ไทยกระหึ่มโลก!! บิ๊กตู่โชว์วิสัยทัศน์เวที ‘นิเคอิฟอรัม’ ถกทวิภาคีนายกฯญี่ปุ่น ร่วมมือเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวยั่งยืน

0

นายกฯ ได้กล่าวปาฐกถาในการประชุม Nikkei Forum ครั้งที่ 27 แสดงวิสัยทัศน์ย้ำเอเชียจะต้องยืดหยุ่นต่อการปรับตัว สนับสนุนความยั่งยืน และสร้างสังคมที่ครอบคลุม ได้โพสต์สาระสำคัญลงในเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ดังนี้:

ช่วงวันที่ 26 – 27 พฤษภาคม 2565 นี้ ผมได้นำทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติที่มีการหารือและแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับทิศทางและพัฒนาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (The Future of Asia) ระหว่างผู้นำรัฐบาล ผู้บริหารระดับสูง และนักวิชาการชั้นนำของประเทศต่างๆ  ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่จัดประจำทุกปี ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2538 โดยหนังสือพิมพ์ Nikkei สื่อรายใหญ่ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในกลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่น 

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

การประชุมครั้งนี้ มีหัวข้อหลัก คือ “การทบทวนบทบาทของเอเชียในโลกที่แบ่งฝ่าย” (Redefining Asia’s Role in a Divided World) ซึ่งผมได้รับเกียรติให้กล่าวปาฐกถา เพื่อแบ่งปันมุมมองของไทยต่อคำถามที่ว่า เราจะเดินไปสู่การเจริญเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งกว่าเดิมของเอเชียและโลกของเรา  ท่ามกลางความท้าทายนานัปการที่เรากำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ทั้งวิกฤตโควิด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความยากจนและความไม่เท่าเทียมที่เพิ่มสูงขึ้น ค่าครองชีพสูง สภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยผมขอหยิบยกประเด็นสำคัญๆ ที่ได้นำเสนอ ดังนี้

  1. การฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคหลังโควิด เพื่อรองรับความท้าทายในอนาคต เอเชียจะต้องมีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้เร็ว ฟื้นตัวได้ไว ตลอดจนรักษาความสมดุลในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับสร้างสภาพแวดล้อมที่เสรี เป็นธรรม เปิดกว้าง คาดการณ์ได้ รวมทั้งการเตรียมพร้อมกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ให้เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และไม่ถูกตัดขาด
  2. ไม่มีประเทศใดจะสามารถรับมือและจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ได้เพียงลำพัง ดังนั้นการสร้างประชาคมระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต การพัฒนาที่ยั่งยืน และสันติภาพ จึงสำคัญมากตามหลักคิด 3 ประการ คือ 

(1) “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์” ไปสู่โอกาส ลดอุปสรรค กระชับความร่วมมือ 

(2) “เชื่อมโยงกัน” ในทุกมิติ อย่างปลอดภัยและไร้รอยต่อ 

(3) “สู่สมดุล” ในทุกทาง ส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม

  1. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ 

(1) ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ  เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (BCG) 

(2) ผลักดันเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการลดปริมาณคาร์บอน เช่น เปลี่ยนผ่านทางพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด และเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 

(3) ต่อยอดเศรษฐกิจแห่งอนาคตใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากอัตลักษณ์ความเป็นไทยและมรดกทางวัฒนธรรม” (Soft Power) “5F” เป็นต้น 

หัวใจสำคัญที่ผมต้องการสื่อสารในการประชุมครั้งนี้ ก็คือ การสร้างความตระหนักร่วมกันว่า ท่ามกลางวิกฤตโลกที่ซ้อนทับและส่งผลกระทบต่อทั่วโลกในขณะนี้ ไม่มีใครสามารถอยู่เพียงลำพังได้ “ความเข้มแข็งของเอเชีย คือ ความเป็นเอกภาพและการเติบโต ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันทุกคน ทุกประเทศ” ซึ่งผมจะได้แจ้งผลสำเร็จของการประชุมครั้งนี้อีกครั้ง เมื่อกลับถึงประเทศไทยแล้วครับ

นอกจากนี้ เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น ณ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือทวิภาคีกับนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยได้มีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีขอบคุณญี่ปุ่นที่ได้รับพิจารณาข้อเสนอของฝ่ายไทยเกี่ยวกับการขยายหลักสูตรการเรียนการสอนแบบโคเซ็นในไทย และการจัดตั้ง KOSEN Education Center เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและภูมิภาคอาเซียน

โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยินดีพิจารณาข้อเสนอของไทยเมื่อได้รับข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และพร้อมการส่งเสริมให้ภาคเอกชนญี่ปุ่นที่มีศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่ EEC 

ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะร่วมมือกับถึงแนวคิด Asia Zero-Emissions Community ซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เสนอในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่ทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ได้หารือเรื่องนี้กับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่กรุงเทพฯ

โดยไทยยินดีที่จะร่วมมือกับฝ่ายญี่ปุ่นภายใต้แนวคิดดังกล่าวเพื่อสร้างสังคมที่ปลอดคาร์บอน สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของทั้งไทยและญี่ปุ่น และนโยบายเศรษฐกิจ BCG และยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียวของญี่ปุ่น ไทยจึงพร้อมดำเนินการกับญี่ปุ่น เพื่อขับเคลื่อนข้อริเริ่มนี้ให้บรรลุผลที่เป็นรูปธรรมต่อไป

ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว: นายกรัฐมนตรี ยินดีที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้เลือกไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศเป้าหมายที่จะทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กเดินทางเข้าญี่ปุ่น เพิ่มเติมจากการเปิดรับนักธุรกิจ นักศึกษา และแรงงานทักษะจากไทยในช่วงก่อนหน้านี้ และกล่าวเชิญชวนให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยินดีที่ไทยและญี่ปุ่นจะได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวให้แน่นแฟ้นมากขึ้น 

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และสมาชิกเอเปคในโอกาสการเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย และชื่นชมนโยบาย BCG ของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเติบโตสีเขียว และเกษตรอัจฉริยะของญี่ปุ่น