..อาจเรียกได้ว่า ยูเครนเป็นหนี้เต็มวงเงิน 100% ได้ใช้อาวุธเก่า และที่มีปัญหา 15% แต่อาวุธใหม่ 85% กลายเป็นของยุโรป ก็ไม่ผิดนัก และเงินกู้นี้ เกินครึ่งก็จะเข้ากระเป๋า NGOs และล็อบบี้ยิสต์ใกล้ชิดนักการเมืองอีกทีรวยกันเละ

แต่การซื้อและผลิตอาวุธใหม่จำนวนมากเหล่านี้เป็น Pre-Order เช่น โปแลนด์สั่งซื้อรถถังใหม่ M1A2 Abrams จากสหรัฐ 250 คัน ต้องใช้เวลาส่งมอบครบอีกหลายปี , นายโจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายการต่างประเทศของกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ระบุในการประชุมที่ Center for European Policy Studies ว่า

“ยุโรปไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการทำสงครามเช่นในยูเครน เราควรเรียนรู้จากสงครามครั้งนี้ ฟังนะ กองทัพยุโรปไม่สามารถทำสงครามแบบที่ทำในยูเครนได้นานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะจะหมดกระสุน ประเทศในยุโรปไม่สามารถปรับปรุงขีดความสามารถทางทหารเขาได้อย่างมากในเวลาที่จำกัด”

ช่วงก่อนวันที่ 24 ก.พ.- 30 มี.ค.65 ประธานาธิบดีเซเลนสกี้ แห่งยูเครน ได้เดินทางไปหลบในเซฟเฮาส์ ใกล้สถานทูตสหรัฐ ในกรุงวอซอร์ โปแลนด์ แล้วเดินทางสลับไป-มากับบังเกอร์ใต้ดินที่เมืองลวิฟ ยูเครนตะวันตก สั่งการรบยูเครน จากทางไกลระบบออนไลน์ โดยมีการ์ดอารักขาเป็นหน่วยรบพิเศษจากอังกฤษ เนื่องจากไม่ไว้ใจหน่วยรักษาความปลอดภัยยูเครนเองที่เคยลอบสังหารเขาหลายครั้ง

ช่วงนั้นชาวโลกจึงเห็นแต่ฉากหลังแถลงข่าวเดิมๆ ทุกวัน พร้อมขาไมด์มัดหนังสติ๊กเท่านั้น ไม่มีใครเคยเห็นเขาทางสาธารณะ ต่อมาช่วงต้น เม.ย.65 ที่ผ่านมาเขาเพิ่งเดินทางกลับมาอยู่ในบังเกอร์ใต้ดินในกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน โดยปรากฎตัวต่อสาธารณะครั้งแรกวันที่ 4 เม.ย.65 ที่เมืองบูชา ชานกรุงเคียฟ จากกรณี”จัดฉากประหารชีวิตหมู่”

จากนั้นมาฝ่ายสหรัฐ , NATO และคณะ UN ก็จัดตารางเวรให้บรรดาชาติต่างๆ และดาราดังฮอลีวู๊ด เดินทางโดยรถไฟจากโปแลนด์ไปพบผู้นำยูเครน ที่กรุงเคียฟแทบทุกวัน เพื่อไม่ให้รัสเซียถล่มได้สะดวก เพราะจะถูกสื่อตะวันตกประโคมข่าวประนามดราม่าใหญ่โต ดังนั้นช่วงรอคิวพบแขกบ้านแขกเมือง ผู้นำยูเครนจะเป็น “มนุษย์ถ้ำในบังเกอร์ห้องใต้ดิน” เมื่อแขกต่างชาติมาถึงค่อยโผล่ออกมารับแสงอาทิตย์ แล้วโชว์พาวพาแขกขึ้นไปถ่ายรูปบนที่ทำการรัฐบาล

โดยมีการ์ดจากหน่วยรบพิเศษอังกฤษประกบข้างกายตลอดเวลา , ฟินแลนด์ ผู้นำคนรุ่นใหม่ ผู้ไม่เรียนรู้บทเรียนเจ็บปวดที่คนรุ่นเก่าพาชาติเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 จนเกิดหายนะใหญ่ เชื่อ “การแบ่งปันข่าวกรองลวง” คนบ้านไกลสหรัฐ อังกฤษ นำพาชาติสูญเสียความเป็นกลาง สมัครเข้าร่วมกลุ่มทำสงคราม NATO โดยไม่ขอประชามติจากประชาชนก่อน

แถมทำโพลปลอมขึ้นมารองรับ สถานะของฟินแลนด์จึง “แขวนบนเส้นด้ายปากเหว” เมื่อรัสเซียเปลี่ยนนโยบายให้ฟินแลนด์เป็น “ภัยคุกคามต่อรัสเซีย” ในฟินแลนด์ยามนี้ประชาธิปไตย กำลังบานสะพรั่งแบบยูเครน โดยรัฐ “ห้ามสื่อมวลชน” วิพากษ์วิจารณ์ และต่อต้านการสมัครเข้าร่วม NATO

ด้วยฟินแลนด์ เป็นกลางทางการเมืองระหว่างประเทศมายาวนานกว่า 77 ปี แม้พรมแดนติดกับรัสเซียยาวกว่า 1,340 กม. ก็ไร้ภัยคุกคามใดๆ จึงมีทหารประจำการณ์น้อยแค่กว่า 8,000 นาย ทหารเกณฑ์อีกปีละ 26,000 นาย ตอนนี้ตาเหลือกระดมทหารอาสา นักศึกษา นักคอมพิวเตอร์ ฯลฯ เพิ่มขึ้นมา 6 เท่า ราว 200,000 นายฝึกอาวุธ 2 สัปดาห์ โดยครูฝึกชาวสหรัฐ อังกฤษ ยิงปืน ค.และปืนกล พร้อมลำเลียงรถถังทางรางไปยังชายแดนรัสเซีย

โดยสหรัฐ อังกฤษ ต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะยืนเคียงข้างเสมอ จะปกป้องให้ปลอดภัย เพียงทุ่มงบประมาณมหาศาลซื้ออาวุธเร่งด่วนมาสะสมเท่านั้น การบริการหลังการขาย และค่าซ่อมบำรุงจะประทับใจแน่นอน

ส่วนนายกรัฐมนตรี ซัลนา มาริน แห่งฟินแลนด์ ก็คึกมากพร้อมนำกองทัพฟินแลนด์ และชีวิตประชาชน 5.5 ล้านคน เผชิญหน้ากองทัพรัสเซีย และมุดลงบังเกอร์ใต้ดิน 5,000 แห่ง แปลงเป็นมนุษย์ถ้ำแล้ว เดินทางไปพบกับประธานาธิบดีเซเลนสกี้ แห่งยูเครน เพื่อเรียนรู้เทคนิควิธีการใช้ชีวิตในบังเกอร์ใต้ดิน และกลยุทธ์การประกาศชัยชนะทุกวัน..

รวมทั้งรับงานสหรัฐ มาเกลี้ยกล่อมผู้นำยูเครนให้ยอมแบ่งดินแดนทางตะวันออก และไต้ให้กับรัสเซีย ทางตะวันตกให้โปแลนด์..แต่ผู้นำยูเครน ระบุว่าทางตะวันตกไม่มีปัญหาเพราะสภาจะออกกฎหมายรับรองแล้ว แต่จะไม่ขอแบ่งดินแดนให้รัสเซียแม้แต่ “มิลลิเมตร”เดียว..ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว ยูเครน สู้ต่อไปนะ ชนะแน่นอน